
ช่อง8เมินทีวีดิจิตอลถูกฮุบ งัดแผนคุมต้นทุนเพิ่มรายได้
ช่อง 8 เปิดเกมรับศึกกลุ่มทุนใหญ่ฮุบทีวีดิจิตอล ชี้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เร่งปรับกลยุทธ์ทางการตลาดเน้นบริหารจัดการต้นทุนสร้างรายได้มากกว่าเรตติ้ง พร้อมเพิ่มคอนเทนต์ใหม่ในช่องสร้างความหลากหลายหวังขยายฐานผู้ชมต่อเนื่อง
นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนใหญ่ที่เข้ามาซื้อหุ้นในกลุ่มทีวีดิจิตอลบางช่องเป็นสิ่งที่ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย เนื่องจากท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ส่งผลให้บริษัทต่างๆ ต้องใช้งบประมาณด้านตลาดด้วยความระมัดระวัง สวนทางกับภาพรวมการแข่งขันธุรกิจทีวีดิจิตอลที่รุนแรง สังเกตได้จากผู้ประกอบการในหลายช่องต่างเพิ่มคอนเทนต์ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อหวังขยายฐานผู้ชมพร้อมสร้างการเติบโตด้านเรตติ้ง แต่ขณะเดียวกันกลับกลายเป็นการแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากช่องใดไม่มีความพร้อมทางด้านเงินทุนและคอนเทนต์ก็จะยากที่จะควบคุมด้านการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากมีต้นทุนของค่าใบอนุญาตและค่าเช่าโครงข่ายฯ อยู่แล้ว และยังมีค่าบุคลากร ค่าผลิตรายการหรือค่าลิขสิทธิ์ที่ซื้อรายการอีกด้วย
รายได้ส่วนใหญ่ของทีวีดิจิตอลมาจากการโฆษณา ซึ่งยังไม่ฟื้นเต็มที่ สังเกตได้จากการรายงานตัวเลขการใช้งบผ่านสื่อของ เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ชฯ ระบุว่า ภาพรวมโฆษณา 10 เดือน (มกราคม-ตุลาคม 2559 ) ปีนี้ติดลบ 9.36% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งแม้สื่อทีวีจะครองส่วนแบ่งการตลาดงบโฆษณาสูงสุด ก็ยังลดลงถึง 14.4% แต่อย่างไรก็ดีเชื่อว่าแนวโน้มไตรมาสแรกของปี 2560 จะดีขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่านโครงการต่างๆ และการผ่อนคลายของสถานการณ์บ้านเมือง ทำให้แต่ละบริษัทกลับมาใช้งบโฆษณาเพิ่มขึ้น
แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้จะให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนควบคู่ไปกับการสร้างรายได้มากกว่าการมุ่งหวังในแง่ของเรตติ้ง เนื่องจากมองว่าเรตติ้งระหว่างทางไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จ โดยตั้งโจทย์การทำธุรกิจอยู่ที่การแข่งขันทางด้านคอนเทนต์เป็นหลัก เพื่อดึงให้ผู้ชมใช้เวลารับชมรายการของช่องนานขึ้น ทำให้ในปีนี้ได้เห็นภาพช่อง 8 วางโพซิชันนิ่งตัวเองชัดเจน "เข้มทุกเรื่องราว สุดทุกอารมณ์" เพื่อตอกย้ำคาแรกเตอร์จัดจ้าน เนื้อหาเข้าใจง่าย ส่งผลให้มีกลุ่มผู้ชมและลูกค้าสามารถเลือกสินค้าที่เข้ามาซื้อเวลาโฆษณาชัดเจนตามไปด้วย ส่งผลให้มีเรตติ้งอยู่อันดับต้นๆ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สามารถชิงเม็ดเงินโฆษณาจากตลาดได้ ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมาคอนเทนต์ "ข่าว" และ "มวย" เป็นกลุ่มรายการที่โดดเด่นของทางสถานี วัดได้จากสามารถทำเรตติ้งทะยานสู่อันดับ 1 ของกลุ่มคอนเทนต์นั้นๆ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,218 วันที่ 15-17 ธันวาคม 2559
นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนใหญ่ที่เข้ามาซื้อหุ้นในกลุ่มทีวีดิจิตอลบางช่องเป็นสิ่งที่ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย เนื่องจากท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ส่งผลให้บริษัทต่างๆ ต้องใช้งบประมาณด้านตลาดด้วยความระมัดระวัง สวนทางกับภาพรวมการแข่งขันธุรกิจทีวีดิจิตอลที่รุนแรง สังเกตได้จากผู้ประกอบการในหลายช่องต่างเพิ่มคอนเทนต์ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อหวังขยายฐานผู้ชมพร้อมสร้างการเติบโตด้านเรตติ้ง แต่ขณะเดียวกันกลับกลายเป็นการแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากช่องใดไม่มีความพร้อมทางด้านเงินทุนและคอนเทนต์ก็จะยากที่จะควบคุมด้านการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากมีต้นทุนของค่าใบอนุญาตและค่าเช่าโครงข่ายฯ อยู่แล้ว และยังมีค่าบุคลากร ค่าผลิตรายการหรือค่าลิขสิทธิ์ที่ซื้อรายการอีกด้วย
รายได้ส่วนใหญ่ของทีวีดิจิตอลมาจากการโฆษณา ซึ่งยังไม่ฟื้นเต็มที่ สังเกตได้จากการรายงานตัวเลขการใช้งบผ่านสื่อของ เอจีบี นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ชฯ ระบุว่า ภาพรวมโฆษณา 10 เดือน (มกราคม-ตุลาคม 2559 ) ปีนี้ติดลบ 9.36% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งแม้สื่อทีวีจะครองส่วนแบ่งการตลาดงบโฆษณาสูงสุด ก็ยังลดลงถึง 14.4% แต่อย่างไรก็ดีเชื่อว่าแนวโน้มไตรมาสแรกของปี 2560 จะดีขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่านโครงการต่างๆ และการผ่อนคลายของสถานการณ์บ้านเมือง ทำให้แต่ละบริษัทกลับมาใช้งบโฆษณาเพิ่มขึ้น
แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้จะให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนควบคู่ไปกับการสร้างรายได้มากกว่าการมุ่งหวังในแง่ของเรตติ้ง เนื่องจากมองว่าเรตติ้งระหว่างทางไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จ โดยตั้งโจทย์การทำธุรกิจอยู่ที่การแข่งขันทางด้านคอนเทนต์เป็นหลัก เพื่อดึงให้ผู้ชมใช้เวลารับชมรายการของช่องนานขึ้น ทำให้ในปีนี้ได้เห็นภาพช่อง 8 วางโพซิชันนิ่งตัวเองชัดเจน "เข้มทุกเรื่องราว สุดทุกอารมณ์" เพื่อตอกย้ำคาแรกเตอร์จัดจ้าน เนื้อหาเข้าใจง่าย ส่งผลให้มีกลุ่มผู้ชมและลูกค้าสามารถเลือกสินค้าที่เข้ามาซื้อเวลาโฆษณาชัดเจนตามไปด้วย ส่งผลให้มีเรตติ้งอยู่อันดับต้นๆ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สามารถชิงเม็ดเงินโฆษณาจากตลาดได้ ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมาคอนเทนต์ "ข่าว" และ "มวย" เป็นกลุ่มรายการที่โดดเด่นของทางสถานี วัดได้จากสามารถทำเรตติ้งทะยานสู่อันดับ 1 ของกลุ่มคอนเทนต์นั้นๆ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,218 วันที่ 15-17 ธันวาคม 2559






