
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(15 ธ.ค.59)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 15 ธันวาคม 2559 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
เก็งกำไรระยะสั้นตามกรอบราคา เปิดสถานะซื้อหากราคาสามารถยืนเหนือ 1,134-1,126 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ให้ทยอยขายทำกำไรหากราคายังไม่ยืนเหนือโซน 1,152 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือ 1,152 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ส่งผลให้แรงซื้อยังคงถูกจำกัด สำหรับวันนี้ประเมินแนวต้านระยะสั้นในโซน 1,152 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากผ่านไปได้แนวต้านสำคัญจะอยู่ในบริเวณ 1,161 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นยังประเมินในโซนคือ 1,134 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับถัดไปที่ 1,126 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,134 1,126 1,113
แนวต้าน 1,152 1,161 1,173
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 13.84 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอีก 0.25% สู่ระดับ 0.50-0.75% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะเดียวกัน Dot Plot ของเฟดบ่งชี้ว่ากรรมการเฟดคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้าโดยเพิ่มขึ้นจากจำนวน 2 ครั้งที่มีการคาดการณ์ในเดือนก.ย. ซึ่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่เร็วขึ้นในปีหน้าแสดงให้เห็นว่าเฟดมีการปรับตัวรับผลกระทบที่อาจเกิดจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นประมาณ 1.3%แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนม.ค.ปี 2003 และกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,139 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนจะลดช่วงติดลบและปิดตลาดในบริเวณ 1,144 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงวานนี้ 6.82 ตัน ขณะที่วันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน, ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจจากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ดัชนีPMIภาคการผลิตและ Empire State Index
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
เก็งกำไรระยะสั้นตามกรอบราคา เปิดสถานะซื้อหากราคาสามารถยืนเหนือ 1,134-1,126 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ให้ทยอยขายทำกำไรหากราคายังไม่ยืนเหนือโซน 1,152 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,134 1,126 1,113
แนวต้าน 1,152 1,161 1,173
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 13.84 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอีก 0.25% สู่ระดับ 0.50-0.75% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะเดียวกัน Dot Plot ของเฟดบ่งชี้ว่ากรรมการเฟดคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีหน้าโดยเพิ่มขึ้นจากจำนวน 2 ครั้งที่มีการคาดการณ์ในเดือนก.ย. ซึ่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่เร็วขึ้นในปีหน้าแสดงให้เห็นว่าเฟดมีการปรับตัวรับผลกระทบที่อาจเกิดจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ปัจจัยดังกล่าวหนุนให้ดัชนีดอลลาร์พุ่งขึ้นประมาณ 1.3%แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนม.ค.ปี 2003 และกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดบริเวณ 1,139 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนจะลดช่วงติดลบและปิดตลาดในบริเวณ 1,144 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงวานนี้ 6.82 ตัน ขณะที่วันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน, ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจจากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ดัชนีPMIภาคการผลิตและ Empire State Index
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด






