thansettakij
thansettakij
CMMU ชี้ระบบนิเวศเศรษฐกิจของไทยปี 2560 เอื้อต่อการทำธุรกิจอาหาร

CMMU ชี้ระบบนิเวศเศรษฐกิจของไทยปี 2560 เอื้อต่อการทำธุรกิจอาหาร

23 ธ.ค. 59 | 04:44 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ธ.ค. 59 | 12:04 น.
นักวิชาการ CMMU ชี้ระบบนิเวศเศรษฐกิจไทย ปี 60 เอื้อต่อธุรกิจอาหาร เผย 3 ปัจจัยสู่ความสำเร็จผู้ประการฟู้ดสตาร์ทอัพ รับยุทธศาสตร์ “เมืองนวัตกรรมอาหาร” CMMU จับมือ สวทน. ดัน ฟู้ดสตาร์ทอัพ เตรียมเปิด โครงการ Food Tech StartUp ครั้งแรกในประเทศไทย ตั้งเป้าดันศักยภาพธุรกิจอาหารโตก้าวกระโดด

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เผยระบบนิเวศทางเศรษฐกิจในปี 2560 ของวงการธุรกิจอาหารและการเกษตร ไทย เอื้อต่อผู้ประกอบการและผู้ที่ต้ องการเริ่มต้นธุรกิจอาหารมากขึ้น มีโอกาสประสบความสำเร็จในธุรกิจ เพิ่มขึ้น พร้อมชี้ผู้ประกอบการธุรกิจอาหา รยุคใหม่ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมใน 3 ด้าน คือ 1) เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต (Productivity) 2) พัฒนาด้านความปลอดภัย (Safety) 3) ผลิตอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภา พ (Healthy & Wellness) ทั้งนี้ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมสนับสนุนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ในฐานะพันธมิตรหลักทางวิชาการด้ านการจัดการธุรกิจอาหาร เตรียมเปิดโครงการ Food Tech StartUp ในอนาคตอันใกล้ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพด้านธุรกิจอาหาร และเตรียมความพร้อมนักสร้างสรรค์ นวัตกรรมธุรกิจอาหารเพื่อแข่งขันในเวทีระดับโลก

นายกิตติชัย ราชมหา ประธานสาขาการจัดการธุรกิจอาหาร วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า สถานการณ์การเลื่อนอันดับการส่ง ออกอาหารโลกของประเทศไทยขึ้นสู่ อันดับที่ 13 ของโลก ถือเป็นสัญญาณที่ดีของประเทศไทย และจากสถานการณ์ดังกล่าว สามารถมองเป็นโอกาสสำคัญของเหล่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารทุกขนาด ทั้งบริษัทขนาดใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ที่สามารถใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ โดยผู้ประกอบการธุรกิจอาหารต้อง ตื่นตัวกับการประยุกต์ใช้นวัตกร รมเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ เนื่องจากจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับตัวผลิตภัณฑ์และธุรกิจ อันจะนำไปสู่การแก้ไขข้อบกพร่อง ของประเทศไทย ที่มีการส่งออกวัตถุดิบอาหารจำนวนมาก แต่มีมูลค่าน้อย ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในเรื่องตัวเลขภาพรวมรายได้การส่งออกได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบบนิเวศทางเศรษฐกิจของวงการธุ รกิจอาหารและการเกษตรในประเทศไท ยมีการพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก มีกระแสสังคมในเรื่องการผลักดัน ให้ผู้ผลิตกลายเป็นผู้ประกอบการ เองโดยไม่ผ่านมือพ่อค้าคนกลาง ประกอบกับแรงสนับสนุนจากการรวมกลุ่มของหน่วยงานภาครัฐ อาทิ โครงการ ”เมืองนวัตกรรมอาหาร” (Food Innopolis) ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ ที่พร้อมทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” หรือที่ปรึกษาในด้านการประกอบธุ รกิจด้านอาหารและการเกษตรอย่างค รบวงจร ทำให้ในปัจจุบันถือเป็นช่วงเวลา ที่ดีสำหรับผู้ประกอบการและผู้ ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจอาหาร ที่จะมีโอกาสในการประสบความสำเร็ จด้านธุรกิจเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม เทรนด์ธุรกิจอาหารต้องอาศัยนวัต กรรมและเทคโนโลยีเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการเติบโตทั้งห่วงโซ่คุณค่า (value chain) โดยผู้ประกอบการธุรกิจอาหารยุคใ หม่ต้องรู้จักประยุกต์ใช้นวัตกร รมเข้าสู่ธุรกิจ โดยเน้นหลักที่การพัฒนา 3 หัวใจสำคัญของธุรกิจอาหารในยุคปัจจุบัน คือ

1) เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต (Productivity) นวัตกรรมสามารถใช้เพื่อพัฒนาภาค การผลิต โดยเฉพาะในธุรกิจต้นน้ำ เช่น ผลิตผลทางการเกษตรและปศุสัตว์ ให้มีปริมาณมากขึ้น รองรับกับการเติบโตของจำนวนผู้บ ริโภคทั่วโลก ตลอดจนลดอัตราการสูญเสียจากปัจจั ยต่างๆ เช่น ปัญหาทางสภาพแวดล้อมและการเปลี่ ยนแปลงทางภูมิอากาศ (Climate Change)

2) พัฒนาด้านความปลอดภัย (Safety) ประเด็นด้านความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดในธุรกิจอาหาร ซึ่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถช่วยพัฒนาและควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยในทุกกระบวนการผลิตอาหาร

3) ผลิตอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภา พ (Healthy & Wellness) อาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy & Functional Food) เป็นเทรนด์ระดับโลกที่ผู้บริโภค ทุกประเทศให้ความสนใจเป็นอันดับ 1 โดยในปัจจุบันหัวใจหลักที่ใช้เป็ นตัวตัดสินในตลาดธุรกิจอาหาร คือ การคิดค้นและพัฒนาอาหารที่มีประ โยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาอาหาร สุขภาพเพื่อตอบโจทย์สังคมสูงวัย (Aging Society)

ทั้งนี้ ภายในช่วงต้นปี 2560 นี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศ าสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) พร้อมด้วยสาขาการจัดการธุรกิจอา หาร วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะพันธมิตรหลักด้านวิชาการ การบริหารจัดการธุรกิจอาหาร (food business management) เตรียมพร้อมจัดโครงการ Food Tech Startup เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสตาร์ท อัพธุรกิจอาหาร นำเสนอไอเดียธุรกิจต่อนักลงทุนทั้ งในประเทศและต่างประเทศ โดยโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้โค รงการสตาร์ทอัพไทยแลนด์ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพด้ านธุรกิจอาหาร และเตรียมความพร้อมนักสร้างสรรค์ นวัตกรรมธุรกิจอาหารเพื่อแข่งขั นในเวทีระดับโลก หรือ Global Food Innovation Contest ของทาง Global Entrepreneurial Network (GEN) ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีในการส่งเ สริมด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีอา หารของประเทศไทย เพิ่มศักยภาพด้านการสร้างมูลค่า อาหารด้วยนวัตกรรมให้กับประเทศ เพื่อความสำเร็จในการเป็นแหล่งอ าหารของโลกอย่างเต็มรูปแบบ นายกิตติชัย กล่าวต่อ

ด้าน ผศ.ดร. อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กล่าวว่า เดิมประเทศไทยเคยติดอันดับต้นๆ ของประเทศที่ส่งออกอาหารมากที่สุ ดของโลก แต่ปัจจุบันอันดับได้ลดลงอย่างต่ อเนื่อง ด้วยปัญหาที่ว่าประเทศไทยส่งออก วัตถุดิบอาหารจำนวนมาก แต่มูลค่าน้อย ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศที่มีการเพิ่มมูลค่าเข้าสู่ อาหารด้วยกรรมวิธีและนวัตกรรมต่างๆ ด้วยปัญหาต่างๆ เหล่านี้ “เมืองนวัตกรรมอาหาร” (Food Innopolis) จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อพัฒนาและยก ระดับอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไ ทย ที่มีความได้เปรียบด้านความหลาก หลายทางชีวภาพและความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารโลก ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านก ารพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมเ ข้าสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมแกร่ งศักยภาพในการแข่งขันระดับเวที โลก

โครงการ “เมืองนวัตกรรมอาหาร” หรือ Food Innopolis เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒ นา 2 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยี ชีวภาพ (Agriculture and Biotechnology) และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (Food for the Future) ที่เป็นการร่วมมือกันระหว่าง 35 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจอาหารทุกระดับให้ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ผ่านการบริการให้คำปรึกษาด้านต่างๆ อาทิ การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อการพัฒนาด้านศึกษาวิจัย (Networking for Research and Development) และการต่อยอดธุรกิจเพื่อตีตลาดต่างประเทศ (Business Accelerator)