thansettakij
thansettakij
“ทีซีซี แลนด์ฯ”เผยปี 59 กวาดรายได้ 2,000 ล้าน

“ทีซีซี แลนด์ฯ”เผยปี 59 กวาดรายได้ 2,000 ล้าน

25 พ.ย. 59 | 04:22 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ย. 59 | 11:22 น.
นายณภัทร เจริญกุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มไลฟ์สไตล์ กลุ่มบริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเสท เวิรด์ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2559 คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท จากจำนวนโครงการทั้งหมด 8 โครงการ ประกอบด้วย โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ เชียงใหม่ ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยาม สแควร์ และบ็อกซ์ สเปซ รัชโยธิน เป็นการเติบโต11% โดยในปี 2560 บริษัทฯ คาดว่าจะมีรายได้รวมทั้งหมดเพิ่มขึ้น เป็น 2,300 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15% จากปี 2559 โดยจะยังไม่มีการเปิดโครงการใหม่ในปี 2560 แต่จะเป็นการปรับพื้นที่ภายในแต่ละศูนย์ฯ ให้สามารถเติมเต็มไลฟ์สไตล์ลูกค้า ยุคปัจจุบันให้ดียิ่งขึ้น  ซึ่งศูนย์ฯ ที่จะเน้นเรื่องการปรับโฉม  ในปีหน้า ได้แก่ พันธุ์ทิพย์ บางกะปิ และพันธุ์ทิพย์ เชียงใหม่ คาดว่าจะเปิดให้บริการโฉมใหม่ได้ภายในกลางปี 2560 นอกจากนั้นยังคงใช้งบประมาณลงทุนในขั้นตอนพัฒนาโครงการ อาทิ ศูนย์การค้าเกตเวย์ บางซื่อ ส่วนขยายเพิ่มเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ และบ็อคซ์สเปซ สรรพาวุธ รวมใช้งบลงทุนปี 2560 ถึง 2,200 ล้านบาท

ด้านมุมมองต่อการดำเนินการพัฒนาธุรกิจรีเทลเมืองไทยในอนาคตนั้น นายณภัทร แสดงมุมมองต่อประเด็นดังกล่าวว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้าการลงทุนพัฒนาโครงการธุรกิจรีเทลใน กทม. และเมืองโดยรอบจะมีเพิ่มมากขึ้นแต่ก็ยากขึ้นเช่นกัน จะอยู่ได้ต้องอาศัยความต่างและศักยภาพในการตอบโจทย์ อย่างไรก็ตามการลงทุนในเมืองขนาดใหญ่อื่นๆ ในประเทศยังมีความน่าสนใจ เนื่องด้วยการเติบโตของแต่ละเมืองรวมถึงการขยายตัวของการท่องเที่ยวที่มีอย่างต่อเนื่องจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักลงทุนให้เข้าไปลงทุน

“แผนการลงทุนของเราในอีก 5 ปีข้างหน้าระหว่างปี 2560 – 2564 นั้น เรายังเน้นลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ในเขต กทม. และเมืองโดยรอบภายใต้ 5 แบรนด์ที่เรามีอยู่ ประกอบด้วย  เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, พันธุ์ทิพย์, เกตเวย์, เซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ และบ็อกซ์ สเปซ สรรพาวุธ โดยคาดว่าจะมีการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 9-10 โครงการ ทำให้ใน 5 ปีข้างหน้าเราคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 4,800 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันสูงถึง 140%” นายณภัทร เจริญกุล กล่าวถึงภาพรวมการเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้า