
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(30 พ.ย.59)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
หากราคาไม่หลุด 1,180-1,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รอเสี่ยงเปิดสถานะซื้อในบริเวณดังกล่าว(ตัดขาดทุนหากหลุด 1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์) เน้นการลงทุนระยะสั้นและไม่ควรถือสถานะจำนวนมากและควรพิจารณาค่าเงินบาทประกอบ
ราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,197-1,203 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้แรงซื้อยังคงถูกจำกัด ราคาอาจแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อสร้างฐานราคา สำหรับวันนี้หากราคาผ่านแนวต้านแรกได้แนวต้านถัดไปจะอยู่ในบริเวณ 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นยังคงประเมินในโซน 1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,171 1,162 1,150
แนวต้าน 1,203 1,214 1,221
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 5.04 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันหลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด อาทิ ประมาณการครั้งที่ 2 จีดีพีประจำไตรมาส 3 ขยายตัวเกินคาดที่ระดับ 3.2% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ 107.1 ในเดือนพ.ย.ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้และเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ ขณะที่วันนี้ติดตามการประชุมของกลุ่มโอเปกว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดปริมาณการผลิตได้หรือไม่ ซึ่งหากโอเปกบรรลุข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันคาดว่าราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นทะลุกรอบ 50 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ในทางกลับกันหากโอเปกไม่สามารถบรรลุข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันราคาน้ำมันอาจจะดิ่งลงเช่นกันซึ่งราคาน้ำมันในระยะนี้เคลื่อนไหวในทางตรงกันข้ามกับราคาทองคำ นอกจากนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADPและดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคล(PCE)เพื่อใช้ชี้นำทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นก่อนการเปิดเผยตัวเลขสำคัญในวันศุกร์นี้
คำแนะนำ
หากราคาไม่หลุด 1,180-1,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รอเสี่ยงเปิดสถานะซื้อในบริเวณดังกล่าว(ตัดขาดทุนหากหลุด 1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์) เน้นการลงทุนระยะสั้นและไม่ควรถือสถานะจำนวนมากและควรพิจารณาค่าเงินบาทประกอบ
แนวรับ 1,171 1,162 1,150
แนวต้าน 1,203 1,214 1,221
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 5.04 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันหลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด อาทิ ประมาณการครั้งที่ 2 จีดีพีประจำไตรมาส 3 ขยายตัวเกินคาดที่ระดับ 3.2% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดสู่ 107.1 ในเดือนพ.ย.ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้และเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ ขณะที่วันนี้ติดตามการประชุมของกลุ่มโอเปกว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดปริมาณการผลิตได้หรือไม่ ซึ่งหากโอเปกบรรลุข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันคาดว่าราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นทะลุกรอบ 50 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ในทางกลับกันหากโอเปกไม่สามารถบรรลุข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันราคาน้ำมันอาจจะดิ่งลงเช่นกันซึ่งราคาน้ำมันในระยะนี้เคลื่อนไหวในทางตรงกันข้ามกับราคาทองคำ นอกจากนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADPและดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคล(PCE)เพื่อใช้ชี้นำทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นก่อนการเปิดเผยตัวเลขสำคัญในวันศุกร์นี้






