
หุ้นไทยบวก 2.34จุด ตลาดตปท.หนุน
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 30 พฤศจิกายน ปรับตัวขึ้นตามตลาดต่างประเทศ โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,499.52 จุด เพิ่มขึ้น 2.34 จุดมูลค่าการซื้อขาย 20,767.52 ล้านบาท
มาร์เก็ตติงกล่าวว่า ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ได้อานิสงส์จากดัชนีดาวโจนส์ที่เพิ่มขึ้น 23.70 จุด ปิดที่ 19,121.60 จุด หลังจาก กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 3 อยู่ที่ระดับ 3.2% สูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 2.9% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ว่า จีดีพีประจำไตรมาส 3 จะอยู่ที่ระดับ 3.0%
ส่วนกรณีราคาน้ำมันล่วงหน้าร่วงลงแรง สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงร่วงลง 1.85 ดอลลาร์ หรือ 3.9% ปิดที่ 45.23 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อคืนนี้ (29 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจผลการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในวันนี้ แต่ราคาน้ำมันที่กระเตื้องขึ้น มีผลให้ราคาหุ้นพลังงานของไทยได้รับความสนใจ นำโดยบริษัทปตท.(PTT) บวก 2 บาทปิดที่ 344 บาท
มาร์เก็ตติงกล่าวว่า นักลงทุนยังคงใช้กลยุทธ์ เลือกหุ้นรายตัว โดยให้ความสนใจหุ้นบริษัทท่าอากาศยานไทย(AOT) หลังจากคณะกรรมการบริษัทฯมีมติแตกพาร์หุ้นจากหุ้นละ 10 บาท เป็น 1บาท และยังมีการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 6.83 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 1.8% รวมถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานยังคงดีขึ้นจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาจำนวนมากและยังได้รับผลดีจากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐด้วย
หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับ ได้แก่ AOT ปิดที่ 396 บาท บวก 7 บาท ,CPALL ปิดที่ 59.50 บาท ลดลง 0.75 บาท ,BJC ปิดที่ 53 บาท ลดลง 1.25 บาท ,SCB ปิดที่ 145.50 บาท บวก 0.50 บาทและBANPU ปิดที่ 18.60 บาท ลดลง 0.10 บาท
มาร์เก็ตติงกล่าวว่า ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ได้อานิสงส์จากดัชนีดาวโจนส์ที่เพิ่มขึ้น 23.70 จุด ปิดที่ 19,121.60 จุด หลังจาก กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 3 อยู่ที่ระดับ 3.2% สูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 2.9% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ว่า จีดีพีประจำไตรมาส 3 จะอยู่ที่ระดับ 3.0%
ส่วนกรณีราคาน้ำมันล่วงหน้าร่วงลงแรง สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงร่วงลง 1.85 ดอลลาร์ หรือ 3.9% ปิดที่ 45.23 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อคืนนี้ (29 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจผลการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในวันนี้ แต่ราคาน้ำมันที่กระเตื้องขึ้น มีผลให้ราคาหุ้นพลังงานของไทยได้รับความสนใจ นำโดยบริษัทปตท.(PTT) บวก 2 บาทปิดที่ 344 บาท
มาร์เก็ตติงกล่าวว่า นักลงทุนยังคงใช้กลยุทธ์ เลือกหุ้นรายตัว โดยให้ความสนใจหุ้นบริษัทท่าอากาศยานไทย(AOT) หลังจากคณะกรรมการบริษัทฯมีมติแตกพาร์หุ้นจากหุ้นละ 10 บาท เป็น 1บาท และยังมีการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 6.83 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 1.8% รวมถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานยังคงดีขึ้นจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาจำนวนมากและยังได้รับผลดีจากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐด้วย
หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับ ได้แก่ AOT ปิดที่ 396 บาท บวก 7 บาท ,CPALL ปิดที่ 59.50 บาท ลดลง 0.75 บาท ,BJC ปิดที่ 53 บาท ลดลง 1.25 บาท ,SCB ปิดที่ 145.50 บาท บวก 0.50 บาทและBANPU ปิดที่ 18.60 บาท ลดลง 0.10 บาท






