
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(7 ธ.ค.59)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 7 ธันวาคม 2559 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
จับตาบริเวณ 1,181 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคำเกิดแรงซื้อดันราคาขึ้นแต่ยังไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ให้ทยอยแบ่งปิดสถานะซื้อทำกำไร และรอราคาอ่อนตัวลงเพื่อเปิดสถานะซื้อในโซน 1,163-1,157 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ราคาทองคำยังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,181-1,189 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ จึงมีแรงขายทำกำไรกลับลงมา เบื้องต้นคาดราคาจะวิ่งในกรอบ 1,157-1,189 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปก่อน
แนวรับ 1,163 1,157 1,142
แนวต้าน 1,181 1,189 1,198
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำปิดทรงตัววานนี้ โดยราคาทองคำยังคงได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดจะดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ อีกทั้งยังคาดว่าเฟดจะคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไปในปีหน้าอันเป็นผลจากการดำเนินนโยบายการคลังของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐซึ่งจะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐให้ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันหลังการเปิดเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ด้านประสิทธิภาพการผลิตของแรงงานนอกภาคเกษตรก็เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 2 ปี ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันให้ราคาทองคำยังคงเคลื่อนตัวอยู่ใกล้จุดต่ำสุดรอบ 10 เดือน ขณะที่วันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐแต่แนะนำให้นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)ในวันพรุ่งนี้ว่าจะต่ออายุโครงการซื้อพันธบัตรตามคาดหรือจะสร้างความประหลาดใจด้วยการส่งสัญญาญคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้นซึ่งการดำเนินนโยบายของอีซีบีจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของยูโรและส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ
คำแนะนำ
จับตาบริเวณ 1,181 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาทองคำเกิดแรงซื้อดันราคาขึ้นแต่ยังไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ให้ทยอยแบ่งปิดสถานะซื้อทำกำไร และรอราคาอ่อนตัวลงเพื่อเปิดสถานะซื้อในโซน 1,163-1,157 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,163 1,157 1,142
แนวต้าน 1,181 1,189 1,198
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำปิดทรงตัววานนี้ โดยราคาทองคำยังคงได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดจะดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ อีกทั้งยังคาดว่าเฟดจะคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไปในปีหน้าอันเป็นผลจากการดำเนินนโยบายการคลังของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐซึ่งจะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐให้ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันหลังการเปิดเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ด้านประสิทธิภาพการผลิตของแรงงานนอกภาคเกษตรก็เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 2 ปี ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันให้ราคาทองคำยังคงเคลื่อนตัวอยู่ใกล้จุดต่ำสุดรอบ 10 เดือน ขณะที่วันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐแต่แนะนำให้นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)ในวันพรุ่งนี้ว่าจะต่ออายุโครงการซื้อพันธบัตรตามคาดหรือจะสร้างความประหลาดใจด้วยการส่งสัญญาญคุมเข้มนโยบายการเงินมากขึ้นซึ่งการดำเนินนโยบายของอีซีบีจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของยูโรและส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ






