
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(11 ม.ค.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 10 มกราคม 2560
สภาวะตลาดวันที่ 10 มกราคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,179.75-1,187.61 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,000 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,950 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.27 น.ของวันที่ 10/01/2560)
แนวโน้มวันที่ 11 มกราคม 2560
ผลกระทบจากการที่อังกฤษถอนตัวออกจากอียูหรือ Brexit กระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากถ้อยแถลงของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า เขาไม่สนใจที่จะรักษา "เศษเสี้ยวของความเป็นสมาชิก" ในสหภาพยุโรป (อียู) และ กล่าวถึง การควบคุมพรมแดนจะมีความสำคัญมากกว่าช่องทางการเข้าถึงตลาด ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า นางเมย์จะเลือกใช้วิธี Hard Brexit ซึ่งภาคธุรกิจมองว่าวิธีดังกล่าวจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอังกฤษ เพราะสิ่งนี้จะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับตลาดรวมของอียูที่มีผู้บริโภคราว 500 ล้านคน ประเด็นดังกล่าวได้สร้างแรงขายดอลลาร์สหรัฐให้ร่วงลงหลังจากทะยานขึ้นอย่างมากในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสกุลเงินเยนและทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ทองคำได้รับแรงหนุนเพิ่มจากตลาดหุ้นร่วงลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ดิ่งลงราว 4% จากความกังวลว่าการผลิตน้ำมันจะเพิ่มขึ้นในอิรักและอิหร่าน ร่วมทั้งการขุดเจาะน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในอเมริกาเหนือ อย่างไรก็ตามแรงซื้อในตลาดทองคำเบาบางลง เนื่องจากนักลงทุนรอดูสัญญาณบ่งชี้นโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐในการแถลงข่าวในวันพุธนี้ ที่นครนิวยอร์คเวลาประมาณ 23.00 น.ตามเวลาไทย ซึ่งถือเป็นการจัดแถลงข่าวครั้งแรกนับตั้งแต่เขาชนะการเลือกตั้ง ในระยะสั้นหากราคาทองคำมีการเคลื่อนตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,188-1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถทะลุไปได้ ต้องระมัดระวังแรงกดดันซึ่งจะส่งผลให้เกิดการอ่อนตัวของราคาทองคำได้อีก สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงเวลานี้ต้องเน้นไปที่การเก็งกำไรระยะสั้น ในขณะที่หากต้องการเข้าซื้อทองคำให้รอจังหวะการอ่อนตัวลงมาบริเวณ 1,171-1,162 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมทั้งมีจุดตัดขาดทุนให้ชัดเจน
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำอาจกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบและคาดว่าราคาทองคำมีลักษณะของการสร้างฐานราคาให้มั่นคง โดยให้เน้นไปที่การเข้าลงทุนระยะสั้น ทั้งนี้สามารถเข้าซื้อบริเวณแนวรับที่ 1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,162 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเมื่อราคามีการปรับตัวสูงขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,188 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจขายทำกำไรบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากราคายืนเหนือแนวต้านได้มั่นคงสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำให้ถือต่อเพื่อทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามคาดการณ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,171 (19,700บาท) 1,162 (19,550บาท) 1,155 (19,450บาท)
แนวต้าน 1,188 (20,000บาท) 1,197 (20,150บาท) 1,210 (20,400บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 10 มกราคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,179.75-1,187.61 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,000 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,950 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.27 น.ของวันที่ 10/01/2560)
แนวโน้มวันที่ 11 มกราคม 2560
ผลกระทบจากการที่อังกฤษถอนตัวออกจากอียูหรือ Brexit กระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากถ้อยแถลงของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า เขาไม่สนใจที่จะรักษา "เศษเสี้ยวของความเป็นสมาชิก" ในสหภาพยุโรป (อียู) และ กล่าวถึง การควบคุมพรมแดนจะมีความสำคัญมากกว่าช่องทางการเข้าถึงตลาด ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า นางเมย์จะเลือกใช้วิธี Hard Brexit ซึ่งภาคธุรกิจมองว่าวิธีดังกล่าวจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอังกฤษ เพราะสิ่งนี้จะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับตลาดรวมของอียูที่มีผู้บริโภคราว 500 ล้านคน ประเด็นดังกล่าวได้สร้างแรงขายดอลลาร์สหรัฐให้ร่วงลงหลังจากทะยานขึ้นอย่างมากในช่วงก่อนหน้า เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสกุลเงินเยนและทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ทองคำได้รับแรงหนุนเพิ่มจากตลาดหุ้นร่วงลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ดิ่งลงราว 4% จากความกังวลว่าการผลิตน้ำมันจะเพิ่มขึ้นในอิรักและอิหร่าน ร่วมทั้งการขุดเจาะน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในอเมริกาเหนือ อย่างไรก็ตามแรงซื้อในตลาดทองคำเบาบางลง เนื่องจากนักลงทุนรอดูสัญญาณบ่งชี้นโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐในการแถลงข่าวในวันพุธนี้ ที่นครนิวยอร์คเวลาประมาณ 23.00 น.ตามเวลาไทย ซึ่งถือเป็นการจัดแถลงข่าวครั้งแรกนับตั้งแต่เขาชนะการเลือกตั้ง ในระยะสั้นหากราคาทองคำมีการเคลื่อนตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,188-1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถทะลุไปได้ ต้องระมัดระวังแรงกดดันซึ่งจะส่งผลให้เกิดการอ่อนตัวของราคาทองคำได้อีก สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงเวลานี้ต้องเน้นไปที่การเก็งกำไรระยะสั้น ในขณะที่หากต้องการเข้าซื้อทองคำให้รอจังหวะการอ่อนตัวลงมาบริเวณ 1,171-1,162 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมทั้งมีจุดตัดขาดทุนให้ชัดเจน
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำอาจกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบและคาดว่าราคาทองคำมีลักษณะของการสร้างฐานราคาให้มั่นคง โดยให้เน้นไปที่การเข้าลงทุนระยะสั้น ทั้งนี้สามารถเข้าซื้อบริเวณแนวรับที่ 1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,162 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเมื่อราคามีการปรับตัวสูงขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,188 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจขายทำกำไรบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากราคายืนเหนือแนวต้านได้มั่นคงสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำให้ถือต่อเพื่อทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามคาดการณ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,171 (19,700บาท) 1,162 (19,550บาท) 1,155 (19,450บาท)
แนวต้าน 1,188 (20,000บาท) 1,197 (20,150บาท) 1,210 (20,400บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






