thansettakij
thansettakij
มติ ครม. 10 มกราคม 2560

มติ ครม. 10 มกราคม 2560

10 ม.ค. 60 | 09:34 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ม.ค. 60 | 16:34 น.
วันนี้ (10 มกราคม 2560) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พันเอก อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ และพันเอกหญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ได้ร่วมแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี  ซึ่งสรุปสาระสำคัญดังนี้

มาตรการภาษี “ซับน้ำตาชาวใต้”

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 10 มกราคม 2560 เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ดังนี้ สำหรับบุคคลธรรมดา และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคให้ผู้ประสบภัย ในระหว่างวันที่ 1 มกราคม -31 มีนาคม 2560 ไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ เพิ่มขึ้นจากสิทธิการหักรายจ่ายตามปกติอีก 50% ของเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่บริจาค ขณะเดียวกันยังเห็นชอบการขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีอากรให้แก่ผู้ที่อยู่ในท้องที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้ สำหรับภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ที่จะต้องยื่นในเดือนมกราคม และ กุมภาพันธ์ 2560 โดยให้นำไปยื่นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2560

ปรับปรุงขยายประปาส่วนภูมิภาค 2 สาขากว่า 5 พันล.

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 10 มกราคม 2560  เห็นชอบให้การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ดำเนินโครงการปรับปรุงขยาย กปภ.สาขาขอนแก่น-น้ำพอง วงเงิน 2,227 ล้านบาท และ กปภ. สาขาพัทยา-แหลมฉบัง-ศรีราชา จำนวน 3,393 ล้านบาท เป็นวงเงินลงทุนรวม 5,621.13 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยใช้เงินกู้ภายในประเทศเต็มวงเงินโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบประปาและขยายเขตการให้บริการน้ำประปาให้สามารถสนองตอบความต้องการของประชาชนได้อย่างเพียงพอและทั่วถึงมากขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ หากโครงการนี้แล้วเสร็จ คาดว่า จะสามารถให้บริการผู้ใช้น้ำได้อีกกว่า 2 แสนราย หรืออีก 1 เท่าตัว ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 3-4ปี

แต่งตั้งปลัด ก.คลัง ปธ.คณะกก.เพื่อความโปร่งใสก่อสร้างภาครัฐ

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 10 มกราคม 2560 เห็นชอบในหลักการของกรอบแนวทางการดำเนินงานการก่อสร้างของภาครัฐ ที่มีวงเงินงบประมาณตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป รวมถึงโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และโครงการที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อสาธารณชนในวงกว้าง กำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลตลอดเวลา ทั้งในลักษณะของการเปิดเผยต่อสาธารณะชนหรือข้อมูลเชิงรุก และเมื่อมีการร้องขอ หรือ ข้อมูลเชิงรับ

พร้อมกันนี้ได้มีมติแต่งตั้ง คณะกรรมการเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ หรือ CoST Committee โดยมี ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน มีอธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นรองประธานคนที่ 1 รองประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เป็นรองประธานคนที่ 2 และกรรมการอีก 15 ราย อาทิ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ผู้แทนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และผู้แทนสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย เป็นต้น โดยมีอำนาจหน้าที่ดูแลโครงการส่วนรัฐวิสาหกิจ ราชการ และหน่วยงานอื่นของภาครัฐ