
เงินเฟ้อปี ’60 คาดเฉลี่ยที่ 1.8% จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
•ส่งผลให้ทิศทางเงินเฟ้อในปี 2560 คาดปรับตัวสูงขึ้นที่เฉลี่ยร้อยละ 1.8 ต่อปี โดยมีราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้นเป็นแรงหนุน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยในปี 2560 จะอยู่ที่ 50.0 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่เฉลี่ย 41.3 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล และแม้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกในระดับปัจจุบัน (53.6 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล ณ วันที่ 4 มกราคม 2560) จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งปีไปแล้วก็ตาม ซึ่งเป็นผลมาจากการบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกและประเทศนอกกลุ่มโอเปกในการลดกำลังการผลิตน้ำมัน แต่ในทางปฏิบัติยังคงต้องติดตามต่อไปว่าประเทศสมาชิกและนอกกลุ่มโอเปกจะสามารถทำตามข้อตกลงได้หรือไม่ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นจะเป็นแรงหนุนหลักต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2560 นี้ ให้ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่เฉลี่ยร้อยละ 1.8 ต่อปี และจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผ่านต้นทุนการผลิตมายังสินค้าและบริการอื่นๆ ให้สูงขึ้นตาม ซึ่งจะมีผลต่อเงินเฟ้อพื้นฐานให้ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยที่ร้อยละ 1.2 ต่อปี
•ทั้งนี้ เงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นจะมีนัยต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังจำกัด รวมถึงนัยต่อการดำเนินนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ท่ามกลางกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังถูกจำกัดด้วยหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงประกอบกับรายได้ครัวเรือนที่ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อที่สะท้อนถึงค่าครองชีพของผู้บริโภคที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยกดดันการบริโภคภาคครัวเรือนในปี 2560 ในขณะที่เงินเฟ้อที่สูงขึ้นในปี 2560 นี้ แม้ว่าจะยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ (เฉลี่ยทั้งปีร้อยละ 2.5 ± 1.5) แต่อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นก็จะเป็นแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงิน โดยเฉพาะการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย Fed Funds ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะมีขึ้นอีกราว 2 ครั้งในปี 2560 นี้ จะเป็นแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายทางการเงินของไทยผ่านการไหลออกของเงินทุนรวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า กนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยไว้ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี เพื่อรอประเมินสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศเป็นระยะๆ
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย






