
แนวโน้มราคาทองคำวันจันทร์(9 ม.ค.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 6 มกราคม 2560
สภาวะตลาดวันที่ 6 มกราคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,173.35-1,181.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,950 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,900 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.37 น.ของวันที่ 06/01/2560)
แนวโน้มวันที่ 9 มกราคม 2560
แม้มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนเข้าสู่เสถียรภาพและปรับตัวดีขึ้น แต่ทิศทางเงินทุนยังคงไหลออกจากจีนในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นผ่านค่าเงินหยวนต่อดอลลาร์ร่วงลงในช่วงก่อนหน้าขณะที่ทางการจีนได้ใช้เงินมากขึ้นในการรักษาเสถียรภาพของหยวน จนทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ปัญหาดังกล่าวเคยดันราคาทองคำให้ทะยานขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งหยวนต่อดอลลาร์ดิ่งลง 6.5 % ในปี 2559 และ เป็นที่คาดกันว่าหยวนจะยังคงอ่อนค่าลงต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ ทางการจีนต้องการจะสกัดกั้นกระแสเงินทุนไหลออก และต้องการสร้างเสถียรภาพให้ค่าเงินหยวน ก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์จะทำพิธีเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 20 มกราคม และก่อนช่วงวันหยุดตรุษจีน โดยอัตราแลกเปลี่ยนหยวนต่อดอลลาร์ในตลาดต่างประเทศได้พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือน ซึ่งนักลงทุนกังวลว่าจีนอาจจะเทขายดอลลาร์ออกมาเพื่อพยุงค่าเงินหยวนโดยดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินเคลื่อนตัวอยู่ใกล้จุดต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ ซึ่งสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ ทั้งนี้ นักลงทุนกำลังจับตาทางการจีนเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจ เพื่อใช้ประเมินว่าทิศทางและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในปี 2560 ทั้งนี้ จีนจะเปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อในวันที่ 10 มกราคม และ จะเปิดเผยตัวเลขการค้าในวันที่ 13 มกราคม ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้วายแอลจีแนะนำให้ใช้กลยุทธ์เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น (Speculative Buy) เป็นหลัก ประเมินว่าราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีกโดยราคาทองคำมีแนวโน้มขึ้นทดสอบแนวต้านในโซน 1,188-1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอ เพราะค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงนี้ กดดันการขยับขึ้นของราคาทองคำในประเทศค่อนข้างมาก ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำในประเทศได้ยาก
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นและ ยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านต่อไปที่ 1,188 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วน โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมา ไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ที่แนวรับ 1,167 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหาดหลุด 1,158 ดอลลาร์ต่อออนซ์)
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,167 (19,700บาท) 1,158 (19,540บาท) 1,145 (19,320บาท)
แนวต้าน 1,188 (20,050บาท) 1,197 (20,200บาท) 1,210 (20,420บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 6 มกราคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,173.35-1,181.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,950 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,900 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.37 น.ของวันที่ 06/01/2560)
แนวโน้มวันที่ 9 มกราคม 2560
แม้มีสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนเข้าสู่เสถียรภาพและปรับตัวดีขึ้น แต่ทิศทางเงินทุนยังคงไหลออกจากจีนในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นผ่านค่าเงินหยวนต่อดอลลาร์ร่วงลงในช่วงก่อนหน้าขณะที่ทางการจีนได้ใช้เงินมากขึ้นในการรักษาเสถียรภาพของหยวน จนทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ปัญหาดังกล่าวเคยดันราคาทองคำให้ทะยานขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งหยวนต่อดอลลาร์ดิ่งลง 6.5 % ในปี 2559 และ เป็นที่คาดกันว่าหยวนจะยังคงอ่อนค่าลงต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ ทางการจีนต้องการจะสกัดกั้นกระแสเงินทุนไหลออก และต้องการสร้างเสถียรภาพให้ค่าเงินหยวน ก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์จะทำพิธีเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 20 มกราคม และก่อนช่วงวันหยุดตรุษจีน โดยอัตราแลกเปลี่ยนหยวนต่อดอลลาร์ในตลาดต่างประเทศได้พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือน ซึ่งนักลงทุนกังวลว่าจีนอาจจะเทขายดอลลาร์ออกมาเพื่อพยุงค่าเงินหยวนโดยดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินเคลื่อนตัวอยู่ใกล้จุดต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ ซึ่งสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำ ทั้งนี้ นักลงทุนกำลังจับตาทางการจีนเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจ เพื่อใช้ประเมินว่าทิศทางและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในปี 2560 ทั้งนี้ จีนจะเปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อในวันที่ 10 มกราคม และ จะเปิดเผยตัวเลขการค้าในวันที่ 13 มกราคม ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้วายแอลจีแนะนำให้ใช้กลยุทธ์เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น (Speculative Buy) เป็นหลัก ประเมินว่าราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีกโดยราคาทองคำมีแนวโน้มขึ้นทดสอบแนวต้านในโซน 1,188-1,197 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอ เพราะค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงนี้ กดดันการขยับขึ้นของราคาทองคำในประเทศค่อนข้างมาก ทำให้นักลงทุนทำกำไรในตลาดทองคำในประเทศได้ยาก
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นและ ยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านต่อไปที่ 1,188 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรง ก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วน โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมา ไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ที่แนวรับ 1,167 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหาดหลุด 1,158 ดอลลาร์ต่อออนซ์)
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,167 (19,700บาท) 1,158 (19,540บาท) 1,145 (19,320บาท)
แนวต้าน 1,188 (20,050บาท) 1,197 (20,200บาท) 1,210 (20,420บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






