
หุ้นติดลบ 3.60 จุดเก็งกำไรรับเหมาฯ
ตลาดหุ้นวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีแรงขายในช่วงบ่าย กดดัชนีให้หลุด 1500 จุด ปิดที่ 1,497.18 จุด ลดลง 3.60 จุด มูลค่าการซื้อขาย 49,000.47 ล้านบาท
มาร์เก็ตติงกล่าวว่า ตลาดหุ้นพลิกจากบวกมาติดลบ เกิดจากแรงขายหุ้นธนาคารพาณิชย์ และพลังงาน หลังจากตลาดเพิ่มความกังวลเรื่องการประชุมของกลุ่มโอเปกในวันที่ 30 พฤศจิกายน คาดว่าจะตกลงกันไม่ได้เรื่องลดกำลังการผลิตน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าผันผวน
ขณะเดียวกันมีแรงเก็งกำไรหุ้นรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ เช่น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC)เนื่องจากมีประเด็นเรื่องผลการเปิดซองด้านเทคนิคและคุณสมบัติผู้เข้าประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง และการเปิดซองข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทน ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง2 รายผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น ส่วนผลการประมูลคาดว่าจะสรุปภายในเดือน ธ.ค.นี้
สำหรับผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง 2 ราย ได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) และกลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) (ประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส (BTS) , บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) )
ด้านหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับประกอบด้วย TNR ปิดที่ 25.75 บาท เพิ่มขึ้น 9.75 บาท หรือ 60.94% INTUCH ปิดที่ 49.75 บาทไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน AOT บวก 4 บาท ปิดที่ 389 บาท PTT ลดลง 2 บาทปิดที่ 342 บาท และ GL ปิดที่ 52.75 บาท ลดลง 3.50 บาท หรือ 6.22% ภายหลังจากสำนักงานก.ล.ต. ขอให้ผู้ถือหุ้น GLศึกษาข้อมูลการทำรายการเกี่ยวโยงกัน เพื่อซื้อหุ้นบริษัทในต่างประเทศมูลค่ารวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพ เกือบ 700 ล้านบาท และไปใช้สิทธิออกเสียงในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 6 ธันวาคม 2559 เนื่องจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระมีความเห็นว่า ราคาที่เข้าซื้อยังสูงกว่าราคาเหมาะสม ดังนั้นผู้ถือหุ้นจึงไม่ควรอนุมัติการเข้าทำรายการดังกล่าวทั้งหมด
มาร์เก็ตติงกล่าวว่า ตลาดหุ้นพลิกจากบวกมาติดลบ เกิดจากแรงขายหุ้นธนาคารพาณิชย์ และพลังงาน หลังจากตลาดเพิ่มความกังวลเรื่องการประชุมของกลุ่มโอเปกในวันที่ 30 พฤศจิกายน คาดว่าจะตกลงกันไม่ได้เรื่องลดกำลังการผลิตน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าผันผวน
ขณะเดียวกันมีแรงเก็งกำไรหุ้นรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ เช่น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC)เนื่องจากมีประเด็นเรื่องผลการเปิดซองด้านเทคนิคและคุณสมบัติผู้เข้าประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง และการเปิดซองข้อเสนอด้านการลงทุนและผลตอบแทน ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง2 รายผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น ส่วนผลการประมูลคาดว่าจะสรุปภายในเดือน ธ.ค.นี้
สำหรับผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง 2 ราย ได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) และกลุ่มกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ (BSR Joint Venture) (ประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส (BTS) , บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) )
ด้านหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับประกอบด้วย TNR ปิดที่ 25.75 บาท เพิ่มขึ้น 9.75 บาท หรือ 60.94% INTUCH ปิดที่ 49.75 บาทไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อน AOT บวก 4 บาท ปิดที่ 389 บาท PTT ลดลง 2 บาทปิดที่ 342 บาท และ GL ปิดที่ 52.75 บาท ลดลง 3.50 บาท หรือ 6.22% ภายหลังจากสำนักงานก.ล.ต. ขอให้ผู้ถือหุ้น GLศึกษาข้อมูลการทำรายการเกี่ยวโยงกัน เพื่อซื้อหุ้นบริษัทในต่างประเทศมูลค่ารวมเกือบ 2,000 ล้านบาท และเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพ เกือบ 700 ล้านบาท และไปใช้สิทธิออกเสียงในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 6 ธันวาคม 2559 เนื่องจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระมีความเห็นว่า ราคาที่เข้าซื้อยังสูงกว่าราคาเหมาะสม ดังนั้นผู้ถือหุ้นจึงไม่ควรอนุมัติการเข้าทำรายการดังกล่าวทั้งหมด






