
KTBST มองหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในกรอบแคบ
บล.KTBST มองหุ้นไทยวันนี้( 9ธ.ค.) แกว่งตัวในกรอบแคบ แต่มีทิศทางบวกต่อเนื่อง จากปัจจัยเรื่องการต่ออายุ QE ของ ECB
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (9ธ.ค.) จากการประกาศยืดเวลาการซื้อพันธบัตร ที่จะสิ้นสุดในเดือน มี.ค. 2560 ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกไป เป็นปลายปี ’60 แต่ปรับลดวงเงินจาก 8 หมื่นล้านยูโร/เดือน เป็น 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน เป็นไปตามที่ตลาดคาด ขณะที่การลดวงเงินลงนั้น เป็นการส่งสัญญาณว่า ECB พร้อมที่จะยกเลิกหรือเพิ่มวงเงิน QE ได้เมื่อจำเป็น ผลการประชุมของ ECB จึงมองเป็นบวกต่อตลาด เพราะการใช้ QE จะทำให้เม็ดเงินลงทุนยังไม่รีบร้อนที่จะออกจากตลาดหุ้น ขณะที่ราคาน้ำมัน รับผลจากคาดการณ์ว่าการประชุมผู้ผลิตน้ำมันในวันพรุ่งนี้ (10ธ.ค.) จะออกมาตามข่าวก่อนหน้านี้ คือ OPEC และ Non-OPEC ลดกำลังการผลิตรวมกัน 1.17 ล้านบาร์เรล/วัน เป็นเวลา 6 เดือน (พ.ค.60 จะกลับมาพิจารณากันใหม่) จึงเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มน้ำมัน
สำหรับปัจจัยในประเทศ วันนี้จะมีการประกาศชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติทางเทคนิค โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ช่วงบ่าย) จะทำให้กลุ่มผู้รับเหมาฯและธุรกิจเกี่ยวเนื่องมีความคึกคัก ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ เนื่องด้วยตลาดหุ้นไทยจะปิดทำการ 3 วัน แม้ช่วงวันหยุดนี้ เรื่องสำคัญจะมีเพียงการประชุมผู้ผลิตน้ำมัน แต่นักลงทุนบางส่วนอาจไม่ต้องการถือหุ้นข้ามวันหยุด อีกทั้งสัปดาห์หน้า จะมีการประชุม FOMC ในวันอังคาร-พุธ ดัชนีฯในวันนี้ จึงน่าที่จะแกว่งในกรอบแคบๆ
ทั้งนี้กลยุทธ์การลงทุน มองว่านักลงทุนต่างประเทศที่กลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้ และได้ผลบวกจากการต่ออายุ QE ของ ECB ออกมา ทำให้เรามองภาพตลาดหุ้นว่ายังบวกต่อไปได้ การที่ดัชนีฯยืนเหนือ 1521 จุด จะทำให้นักลงทุนมั่นใจในตลาดมากขึ้น สำหรับการเข้าเก็งกำไรช่วงสั้น หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน KBANK , GLOBAL , ASEFA , SCN
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (9ธ.ค.) จากการประกาศยืดเวลาการซื้อพันธบัตร ที่จะสิ้นสุดในเดือน มี.ค. 2560 ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกไป เป็นปลายปี ’60 แต่ปรับลดวงเงินจาก 8 หมื่นล้านยูโร/เดือน เป็น 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน เป็นไปตามที่ตลาดคาด ขณะที่การลดวงเงินลงนั้น เป็นการส่งสัญญาณว่า ECB พร้อมที่จะยกเลิกหรือเพิ่มวงเงิน QE ได้เมื่อจำเป็น ผลการประชุมของ ECB จึงมองเป็นบวกต่อตลาด เพราะการใช้ QE จะทำให้เม็ดเงินลงทุนยังไม่รีบร้อนที่จะออกจากตลาดหุ้น ขณะที่ราคาน้ำมัน รับผลจากคาดการณ์ว่าการประชุมผู้ผลิตน้ำมันในวันพรุ่งนี้ (10ธ.ค.) จะออกมาตามข่าวก่อนหน้านี้ คือ OPEC และ Non-OPEC ลดกำลังการผลิตรวมกัน 1.17 ล้านบาร์เรล/วัน เป็นเวลา 6 เดือน (พ.ค.60 จะกลับมาพิจารณากันใหม่) จึงเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มน้ำมัน
สำหรับปัจจัยในประเทศ วันนี้จะมีการประกาศชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติทางเทคนิค โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ช่วงบ่าย) จะทำให้กลุ่มผู้รับเหมาฯและธุรกิจเกี่ยวเนื่องมีความคึกคัก ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ เนื่องด้วยตลาดหุ้นไทยจะปิดทำการ 3 วัน แม้ช่วงวันหยุดนี้ เรื่องสำคัญจะมีเพียงการประชุมผู้ผลิตน้ำมัน แต่นักลงทุนบางส่วนอาจไม่ต้องการถือหุ้นข้ามวันหยุด อีกทั้งสัปดาห์หน้า จะมีการประชุม FOMC ในวันอังคาร-พุธ ดัชนีฯในวันนี้ จึงน่าที่จะแกว่งในกรอบแคบๆ
ทั้งนี้กลยุทธ์การลงทุน มองว่านักลงทุนต่างประเทศที่กลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นในภูมิภาคนี้ และได้ผลบวกจากการต่ออายุ QE ของ ECB ออกมา ทำให้เรามองภาพตลาดหุ้นว่ายังบวกต่อไปได้ การที่ดัชนีฯยืนเหนือ 1521 จุด จะทำให้นักลงทุนมั่นใจในตลาดมากขึ้น สำหรับการเข้าเก็งกำไรช่วงสั้น หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน KBANK , GLOBAL , ASEFA , SCN






