thansettakij
thansettakij
โออิชิฯย้ำแชมป์ตลาดชาเขียว เพิ่มพอร์ต-เสริมทัพปั๊มเงิน

โออิชิฯย้ำแชมป์ตลาดชาเขียว เพิ่มพอร์ต-เสริมทัพปั๊มเงิน

19 ธ.ค. 59 | 09:00 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ธ.ค. 59 | 15:23 น.
โออิชิ ย้ำแชมป์ผู้นำตลาดชาเขียวพร้อมดื่มหลังปรับพอร์ตสินค้าลดความซ้ำซ้อนโกยส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่ม 10% ล่าสุดทุ่ม 70 ล้านบาท คลอดนวัตกรรมน้องใหม่เสริมทัพชารสผลไม้ " กลิ่นซากุระ สตรอเบอร์รี่"ชูจุดเด่นฉลากเปลี่ยนสีได้หลังโดนความเย็นรุกตลาด วางเป้าดันยอดขายเพิ่ม 10%

นางเจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิ เปิดเผยว่า ภายหลังการปรับพอร์ตสินค้าชาเขียวพร้อมดื่มภายในเครือโออิชิตั้งแต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยการปรับสินค้าในเครือเป็น 4 หมวดหลักได้แก่ กลุ่มชาเขียวพร้อมดื่ม,ชาผลไม้,ชาสมุนไพร และกลุ่มชาพรีเมียม พร้อมลดจำนวนความซับซ้อนของรายการสินลง 50% หรือจากเดิมที่บริษัทมีสินค้าในหลายขนาดกว่า 136 รายการลดเหลือ 70 รายการ เพื่อให้ง่ายต่อการวางจำหน่ายในช่องทางต่างๆพร้อมสร้างการจดจำและความเหมาะสมของการทำตลาดในแต่ละช่องทาง ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีสามารถสร้างการเติบโตในเพิ่มขึ้นมาได้ 10% (ในแง่ของการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของแบรนด์) ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยแผนงานนับจากนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดในกลุ่มชารสผลไม้เป็นหลัก ผ่านการคิดค้นนวัตกรรมเครื่องดื่มรูปแบบใหม่ออกสู่ท้องตลาด เพราะต้องการขยายฐานผู้ดื่มไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุตั้งแต่ 15-29 ปี ที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเดิมที่ดื่มชาเขียวโออิชิตั้งแต่ช่วงแรกที่เริ่มมีการทำตลาดมีอายุมากขึ้น ทำให้ต้องมีการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ

"แม้ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายเดิมของเราจะยังมีการเข้าถึงสินค้าอยู่ที่ 58% แต่บริษัทก็ต้องการขยายฐานผู้ดื่มไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุตั้งแต่ 15-29 ปีเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สามารถเข้าถึงแบรนด์ได้แล้ว 44% เพิ่มขึ้นจากปีทีผ่านมาที่มีเพียง 39% ซึ่งถือว่าการนำนวัตกรรมชารสชาติใหม่ๆสามารถสร้างการเข้าถึงและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี"

เพื่อเป็นการขยายฐานผู้ดื่มและกระตุ้นตลาดชาพร้อมดื่มในฐานะผู้นำตลาดให้มีการเติบโต ล่าสุดบริษัทได้ใช้งบประมาณ 70 ล้านบาทเปิดตัว "โออิชิ กลิ่นซากุระ สตรอเบอร์รี่"ในกลุ่มชารสผลไม้ ด้วยนวัตกรรมความสดชื่นที่ความหอมของซากุระผสานกับความหวานของสตรอว์เบอร์รี่ พร้อมด้วยไฮไลต์เทคโนโลยีขวดเปลี่ยนสีได้ครั้งแรกในประเทศไทย แค่ขวดเย็นดอกซากุระบนขวดก็จะเปลี่ยนสี วางจำหน่ายใน 2 ขนาดได้แก่ 380 มล.ราคา 16 บาท และขนาด 500 มล. ราคา 20 บาท โดยเน้นการทำตลาดทั้ง 360 องศาทั้งออนไลน์ ออฟไลน์และการจัดกิจกรรมกระตุ้นยอดขายในรูปแบบต่างๆ โดยช่วงแรกจะวางจำหน่ายเป็นระยะเวลา 2 เดือนจำนวน 1 ล้านขวด

"ปีที่ผ่านมาเราเปิดตัวชารสผลไม้องุ่นเคียวโฮ ชาเขียวเคี้ยวได้ผสมวุ้นมะพร้าว ออกมาเพื่อรองรับการเติบโตพร้อมกับใส่นวัตกรรมใหม่ๆเข้าไป ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% หรือเฉลี่ยที่ 600 ล้านบาท หรือสารถสร้างสัดส่วนยอดขายเป็น 30% จากสัดส่วนยอดขายขารสชาติผลไม้ของโออิชิ ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 รองจากยอดขายหลักที่มาจากกลุ่มชาเขียวพร้อมดื่ม นั่นแสดงว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่นิยมทดลองดื่มเครื่องดื่มนวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้ปีนี้เราเปิดตัวโออิชิ กลิ่นซากุระ สตรอว์เบอร์รี่เพิ่มขึ้นมาเพื่อขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายการเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่ต่ำกว่า 10%"

แนวโน้มในตลาดชาพร้อมดื่มปีหน้ามองว่ากลุ่มสินค้าชาผลไม้จะยังคงเป็นเซ็กเมนต์ที่โดดเด่น และเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมั่นใจว่านวัตกรรมผลิตภัณฑ์ “โออิชิ กลิ่นซากุระ สตรอเบอร์รี่”จะเป็นหนึ่งในรสชาติที่ช่วยผลักดันให้ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มเติบโต และเสริมแกร่งให้กับแบรนด์โออิชิได้ ขณะที่การแข่งขันโดยนั้นมองว่าเรื่องของนวัตกรรมจะเป็นตัวสำคัญในการผลักดันการเติบโตในตลาดชามากกว่าเรื่องของโปรโมชัน นอกจากนี้ในส่วนของบริษัทมีแผนจะเปิดตัวสินค้าใหม่เฉลี่ย 1 รายการต่อปี หรือสูงสุดไม่เกิน 2 รายการเพื่อออกมากระตุ้นตลาด ขณะที่งบประมาณทางการตลาดสำหรับใช้ในการสร้างแบรนด์ทั้งเครือจะอยู่ที่ราว 600 ล้านบาทต่อปี แบ่งเป็นช่องทางออนไลน์ 30% เพิ่มจากปีนี้ที่ใช้ 25% และออฟไลน์ 70%

อย่างไรก็ตามภาพรวมตลาดชาพร้อมดื่มมูลค่ากว่า 1.6 หมื่นล้านบาทในปีที่ผ่านมา ติดลบอยู่ที่ 2% แต่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ชารสผลไม้พบว่ามีการเติบโตสวนทางกับตลาดที่ 8% จากมูลค่าตลาดรวม 2,160 ล้านบาท โดยโออิชิเติบโตมากกว่าตลาดที่ 25% (เฉพาะในกลุ่มชารสผลไม้) ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดโดยรวมของแบรนด์โออิชิครองผู้นำตลาดชาพร้อมดื่มด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 43% (ข้อมูลเฉลี่ย ม.ค.-ต.ค.59) โดยมีกลุ่มสินค้าชารสผลไม้หรือ"ฟรุตที"เป็นเซ็กเมนต์ที่ผลักดันการเติบโตมากที่สุด รองมาได้แก่ อิชิตัน ส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 40.8%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,219 วันที่ 18-21 ธันวาคม 2559