
สบส.เตือนอย่าด่วนตัดสินใจเสริมความงามตามโฆษณาในสื่อโซเชียล
กรม สบส.เตือนหนุ่ม-สาวอย่าด่วนตัดสินใจเสริมความงามตามคำโฆษณาผ่านสื่อโซเชียล เสี่ยงตกเป็นเหยื่อหมอเถื่อน
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เตือนประชาชนอย่าด่วนตัดสินใจรับบริการเสริมความงาม เพียงเห็นโฆษณาผ่านสื่อโซเชียล ชี้โอกาสตกเป็นเหยื่อหมอเถื่อนสูง แนะวิธีการที่รอบคอบปลอดภัย ควรไปดูสถานที่จริงด้วยตนเอง พร้อมตรวจสอบหลักฐานการขออนุญาตเปิดคลินิกและแพทย์ผู้ให้บริการ ส่วนกรณี “คลินิกวีเมค” ย่านบางยี่เรือ พบแพทย์เจ้าของคลินิกเปิดโดยไม่ได้ขออนุญาต และใช้หมอเถื่อนให้บริการแทน จึงประสานแพทยสภาตรวจสอบ
นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุ ขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าทีตำรวจ สถานีตำรวจบางยี่เรือ กทม. เข้าจับกุม 2 สามี-ภรรยา ที่โฆษณาชวนเชื่อ ชักชวนให้ประชาชนเข้ารับบริ การเสริมความงามที่ “คลินิกวีเมค” เลขที่ 367 หมู่ 7 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กทม. ทั้งดูดไขมัน เสริมหน้าอก ให้บริการโดยแพทย์ ซึ่งมีผู้ใช้บริการหลายรายได้รั บผลข้างเคียงหลังรับบริการ เนื่องจากผู้ให้บริการในคลินิ กดังกล่าวมิใช่แพทย์ ซึ่งในกรณีดังกล่าว กรม สบส.ได้ดำเนินการตรวจสอบร่วมกั บเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า คลินิกวีเมค เป็นคลินิกที่มิได้ขออนุญาตเปิ ดดำเนินการอย่างถูกต้องตาม พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 โดยมีแพทย์รายหนึ่งเป็นเจ้าของ และใช้บุคคลอื่นที่มิใช่แพทย์ มาทำการตรวจ-รักษาแทน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายและเป็นอั นตรายต่อผู้ใช้บริการ ดังนั้น กรม สบส.จึงได้ประสานไปยั งแพทยสภาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริ งของแพทย์รายนี้ ว่าเป็นเจ้าของสถานที่จริงหรื อถูกแอบอ้างชื่อ แต่อย่างไรก็ตาม “คลินิกวีเมค” ถือว่าเป็นคลินิกเถื่อนอย่างแน่ นอน เจ้าของกิจการมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในส่วนของหมอเถื่อนทั้ง 2 ราย จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“ความเสียหายที่เกิดขึ้นหลั งจากใช้บริการที่ “คลินิกวีเมค” ถือเป็นอุทาหรณ์การหลงเชื่อการโฆษณาของคลินิกผ่านสื่อโซเชียล ซึ่งข้อมูลที่ปรากฏบนสื่อชนิดนี้ ไม่สามารถเชื่อถือได้ทั้งหมดเพราะอาจมีการปลอมแปลงข้อมูล เสี่ยงตกเป็นเหยื่อของหมอเถื่อน โดยเฉพาะยอดรีวิว (Review) ยืนยันคุณภาพการบริการจากผู้ใช้ บริการซึ่งไม่สามารถเชื่อถือได้ ว่าจริงหรือเท็จ ประชาชนควรฟังหูไว้หูอย่าเชื่อเพราะคนบอกว่าดี” นายแพทย์ธงชัย กล่าว
นายแพทย์ธงชัย กล่าวต่อว่า ก่อนตัดสินใจรับบริการในคลินิกที่ลงโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลทุกแห่ง ขอให้ประชาชนลงไปตรวจสอบสถานที่ จริงด้วยตนเอง ว่าตรงกับโฆษณาหรือไม่ และสิ่งที่จะต้องตรวจสอบโดยเคร่งครัดมี 4 ประเด็น ได้แก่ 1.ป้ายชื่อคลินิกต้องแสดงเลขที่ ใบอนุญาต 11 หลักเสมอ 2.ใบอนุญาตเปิดกิจการคลินิก เลขใบอนุญาตต้องตรงกับเลขที่ที่ ติดที่ป้ายชื่อคลินิก 3.หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมคลินิก ให้เป็นปีปัจจุบัน 4.ต้องแสดงหลักฐานของแพทย์ที่ ให้บริการในคลินิก โดยมี ชื่อ-นามสกุล และภาพถ่ายติดที่หน้าห้องตรวจ พร้อมทั้ง ตรวจสอบชื่อคลินิกได้ที่เว็บไซต์กรม สบส. (www.hss.moph.go.th) และตรวจสอบชื่อแพทย์ได้ที่เว็ บไซต์แพทยสภา (www.tmc.or.th) หากพบหลักฐานครบถ้วนแสดงว่าเป็ นคลินิกที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้มาตรฐาน หากไม่พบหรือขาดอย่างใดอย่างหนึ่ งไม่ควรรับบริการและขอให้แจ้งที่ เฟซบุ๊ค สารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์, มือปราบสถานพยาบาลเถื่อน หรือสายด่วนกรม สบส. 02 193 7999 กรม สบส. จะตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายทันที
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เตือนประชาชนอย่าด่วนตัดสินใจรับบริการเสริมความงาม เพียงเห็นโฆษณาผ่านสื่อโซเชียล ชี้โอกาสตกเป็นเหยื่อหมอเถื่อนสูง แนะวิธีการที่รอบคอบปลอดภัย ควรไปดูสถานที่จริงด้วยตนเอง พร้อมตรวจสอบหลักฐานการขออนุญาตเปิดคลินิกและแพทย์ผู้ให้บริการ ส่วนกรณี “คลินิกวีเมค” ย่านบางยี่เรือ พบแพทย์เจ้าของคลินิกเปิดโดยไม่ได้ขออนุญาต และใช้หมอเถื่อนให้บริการแทน จึงประสานแพทยสภาตรวจสอบ
นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุ ขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าทีตำรวจ สถานีตำรวจบางยี่เรือ กทม. เข้าจับกุม 2 สามี-ภรรยา ที่โฆษณาชวนเชื่อ ชักชวนให้ประชาชนเข้ารับบริ การเสริมความงามที่ “คลินิกวีเมค” เลขที่ 367 หมู่ 7 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กทม. ทั้งดูดไขมัน เสริมหน้าอก ให้บริการโดยแพทย์ ซึ่งมีผู้ใช้บริการหลายรายได้รั บผลข้างเคียงหลังรับบริการ เนื่องจากผู้ให้บริการในคลินิ กดังกล่าวมิใช่แพทย์ ซึ่งในกรณีดังกล่าว กรม สบส.ได้ดำเนินการตรวจสอบร่วมกั บเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า คลินิกวีเมค เป็นคลินิกที่มิได้ขออนุญาตเปิ ดดำเนินการอย่างถูกต้องตาม พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 โดยมีแพทย์รายหนึ่งเป็นเจ้าของ และใช้บุคคลอื่นที่มิใช่แพทย์ มาทำการตรวจ-รักษาแทน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายและเป็นอั นตรายต่อผู้ใช้บริการ ดังนั้น กรม สบส.จึงได้ประสานไปยั งแพทยสภาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริ งของแพทย์รายนี้ ว่าเป็นเจ้าของสถานที่จริงหรื อถูกแอบอ้างชื่อ แต่อย่างไรก็ตาม “คลินิกวีเมค” ถือว่าเป็นคลินิกเถื่อนอย่างแน่ นอน เจ้าของกิจการมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในส่วนของหมอเถื่อนทั้ง 2 ราย จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“ความเสียหายที่เกิดขึ้นหลั งจากใช้บริการที่ “คลินิกวีเมค” ถือเป็นอุทาหรณ์การหลงเชื่อการโฆษณาของคลินิกผ่านสื่อโซเชียล ซึ่งข้อมูลที่ปรากฏบนสื่อชนิดนี้ ไม่สามารถเชื่อถือได้ทั้งหมดเพราะอาจมีการปลอมแปลงข้อมูล เสี่ยงตกเป็นเหยื่อของหมอเถื่อน โดยเฉพาะยอดรีวิว (Review) ยืนยันคุณภาพการบริการจากผู้ใช้ บริการซึ่งไม่สามารถเชื่อถือได้ ว่าจริงหรือเท็จ ประชาชนควรฟังหูไว้หูอย่าเชื่อเพราะคนบอกว่าดี” นายแพทย์ธงชัย กล่าว
นายแพทย์ธงชัย กล่าวต่อว่า ก่อนตัดสินใจรับบริการในคลินิกที่ลงโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลทุกแห่ง ขอให้ประชาชนลงไปตรวจสอบสถานที่ จริงด้วยตนเอง ว่าตรงกับโฆษณาหรือไม่ และสิ่งที่จะต้องตรวจสอบโดยเคร่งครัดมี 4 ประเด็น ได้แก่ 1.ป้ายชื่อคลินิกต้องแสดงเลขที่ ใบอนุญาต 11 หลักเสมอ 2.ใบอนุญาตเปิดกิจการคลินิก เลขใบอนุญาตต้องตรงกับเลขที่ที่ ติดที่ป้ายชื่อคลินิก 3.หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมคลินิก ให้เป็นปีปัจจุบัน 4.ต้องแสดงหลักฐานของแพทย์ที่ ให้บริการในคลินิก โดยมี ชื่อ-นามสกุล และภาพถ่ายติดที่หน้าห้องตรวจ พร้อมทั้ง ตรวจสอบชื่อคลินิกได้ที่เว็บไซต์กรม สบส. (www.hss.moph.go.th) และตรวจสอบชื่อแพทย์ได้ที่เว็ บไซต์แพทยสภา (www.tmc.or.th) หากพบหลักฐานครบถ้วนแสดงว่าเป็ นคลินิกที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้มาตรฐาน หากไม่พบหรือขาดอย่างใดอย่างหนึ่ งไม่ควรรับบริการและขอให้แจ้งที่ เฟซบุ๊ค สารวัตรสถานพยาบาลออนไลน์, มือปราบสถานพยาบาลเถื่อน หรือสายด่วนกรม สบส. 02 193 7999 กรม สบส. จะตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายทันที






