thansettakij
thansettakij
รัฐและเครือข่ายสถาบันเกษตรกรร่วมบูรณาการอาชีพชาวสวนยาง

รัฐและเครือข่ายสถาบันเกษตรกรร่วมบูรณาการอาชีพชาวสวนยาง

27 ธ.ค. 59 | 12:18 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ธ.ค. 59 | 19:18 น.
นายประทบ สุขสนาน รองประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางการยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง การยางแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวแทนเกษตรกร ที่ผ่านการคัดเลือกมาจากเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ ทุกที่ที่มีการปลูกยางพารา รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ที่มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างเป็นตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางออกมากดดันรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ตลอดทั้งการยางแห่งประเทศไทยในช่วงขณะนี้ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนยางตัวจริง ซ้ำยังสร้างความไม่เข้าใจกันระหว่างหน่วยงานกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง เพราะที่ผ่านมา เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางและการยางแห่งประเทศไทย ได้ร่วม และประสานการทำงานมาโดยตลอด เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง มีการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร เช่น การสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันเกษตรกร สวัสดิการต่างๆ ที่เกษตรกรชาวสวนยางควรจะได้รับ อีกทั้ง การพัฒนาคุณภาพยางพาราให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด เป็นต้น

ดังนั้น การที่กลุ่มบุคคล ออกมาเคลื่อนไหวอาจจะมีอะไรแอบแฝงอยู่ เพราะเป็นที่รู้กันในวงการยางพาราว่า บางรายมีกลุ่มทุนในวงการยางพาราให้การสนับสนุน และสร้างราคากับตัวเองทุกครั้งที่ยางพาราเริ่มมีราคาที่ดีขึ้น พร้อมออกมาเคลื่อนไหวเสมอ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ให้กับใคร หรือกลุ่มทุนที่สนับสนุนตนเองอยู่หรือไม่นั้น ย่อมรู้ตัวดี และมักสร้างปัญหาความแตกแยกระหว่างหน่วยงานของรัฐและเกษตรกรอยู่เสมอๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อความร่วมมือในการยกระดับและพัฒนาอาชีพการทำสวนยาง ทางที่ดีควรให้พิจารณาแนวทางกลุ่มของตนเอง หรือมาร่วมมือกับเครือข่ายสถาบันเกษตรกร กยท. ซึ่งถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรชาวสวนยางพาราอย่างแท้จริงต่อไปจะดีกว่า

นายประทบ กล่าวอีกว่า การไปยื่นฟ้องศาลปกครอง เพื่อชะลอการขายยางโครงการของรัฐบาล เครือข่ายสถาบันเกษตรกรรู้สึกกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เพราะราคายางของประเทศอยู่ในช่วงขาขึ้น และผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้ ถ้าไม่ระบายยางในช่วงราคาดีและกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด แต่หันไปเลือกวิธีการระบายยางในช่วงราคาตก ก็ยิ่งจะเป็นการซ้ำเติมราคายางพาราให้ตกต่ำลงไปอีก จากภาวะการความต้องการใช้ยางถึง 700,000 ตัน ทางเครือข่ายสถาบันเกษตรกรฯ จึงเห็นว่า เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะระบายยางในสต็อก ที่มาจากนโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางของรัฐบาล ล้วนเป็นเงินจากภาษีอากรของประชาชนทั้งประเทศ การที่เก็บสต็อกยางไว้ ทำให้คงมียางค้างอยู่ในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคายางในอดีตมาโดยตลอด ทำให้ผู้ประกอบการนำมาอ้างในการกดดันราคายางต่อเกษตรกร จะเห็นได้ว่า ถึงแม้จะมีการประกาศระบายยางในสต็อก ก็ไม่ได้ทำให้ราคายางตกลง เพราะตลาดยังขาดแคลนอยู่อีกจำนวนมาก

“ขณะนี้ เครือข่ายสถาบันเกษตรกรฯ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง กำลังบูรณาการขับเคลื่อนอาชีพยางพาราให้มีความมั่นคงอย่างเป็นระบบ ทำให้ยางพาราไทยเป็นที่ต้องการของทั่วโลก อย่ามาชักใบให้เรือเสีย สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นอีกเลย”