
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(21 พ.ย.59)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง สามารถรอขายทำกำไรหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าฝ่าไปได้ให้รอขายบริเวณแนวต้านถัดไป
หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ยังมีโอกาสที่ราคาทดสอบแนวต้านในโซน 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์ซึ่งหากยืนได้แข็งแกร่งจะมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเพื่อทดสอบแนวต้านถัดไป 1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับนั้นอยู่ในบริเวณ 1,200-1,194 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,200 1,194 1,185
แนวต้าน 1,221 1,233 1,241
ปัจจัยพื้นฐาน การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ราคาทองคำในวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 7.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าหลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดได้ออกมาแสดงความเห็นในเชิงสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนายนางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟดสาขาแคนซัส ซิตี้ กล่าวว่า เฟดควรรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้ามากกว่าที่จะปล่อยเวลาให้ล่าช้าออกไป ด้านนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์กล่าวว่า การเลือกตั้งในสหรัฐไม่ได้เปลี่ยนแปลงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดและกล่าวสนับสนุนการที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ อ้างอิงจากสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยจาก FedWatch ของซีเอ็มอี กรุ๊ปบ่งชี้ว่าเทรดเดอร์มองเห็นโอกาส 95% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.ซึ่งหนุนให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันราคาทองคำ ด้าน SPDR ลดการถือครองทองคำในวันศุกร์ลง 5.34 ตันเป็นวันที่ 7 ติดต่อกันสะท้อนกระแสเงินทุนที่เริ่มไหลออกจากทองคำ
คำแนะนำ
หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง สามารถรอขายทำกำไรหากราคาไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าฝ่าไปได้ให้รอขายบริเวณแนวต้านถัดไป
แนวรับ 1,200 1,194 1,185
แนวต้าน 1,221 1,233 1,241
ปัจจัยพื้นฐาน การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้ราคาทองคำในวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวลดลง 7.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าหลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดได้ออกมาแสดงความเห็นในเชิงสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนายนางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟดสาขาแคนซัส ซิตี้ กล่าวว่า เฟดควรรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้ามากกว่าที่จะปล่อยเวลาให้ล่าช้าออกไป ด้านนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์กล่าวว่า การเลือกตั้งในสหรัฐไม่ได้เปลี่ยนแปลงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดและกล่าวสนับสนุนการที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ อ้างอิงจากสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยจาก FedWatch ของซีเอ็มอี กรุ๊ปบ่งชี้ว่าเทรดเดอร์มองเห็นโอกาส 95% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.ซึ่งหนุนให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันราคาทองคำ ด้าน SPDR ลดการถือครองทองคำในวันศุกร์ลง 5.34 ตันเป็นวันที่ 7 ติดต่อกันสะท้อนกระแสเงินทุนที่เริ่มไหลออกจากทองคำ






