
เดกซ์มั่นใจธุรกิจลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ปี60ฉลุยโตได้20%
เดกซ์มั่นใจธุรกิจลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ยังฉลุย หลังปิดฉากปี 59 ด้วยอัตราเติบโต 14% คาดปี 60 จะโตได้อีกกว่า 20% มีสิทธิลุ้นมูลค่าตลาดรวมแตะ 2,000 ลบ. เร่งระดมคาแรคเตอร์ยอดฮิตและคาแรคเตอร์น้องใหม่ปูพรมสร้างกระแสนิยม ทุกกลุ่มตลาดในไทย
นายกฤษณ์ สกุลพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดกซ์ [ดรีม เอกซ์เพรส] จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2559 มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจลิขสิทธิ์ คาแรคเตอร์(Character License) อยู่ที่ 1,900 ล้านบาท สำหรับเดกซ์ วันพีซ (One Piece) และอุลตร้าแมน (Ultraman) ถือเป็นคาแรคเตอร์ที่ ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยปัจจัยที่ทำให้ ประสบความสำเร็จเกิดจากความแข็ งแกร่งของ content, การนำเสนอประสบการณ์ที่น่ าประทับใจ, การสื่อสารทางการตลาดผ่านสื่อ offline และ online อย่างสมดุล รวมไปถึงการใช้ลิขสิทธิ์เพื่อสร้างสรรค์สินค้าโดยพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลายเพื่ อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบคาแรคเตอร์ ครอบคลุมในทุกกลุ่ม
ทั้งนี้ ในปี 2560 เดกซ์คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจลิขสิทธิ์ คาแรคเตอร์ (Character License) จะเติบโตเพิ่มขึ้นแตะ 2,000 ล้านบาท โดยนายกฤษณ์ สกุลพานิช ได้กล่าวเพิ่มเติมถึ งแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2560 ว่า “เดกซ์ตั้งเป้าหมายอัตราการเติบ โตทางธุรกิจไว้ไม่น้อยกว่า 20% ในปี 2560 โดยยังคงรุกตลาดด้วยการนำเสนอปร ะสบการณ์ content และสินค้าในรูปแบบต่างๆ ให้กับตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดปี โดยเน้นให้มีความหลากหลาย ตอบสนองความสนใจและความต้องการข องกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้มากที่ สุด รวมทั้งขยาย Media Platform การนำเสนอ contentและสินค้า เพื่อเพิ่มฐานตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ นอกจากนี้ กระแสของ J-Pop และ Anime ของทางฝั่งญี่ปุ่น เริ่มกลับมาได้รับความนิยมอี กครั้ง และคาดว่าจะได้รับความนิยมต่อไป อีกใน 3-5 ปีข้างหน้า ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าปัจจัยเห ล่านี้จะทำให้เดกซ์บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้สำเร็จ
ในปี 2560 เดกซ์วางแผนจะรุกธุรกิจลิขสิทธิ์ คาแรคเตอร์อย่างเต็มที่ เนื่องจากคาแรคเตอร์แต่ละตัวที่ เดกซ์ถือลิขสิทธิ์อยู่นั้นมีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน มีพฤติกรรมการบริโภคคาแรคเตอร์แ ละความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น การรุกตลาดจึงต้องมีกลยุทธ์ที่แตกต่างไปด้วยเช่นกัน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ให้เข้าถึงและเกิดความผูกพันกับ คาแรคเตอร์นั้นๆ
อย่างไรก็ตาม คาแรคเตอร์หลักที่เดกซ์ยังมุ่งเน้น ได้แก่ วันพีซ กันดั้ม อุลตร้าแมน มาสค์ไรเดอร์ (ไอ้มดแดง) และอื่นๆ โดยเร็วๆ นี้ เรามีแผนที่จะนำเสนอประสบการณ์สนุก แปลกใหม่ และเข้าถึงลูกค้าโดยตรง เป็นครั้งแรกของโลกสำหรับคาแรคเตอร์มาสค์ไรเดอร์ [Masked Rider] ในกิจกรรม Fun Run รูปแบบแบทเทิลภายใต้โปรเจค “Rider Run” และเรายังมีแผนที่จะเปิดตลาดคาแรคเตอร์ใหม่ประเภท Relax & Cute เพื่อเติมเต็มช่องว่างตลาดวัยรุ่ นและผู้หญิง นำโดยคาแรคเตอร์ที่โด่งดังในญี่ปุ่นและอเมริกาอย่าง โดโมะคุง [Domo Kun] และคาแรคเตอร์น้องใหม่จากค่ายดังอย่าง Bandai โดยหมีโอจิปัง [Ojipan] ที่มีความน่ารัก ล้อเลียนชีวิตหนุ่มสาวออฟฟิศในสไตล์กวนๆ ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างกระแสนิยมในไทยได้อย่างแน่นอน
ปัจจุบัน เดกซ์ได้สร้างคอมมูนิตี้แฟนคลับ คาแรคเตอร์ผ่านทาง DEXclub.com ซึ่งสร้างสรรค์ให้เป็นเสมือนห้องนั่งเล่น เพื่อความบันเทิงของคน รัก Cartoon & Animation รวมถึงความสนใจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยทำหน้าที่สื่อสารข่าวสาร กิจกรรม และโปรโมชั่นต่างๆ ของบริษัทฯ โดยปัจจุบันมีแฟนคลับกว่า 100,000 คน และมีฐานแฟนคลับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ปีละประมาณ 38 - 40%
เกี่ยวกับมุมมองด้านโอกาสการเติ บโตของธุรกิจลิขสิทธิ์ คาแรคเตอร์นั้น นายกฤษณ์ สกุลพานิช กล่าวแสดงความเห็นต่อประเด็นดัง กล่าวว่า “ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคชาวไทยได้ซึมซับวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างเข้มข้น ด้วยปัจจัยต่างๆ ที่ทางประเทศญี่ปุ่นเอื้อให้คนไทยเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และมีนโยบายตลอดจนงบประมาณต่างๆ เพื่อนำเสนอวัฒนธรรมมายังประเทศไทยและหนึ่งในนั้นคือ Cartoon & Animation ที่เราจะพบการนำคาแรคเตอร์มาใช้ ในการสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงผู้ รับสารง่ายขึ้น และวัฒนธรรมดังกล่าวเริ่มแพร่หลายในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ผู้บริโภคยอมรับการนำเสนอด้วยภาพคาแรคเตอร์มากกว่าเป็นข้อความ โดยไม่รู้สึกว่าเป็นของเด็กเสมอ ไป นอกจากนี้ LINE Sticker ซึ่งนำเสนอผ่านทางคาแรคเตอร์ต่า งๆ ถูกใช้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสมาชิกในประเทศไทยมากกว่า 33 ล้านคน ส่งข้อความกันกว่า 100 ล้านครั้งต่อวัน ยิ่งทำให้เกิดความนิยมในการใช้ค าแรคเตอร์เพื่อการสื่อสารมากขึ้น
นายกฤษณ์ สกุลพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดกซ์ [ดรีม เอกซ์เพรส] จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2559 มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจลิขสิทธิ์ คาแรคเตอร์(Character License) อยู่ที่ 1,900 ล้านบาท สำหรับเดกซ์ วันพีซ (One Piece) และอุลตร้าแมน (Ultraman) ถือเป็นคาแรคเตอร์ที่ ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยปัจจัยที่ทำให้ ประสบความสำเร็จเกิดจากความแข็ งแกร่งของ content, การนำเสนอประสบการณ์ที่น่ าประทับใจ, การสื่อสารทางการตลาดผ่านสื่อ offline และ online อย่างสมดุล รวมไปถึงการใช้ลิขสิทธิ์เพื่อสร้างสรรค์สินค้าโดยพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลายเพื่ อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบคาแรคเตอร์ ครอบคลุมในทุกกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม คาแรคเตอร์หลักที่เดกซ์ยังมุ่งเน้น ได้แก่ วันพีซ กันดั้ม อุลตร้าแมน มาสค์ไรเดอร์ (ไอ้มดแดง) และอื่นๆ โดยเร็วๆ นี้ เรามีแผนที่จะนำเสนอประสบการณ์สนุก แปลกใหม่ และเข้าถึงลูกค้าโดยตรง เป็นครั้งแรกของโลกสำหรับคาแรคเตอร์มาสค์ไรเดอร์ [Masked Rider] ในกิจกรรม Fun Run รูปแบบแบทเทิลภายใต้โปรเจค “Rider Run” และเรายังมีแผนที่จะเปิดตลาดคาแรคเตอร์ใหม่ประเภท Relax & Cute เพื่อเติมเต็มช่องว่างตลาดวัยรุ่ นและผู้หญิง นำโดยคาแรคเตอร์ที่โด่งดังในญี่ปุ่นและอเมริกาอย่าง โดโมะคุง [Domo Kun] และคาแรคเตอร์น้องใหม่จากค่ายดังอย่าง Bandai โดยหมีโอจิปัง [Ojipan] ที่มีความน่ารัก ล้อเลียนชีวิตหนุ่มสาวออฟฟิศในสไตล์กวนๆ ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างกระแสนิยมในไทยได้อย่างแน่นอน
ปัจจุบัน เดกซ์ได้สร้างคอมมูนิตี้แฟนคลับ คาแรคเตอร์ผ่านทาง DEXclub.com ซึ่งสร้างสรรค์ให้เป็นเสมือนห้องนั่งเล่น เพื่อความบันเทิงของคน รัก Cartoon & Animation รวมถึงความสนใจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยทำหน้าที่สื่อสารข่าวสาร กิจกรรม และโปรโมชั่นต่างๆ ของบริษัทฯ โดยปัจจุบันมีแฟนคลับกว่า 100,000 คน และมีฐานแฟนคลับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ปีละประมาณ 38 - 40%
เกี่ยวกับมุมมองด้านโอกาสการเติ บโตของธุรกิจลิขสิทธิ์ คาแรคเตอร์นั้น นายกฤษณ์ สกุลพานิช กล่าวแสดงความเห็นต่อประเด็นดัง กล่าวว่า “ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคชาวไทยได้ซึมซับวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างเข้มข้น ด้วยปัจจัยต่างๆ ที่ทางประเทศญี่ปุ่นเอื้อให้คนไทยเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และมีนโยบายตลอดจนงบประมาณต่างๆ เพื่อนำเสนอวัฒนธรรมมายังประเทศไทยและหนึ่งในนั้นคือ Cartoon & Animation ที่เราจะพบการนำคาแรคเตอร์มาใช้ ในการสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงผู้ รับสารง่ายขึ้น และวัฒนธรรมดังกล่าวเริ่มแพร่หลายในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ผู้บริโภคยอมรับการนำเสนอด้วยภาพคาแรคเตอร์มากกว่าเป็นข้อความ โดยไม่รู้สึกว่าเป็นของเด็กเสมอ ไป นอกจากนี้ LINE Sticker ซึ่งนำเสนอผ่านทางคาแรคเตอร์ต่า งๆ ถูกใช้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสมาชิกในประเทศไทยมากกว่า 33 ล้านคน ส่งข้อความกันกว่า 100 ล้านครั้งต่อวัน ยิ่งทำให้เกิดความนิยมในการใช้ค าแรคเตอร์เพื่อการสื่อสารมากขึ้น






