thansettakij
thansettakij
‘รถเครน’โวยถูกตรวจแหลก ขู่ประท้วงหยุดรับโปรเจ็กต์รัฐ

‘รถเครน’โวยถูกตรวจแหลก ขู่ประท้วงหยุดรับโปรเจ็กต์รัฐ

10 ธ.ค. 59 | 01:20 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ธ.ค. 59 | 07:14 น.
สมาคมรถเครนส่งสัญญาณสมาชิกเตรียมหยุดรับงานเมกะโปรเจ็กต์ประท้วงรัฐ หลังประกาศสั่งเข้มงวดจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน โวยเจ้าหน้าที่รัฐจับแหลก จี้หน่วยเกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว

นายสิรภพ พิชัยรัตนพงศ์ อุปนายกสมาคมรถเครน เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งเข้มงวดจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินนั้นปรากฏว่าขณะนี้ผู้ประกอบการรถเครนที่มีกว่า 8,000 ราย ได้รับความเดือดร้อนค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นการชี้เป้าให้เจ้าหน้าที่รัฐจ้องตรวจเข้มรถเครนจากการรับงานระดับเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐในโครงการต่างๆ จึงหารือร่วมกับสมาชิกสมาคมฯกว่า 5,000 ราย เตรียมนัดหยุดรับงานเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐที่อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการในขณะนี้เพื่อต้องการให้แก้ไขปัญหาที่กลุ่มรถเครนได้รับในครั้งนี้ เนื่องจากหลายครั้งที่ได้รับผลกระทบและได้ยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแล้วแต่กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ

“เล็งเสนอแยกเป็นรถเฉพาะกิจ เหตุรถน้ำหนักเกินทั้งๆ ที่ยังไม่ได้บรรทุก เร่งหารือหน่วยงานเกี่ยวข้องดีเดย์ 3 เดือนนี้ต้องชัดเจน โดยเฉพาะกรณีแก้ไข พ.ร.บ. รถบรรทุกที่เจ้าหน้าที่รัฐบางนายนำไปอ้างว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมายจึงโดนจับกุมทุกครั้งอย่างไม่ไว้หน้าเมื่อนำรถออกปฏิบัติงาน ปัจจุบันธุรกิจรถเครนล้วนเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบต่างๆ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อุตสาหกรรมต่างๆ แนวทางการเติบโตจึงอิงกับการเติบโตของอุตสาหกรรมเหล่านี้ไปด้วย ดังเช่นปัจจุบันที่โครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐมีจำนวนมากแต่ปัญหาที่พบขณะนี้คือการโดนจับกุมเหตุน้ำหนักบรรทุกเกินกว่าที่กฏหมายกำหนด”

ประการสำคัญรถเครนบรรทุกขนาดใหญ่จะน้ำหนักเกิน 50.5 ตัน จึงเกินกว่าที่กฎหมายระบุเอาไว้ทั้งๆที่ยังไม่ได้บรรทุก โดยรถเครนทำงานวันละ 1.5 หมื่นบาทแต่หากต้องขึ้นเทรลเลอร์งบประมาณจะเพิ่มจาก 1.5 หมื่นบาทเป็น 6 หมื่นบาทต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วยทั้งๆที่รถวิ่งเองโดยไม่ต้องขึ้นเทรลเลอร์จึงต้องร้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐเนื่องจากกระทบต่อโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐโดยตรง

“แม้ว่าช่วงก่อนนี้จะได้หารือกับนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และสั่งตั้งคณะทำงานโดยมีระดับรองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ก่อนที่จะสรุปความชัดเจนนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและส่งเรื่องให้ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดินรับไปดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในระยะเวลา 3 เดือนนี้ ล่าสุดคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ยังเตรียมจัดประชุมหารือโดยคาดว่าจะเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ระเบียบที่ใช้ปัจจุบันเป็นเพียงประกาศของอธิบดีกรมทางหลวงเท่านั้น จึงควรเร่งประกาศเป็นกฏกระทรวงโดยเร็วเพื่อให้รถเครนเป็นประเภทรถเฉพาะกิจและเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนนั่นเอง”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,215 วันที่ 8 - 10 ธันวาคม 2559