
บล.KTBST ประเมินหุ้นไทยวันนี้ ทิศทางยังแกว่งตัวในกรอบแคบ
บล.KTBST ประเมินหุ้นไทยวันนี้( 22ธ.ค.) ทิศทางยังแกว่งตัวในกรอบแคบเคลื่อนไหวสลับบวกลบ แนะกลยุทธ์เน้นเก็งกำไรในหุ้นขนาดเล็ก โดยหุ้นเด่นได้แก่ TISCO, SCN , SC , SVI , PIMO
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (22ธ.ค.) ตลาดหุ้นทั่วโลก กำลังเข้าใกล้ช่วงวันหยุดสิ้นปีปัจจัยใหม่ๆเข้ามาในตลาดน้อยลง ดัชนีฯแกว่งในกรอบแคบๆ ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยสำคัญๆ ของตลาดทั้งเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ หรือตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญๆถูกเผยแพร่ออกไปหมดแล้ว ปัจจัยหลักๆ ที่ยังมีผลคือ การปรับพอร์ตของนักลงทุนรับดอกเบี้ยขาขึ้นของสหรัฐฯ และอาจหมายถึงตลาดหุ้นอื่นๆในปีหน้าด้วย ค่าดอลล่าร์ที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลหลักๆ เป็นเหตุให้มีการขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ของประเทศในแถบเอเซีย
ทั้งนี้ราคาน้ำมัน ปัจจัยบวกคือ ความเชื่อมั่นที่มากขึ้นต่อการลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.7-1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะเริ่มต้นปีหน้า ทำให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ยืนเหนือ $50 เหรียญได้ แม้ตัวเลข stock น้ำมันดิบสหรัฐฯ รายงานโดย EIA วานนี้ จะระบุว่าเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 2.26 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง วันนี้ อาจมีผลลบต่อราคาหุ้นกลุ่มน้ำมันอยู่เล็กน้อย ขณะที่หุ้นในกลุ่ม commodity กลุ่มโลหะ ราคาจะเริ่มชะลอการขึ้นด้วยเช่นกัน
สำหรับปัจจัยในประเทศ ตัวเลขยอดขายรถยนต์ชะลอตัวเพราะปีก่อนมีการเร่งซื้อรถยนต์จากภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่จะปรับขึ้น แต่ตัวเลขผลิตรถยนต์สูงขึ้น ทำให้เรายังมองว่าทิศทางอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นบวก บวกกับ ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของไทยในเดือน พ.ย. อยู่ที่ระดับ 87.6 เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค.อยู่ที่ระดับ 86.5 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สองตัวแปรนี้ เป็นสัญญาณบวกด้านเศรษฐกิจ ทำให้ปัจจัยในเรื่องเศรษฐกิจของไทย เป็นบวกต่อตลาดหุ้นอยู่ต่อไป
"ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ น่าจะยังคล้ายกับวันก่อน คือ ปริมาณการซื้อขายเบาบางเพราะขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ ใกล้วันหยุด และมีความกังวลต่อการขายหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศ จะทำให้ดัชนีฯผันผวนในกรอบแคบๆ อาจสลับบวกสลับลบในระหว่างการซื้อขาย กลยุทธ์ลงทุนยังแนะนำเน้นหุ้นขนาดเล็กหรือหุ้นที่มีข่าวเฉพาะตัวสำหรับการเข้าเก็งกำไรช่วงสั้น หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน อาทิ TISCO, SCN , SC , SVI , PIMOมองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,500 -1,517 จุด”
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (22ธ.ค.) ตลาดหุ้นทั่วโลก กำลังเข้าใกล้ช่วงวันหยุดสิ้นปีปัจจัยใหม่ๆเข้ามาในตลาดน้อยลง ดัชนีฯแกว่งในกรอบแคบๆ ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยสำคัญๆ ของตลาดทั้งเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ หรือตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญๆถูกเผยแพร่ออกไปหมดแล้ว ปัจจัยหลักๆ ที่ยังมีผลคือ การปรับพอร์ตของนักลงทุนรับดอกเบี้ยขาขึ้นของสหรัฐฯ และอาจหมายถึงตลาดหุ้นอื่นๆในปีหน้าด้วย ค่าดอลล่าร์ที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลหลักๆ เป็นเหตุให้มีการขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ของประเทศในแถบเอเซีย
ทั้งนี้ราคาน้ำมัน ปัจจัยบวกคือ ความเชื่อมั่นที่มากขึ้นต่อการลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.7-1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะเริ่มต้นปีหน้า ทำให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ยืนเหนือ $50 เหรียญได้ แม้ตัวเลข stock น้ำมันดิบสหรัฐฯ รายงานโดย EIA วานนี้ จะระบุว่าเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 2.26 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง วันนี้ อาจมีผลลบต่อราคาหุ้นกลุ่มน้ำมันอยู่เล็กน้อย ขณะที่หุ้นในกลุ่ม commodity กลุ่มโลหะ ราคาจะเริ่มชะลอการขึ้นด้วยเช่นกัน
สำหรับปัจจัยในประเทศ ตัวเลขยอดขายรถยนต์ชะลอตัวเพราะปีก่อนมีการเร่งซื้อรถยนต์จากภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่จะปรับขึ้น แต่ตัวเลขผลิตรถยนต์สูงขึ้น ทำให้เรายังมองว่าทิศทางอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นบวก บวกกับ ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมของไทยในเดือน พ.ย. อยู่ที่ระดับ 87.6 เพิ่มขึ้นจากเดือน ต.ค.อยู่ที่ระดับ 86.5 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สองตัวแปรนี้ เป็นสัญญาณบวกด้านเศรษฐกิจ ทำให้ปัจจัยในเรื่องเศรษฐกิจของไทย เป็นบวกต่อตลาดหุ้นอยู่ต่อไป
"ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ น่าจะยังคล้ายกับวันก่อน คือ ปริมาณการซื้อขายเบาบางเพราะขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ ใกล้วันหยุด และมีความกังวลต่อการขายหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศ จะทำให้ดัชนีฯผันผวนในกรอบแคบๆ อาจสลับบวกสลับลบในระหว่างการซื้อขาย กลยุทธ์ลงทุนยังแนะนำเน้นหุ้นขนาดเล็กหรือหุ้นที่มีข่าวเฉพาะตัวสำหรับการเข้าเก็งกำไรช่วงสั้น หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน อาทิ TISCO, SCN , SC , SVI , PIMOมองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,500 -1,517 จุด”






