
จัดทัพสินค้าราคาถูกดักนักช็อป โรบินสันส่ง‘เกรท แวลู’ดูดเงินลูกค้ากลุ่มแมส
โรบินสัน เปิดตัวสินค้า “เกรท แวลู” ชูราคาตํ่ากว่าท้องตลาด 20%ดักนักช็อประดับแมส เริ่มต้น 35 บาท ประเดิมกว่า 900 รายการ ก่อนเพิ่มเป็น 2,000 รายการในปีหน้า
นางสาวรสอมร โค้วศิริกุลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารสินค้า บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสันจำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เพื่อรองรับกำลังซื้อของลูกค้าในตลาดแมส ซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหญ่ของบริษัทหลังการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่าให้ความสำคัญกับเรื่องของราคาสูงสุดรองลงมาได้แก่ คุณภาพสินค้า ดังนั้นบริษัทจึงพัฒนาและสรรหาสินค้า “เกรทแวลู” (Great Value) มาจำหน่ายภายใต้แนวคิด “ราคาเดียวตลอด 365 วัน”ประกอบไปด้วยสินค้า 4 หมวด ได้แก่ผลิตภัณฑ์สำหรับบ้าน ภายใต้แบรนด์Home&Co ในสัดส่วน 60% ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ แบรนด์ Active&Co25% ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายบุรุษ-สตรี แบรนด์ Clothing&Co 10% และผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายเด็ก แบรนด์Kids&Co 5%
“จุดเด่นของเกรท แวลู คือราคาจะตํ่ากว่าสินค้าในท้องตลาดทั่วไป 20%และเป็นสินค้านำเข้า 100% จากประเทศอินเดีย บังกลาเทศ จีน เป็นต้น ซึ่งเหมาะกับกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน กลุ่มที่เริ่มต้นสร้างครอบครัว และกลุ่มคนรักสุขภาพโดยสินค้าเกรท แวลู จะมีราคาเดียวตลอดทุกวัน ไม่มีการจัดโปรโมชันเพื่อลดราคาหรือส่งเสริมการขายใดๆ เบื้องต้นบริษัทจะนำเข้าสินค้ามาวางจำหน่ายราว 900รายการ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 รายการในปีหน้า”
โดยเกรท แวลูจะจัดดิสเพลย์รวมกับสินค้าในแต่ละแผนกบนพื้นที่ราว350 ตร.ม. ในรูปแบบเซลฟ์ ซีเล็กชันเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ด้วยตนเองซึ่งจะสะดวก และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยล่าสุดเกรท แวลูมีวางจำหน่ายแล้วในห้างสรรพสินค้าโรบินสันรวม 8 แห่ง ได้แก่ โรบินสัน สาขาพระราม9, เมกาบางนา, แฟชั่นไอส์แลนด์,ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, พิษณุโลก, สุราษฎร์ธานี, ศรีสมาน และสระบุรี และในเดือนธันวาคมนี้จะเปิดอีก 2 แห่ง ที่สมุทรปราการและลพบุรีส่วนในปีหน้าบริษัทจะวางจำหน่ายเพิ่มอีก 9 แห่ง และคาดว่าภายใน 5 ปี จะขยายสาขาได้ครบทั้ง43 แห่ง นอกจากนี้ยังมีจำหน่ายผ่านทางโรบินสันช้อปออนไลน์ (WWW.robinson. co.th) ด้วย
นางสาวรสอมรกล่าวอีกว่า สินค้าเกรท แวลูจะมีความแตกต่างจากจัสท์ บายซึ่งเป็นสินค้าราคาเดียว คือ 60 บาทซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าตกแต่งบ้าน กิฟต์ แอ็กเซสซอรีเหมาะสำหรับวัยรุ่น แต่เกรท แวลูจะเหมาะกับผู้บริโภคกลุ่มแมสกว่า โดยมีความหลากหลาย มีระดับราคาตั้งแต่35-1,995 บาท อาทิ ถ้วย จาน จนกระทั่งถึงเซตจานชามหรู
“หลังเปิดให้บริการตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่าลูกค้าให้การตอบรับดีเกินคาด โดยเฉพาะในกลุ่มสปอร์ตและคิตเช่น แวร์ อย่างไรก็ดีในปีหน้าจะเน้นการขยายสาขาให้ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคมากขึน้ พรอ้ มกบั เพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้มากขึ้นด้วย”
ด้านกลยุทธ์การทำตลาด เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย บริษัทเน้นการทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ โดยมีแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ คือ นุ่น-ศิรพันธ์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ ทำให้เชื่อว่าจะสามารถถ่ายทอดและสื่อสารถึงสินค้าและแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้บริษัทคาดว่าสินค้าเกรท แวลูจะช่วยเพิ่มยอดขายในแผนกโฮมในไตรมาสสุดท้ายให้เติบโต10% หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท จากยอดขายทั้งปีที่คาดว่าจะมีอยู่ประมาณ3,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันจะช่วยเพิ่มยอดขายต่อบิลให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มียอดขายราว 500 บาทต่อคนต่อบิล
ภาพรวมของโรบินสันในปีนี้ จะเปิดให้บริการเพิ่ม 1 แห่ง คือ โรบินสันสาขาลพบุรี ส่วนในปีหน้าจะเปิดให้บริการ2 แห่ง ได้แก่ โรบินสัน สาขาเพชรบุรีและโรบินสัน สาขากำแพงเพชร
อย่างไรก็ดีแม้กำลังซื้อผู้บริโภคในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาจะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่บริษัทก็ยังมีความมั่นใจว่าช่วงปลายไตรมาสุดท้ายนี้กำลังซื้อผู้บริโภคจะเริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นเพราะเป็นช่วงเทศกาลของการส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น อีกทั้งภาครัฐยังมีนโยบายในการกระตุ้นการจับจ่ายด้วยการซื้อสินค้าและนำมาลดหย่อนภาษีผ่านมาตรการช็อปช่วยชาติด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,218 วันที่ 15-17 ธันวาคม 2559
นางสาวรสอมร โค้วศิริกุลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารสินค้า บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสันจำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า เพื่อรองรับกำลังซื้อของลูกค้าในตลาดแมส ซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหญ่ของบริษัทหลังการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่าให้ความสำคัญกับเรื่องของราคาสูงสุดรองลงมาได้แก่ คุณภาพสินค้า ดังนั้นบริษัทจึงพัฒนาและสรรหาสินค้า “เกรทแวลู” (Great Value) มาจำหน่ายภายใต้แนวคิด “ราคาเดียวตลอด 365 วัน”ประกอบไปด้วยสินค้า 4 หมวด ได้แก่ผลิตภัณฑ์สำหรับบ้าน ภายใต้แบรนด์Home&Co ในสัดส่วน 60% ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ แบรนด์ Active&Co25% ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายบุรุษ-สตรี แบรนด์ Clothing&Co 10% และผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายเด็ก แบรนด์Kids&Co 5%
“จุดเด่นของเกรท แวลู คือราคาจะตํ่ากว่าสินค้าในท้องตลาดทั่วไป 20%และเป็นสินค้านำเข้า 100% จากประเทศอินเดีย บังกลาเทศ จีน เป็นต้น ซึ่งเหมาะกับกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน กลุ่มที่เริ่มต้นสร้างครอบครัว และกลุ่มคนรักสุขภาพโดยสินค้าเกรท แวลู จะมีราคาเดียวตลอดทุกวัน ไม่มีการจัดโปรโมชันเพื่อลดราคาหรือส่งเสริมการขายใดๆ เบื้องต้นบริษัทจะนำเข้าสินค้ามาวางจำหน่ายราว 900รายการ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 รายการในปีหน้า”
โดยเกรท แวลูจะจัดดิสเพลย์รวมกับสินค้าในแต่ละแผนกบนพื้นที่ราว350 ตร.ม. ในรูปแบบเซลฟ์ ซีเล็กชันเพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ด้วยตนเองซึ่งจะสะดวก และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยล่าสุดเกรท แวลูมีวางจำหน่ายแล้วในห้างสรรพสินค้าโรบินสันรวม 8 แห่ง ได้แก่ โรบินสัน สาขาพระราม9, เมกาบางนา, แฟชั่นไอส์แลนด์,ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, พิษณุโลก, สุราษฎร์ธานี, ศรีสมาน และสระบุรี และในเดือนธันวาคมนี้จะเปิดอีก 2 แห่ง ที่สมุทรปราการและลพบุรีส่วนในปีหน้าบริษัทจะวางจำหน่ายเพิ่มอีก 9 แห่ง และคาดว่าภายใน 5 ปี จะขยายสาขาได้ครบทั้ง43 แห่ง นอกจากนี้ยังมีจำหน่ายผ่านทางโรบินสันช้อปออนไลน์ (WWW.robinson. co.th) ด้วย
นางสาวรสอมรกล่าวอีกว่า สินค้าเกรท แวลูจะมีความแตกต่างจากจัสท์ บายซึ่งเป็นสินค้าราคาเดียว คือ 60 บาทซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าตกแต่งบ้าน กิฟต์ แอ็กเซสซอรีเหมาะสำหรับวัยรุ่น แต่เกรท แวลูจะเหมาะกับผู้บริโภคกลุ่มแมสกว่า โดยมีความหลากหลาย มีระดับราคาตั้งแต่35-1,995 บาท อาทิ ถ้วย จาน จนกระทั่งถึงเซตจานชามหรู
“หลังเปิดให้บริการตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่าลูกค้าให้การตอบรับดีเกินคาด โดยเฉพาะในกลุ่มสปอร์ตและคิตเช่น แวร์ อย่างไรก็ดีในปีหน้าจะเน้นการขยายสาขาให้ครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคมากขึน้ พรอ้ มกบั เพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้มากขึ้นด้วย”
ด้านกลยุทธ์การทำตลาด เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย บริษัทเน้นการทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ โดยมีแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ คือ นุ่น-ศิรพันธ์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ ทำให้เชื่อว่าจะสามารถถ่ายทอดและสื่อสารถึงสินค้าและแบรนด์ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้บริษัทคาดว่าสินค้าเกรท แวลูจะช่วยเพิ่มยอดขายในแผนกโฮมในไตรมาสสุดท้ายให้เติบโต10% หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท จากยอดขายทั้งปีที่คาดว่าจะมีอยู่ประมาณ3,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันจะช่วยเพิ่มยอดขายต่อบิลให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มียอดขายราว 500 บาทต่อคนต่อบิล
ภาพรวมของโรบินสันในปีนี้ จะเปิดให้บริการเพิ่ม 1 แห่ง คือ โรบินสันสาขาลพบุรี ส่วนในปีหน้าจะเปิดให้บริการ2 แห่ง ได้แก่ โรบินสัน สาขาเพชรบุรีและโรบินสัน สาขากำแพงเพชร
อย่างไรก็ดีแม้กำลังซื้อผู้บริโภคในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาจะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่บริษัทก็ยังมีความมั่นใจว่าช่วงปลายไตรมาสุดท้ายนี้กำลังซื้อผู้บริโภคจะเริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นเพราะเป็นช่วงเทศกาลของการส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น อีกทั้งภาครัฐยังมีนโยบายในการกระตุ้นการจับจ่ายด้วยการซื้อสินค้าและนำมาลดหย่อนภาษีผ่านมาตรการช็อปช่วยชาติด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,218 วันที่ 15-17 ธันวาคม 2559






