
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(27 ธ.ค.59)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 26 ธันวาคม 2559
สภาวะตลาดวันที่ 26 ธันวาคม 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,133.56-1,134.33 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,400 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,350 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.11 น.ของวันที่ 26/12/16)
แนวโน้มวันที่ 27 ธันวาคม 2559
สภาวะการซื้อขายในตลาดทองคำที่เบาบางลงหลังจากนักลงทุนส่วนใหญ่หยุดการทำธุรกรรมช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปริมาณการซื้อขายลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงกำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี ทั้งนี้ ตลาดบางประเทศยังคงปิดทำการต่อเนื่องในวันอังคารที่ 27 ธันวาคมนี้ อย่างเช่น นิวซีแลนด์,ออสเตรเลีย,แคนาดา และ อังกฤษ ขณะที่แนวโน้มตลาดทองคำมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบแคบต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูทิศทางอีกครั้งหลังวันหยุดยาว ทั้งนี้ ราคาทองคำยังคงถูกกดดัน จากตัวเลขยอดขายบ้านเดี่ยวหลังใหม่ในสหรัฐพุ่งขึ้นสูงเกินคาดในเดือนพฤศจิกายน และ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเคลื่อนตัวใกล้จุดสูงสุดรอบ 13 ปีในเดือนธันวาคม โดยรายงานตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจจะได้รับแรงหนุนส่งต่อไปในปี 2560 ขณะที่ราคาทองคำเคลื่อนไหวทรงตัวอยู่ใกล้จุดต่ำสุดรอบ 10 เดือน หลังจากร่วงลงติดต่อกัน 6 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม นโยบายการค้าที่เข้มงวดยิ่งขึ้นของนายทรัมป์อาจจะสร้างความเสียหายต่อสหรัฐ และนักลงทุนควรจะให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มากยิ่งขึ้น ประกอบกับ นักลงทุนพิจารณาว่า ตลาดหุ้นสหรัฐมีโอกาสพุ่งขึ้นได้อีกมากเพียงใด หลังจากหุ้นในตลาดสหรัฐมีมูลค่าแพงขึ้นด้วย โดยค่าพีอีเรโชพุ่งขึ้นจาก 16.6 เท่า สู่ 17.6 เท่า และอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 15 เท่า ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 มกราคม หรือในเวลาไม่ถึงเดือน แต่นายทรัมป์ก็ได้รับแรงกดดันและถูกจับตา เกี่ยวกับกรณีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นได้จากธุรกิจทั่วโลกของครอบครัว อย่างไรก็ตามหากราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 1,135-1,142 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านไปได้ คาดว่าระยะสั้นจะมีแรงขายทำกำไรลงมาก่อน แต่อาจไม่ปรับตัวลงไปมากนัก เนื่องจากราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบและปริมาณการซื้อขายยังคงเบาบาง
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,135-1,142 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมา โดยหากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,125-1,122 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาน่ากลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากยืนไม่ได้ต้องระมัดระวังแรงขายที่ออกมาอาจทำให้ราคาย่อตัวลงสู่แนวรับถัดไป สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือรอดูบริเวณ 1,122 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคงถือเป็นจุดซื้อเก็งกำไรระยะสั้นอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,122 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์และมีควรการตั้งจุดตัดขาดทุนหรือจุดทำกำไรต้องชัดเจนเนื่องปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,122 (19,080บาท) 1,116 (18,980บาท) 1,108 (18,840บาท)
แนวต้าน 1,142 (19,430บาท) 1,152 (19,600บาท) 1,164 (19,800บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 26 ธันวาคม 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,133.56-1,134.33 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,400 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,350 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.11 น.ของวันที่ 26/12/16)
แนวโน้มวันที่ 27 ธันวาคม 2559
สภาวะการซื้อขายในตลาดทองคำที่เบาบางลงหลังจากนักลงทุนส่วนใหญ่หยุดการทำธุรกรรมช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปริมาณการซื้อขายลดลงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงกำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี ทั้งนี้ ตลาดบางประเทศยังคงปิดทำการต่อเนื่องในวันอังคารที่ 27 ธันวาคมนี้ อย่างเช่น นิวซีแลนด์,ออสเตรเลีย,แคนาดา และ อังกฤษ ขณะที่แนวโน้มตลาดทองคำมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบแคบต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูทิศทางอีกครั้งหลังวันหยุดยาว ทั้งนี้ ราคาทองคำยังคงถูกกดดัน จากตัวเลขยอดขายบ้านเดี่ยวหลังใหม่ในสหรัฐพุ่งขึ้นสูงเกินคาดในเดือนพฤศจิกายน และ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเคลื่อนตัวใกล้จุดสูงสุดรอบ 13 ปีในเดือนธันวาคม โดยรายงานตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจจะได้รับแรงหนุนส่งต่อไปในปี 2560 ขณะที่ราคาทองคำเคลื่อนไหวทรงตัวอยู่ใกล้จุดต่ำสุดรอบ 10 เดือน หลังจากร่วงลงติดต่อกัน 6 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม นโยบายการค้าที่เข้มงวดยิ่งขึ้นของนายทรัมป์อาจจะสร้างความเสียหายต่อสหรัฐ และนักลงทุนควรจะให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มากยิ่งขึ้น ประกอบกับ นักลงทุนพิจารณาว่า ตลาดหุ้นสหรัฐมีโอกาสพุ่งขึ้นได้อีกมากเพียงใด หลังจากหุ้นในตลาดสหรัฐมีมูลค่าแพงขึ้นด้วย โดยค่าพีอีเรโชพุ่งขึ้นจาก 16.6 เท่า สู่ 17.6 เท่า และอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 15 เท่า ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 มกราคม หรือในเวลาไม่ถึงเดือน แต่นายทรัมป์ก็ได้รับแรงกดดันและถูกจับตา เกี่ยวกับกรณีความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นได้จากธุรกิจทั่วโลกของครอบครัว อย่างไรก็ตามหากราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 1,135-1,142 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังไม่สามารถผ่านไปได้ คาดว่าระยะสั้นจะมีแรงขายทำกำไรลงมาก่อน แต่อาจไม่ปรับตัวลงไปมากนัก เนื่องจากราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบและปริมาณการซื้อขายยังคงเบาบาง
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,135-1,142 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมา โดยหากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,125-1,122 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาน่ากลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากยืนไม่ได้ต้องระมัดระวังแรงขายที่ออกมาอาจทำให้ราคาย่อตัวลงสู่แนวรับถัดไป สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือรอดูบริเวณ 1,122 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคงถือเป็นจุดซื้อเก็งกำไรระยะสั้นอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,122 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์และมีควรการตั้งจุดตัดขาดทุนหรือจุดทำกำไรต้องชัดเจนเนื่องปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,122 (19,080บาท) 1,116 (18,980บาท) 1,108 (18,840บาท)
แนวต้าน 1,142 (19,430บาท) 1,152 (19,600บาท) 1,164 (19,800บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






