thansettakij
thansettakij
นบข.ไฟเขียวสินเชื่อชะลอขายข้าวเหนียวเกษตรกรได้ตันละ 1.3 หมื่นบาท

นบข.ไฟเขียวสินเชื่อชะลอขายข้าวเหนียวเกษตรกรได้ตันละ 1.3 หมื่นบาท

18 พ.ย. 59 | 11:22 น.
อัปเดตล่าสุด :18 พ.ย. 59 | 19:01 น.
นบข.ไฟเขียวมาตรการสินเชื่อชะลอขายข้าวเหนียวหวังพยุงราคา หนุนวงเงินช่วยเหลือเกษตรกรรวมตันละ 1.3 หมื่นบาท เตรียมเสนอ ครม.เห็นชอบ 22 พ.ย.นี้  “พาณิชย์” ลั่นสถานการณ์ส่งออกข้าวสัญญาณดี คาดคว้าดีลสั่งข้าวล็อตใหม่จากฟิลิปปินส์ 2 แสนตันเพิ่มเติมภายในปีนี้

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว(นบข.) วันนี้( 18 พ.ย.59)ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกเหนียวฤดูกาลผลิต 2559/2560 ที่จะมีผลผลิตออกในช่วงเดือนพ.ย. – ธ.ค.นี้ โดยให้สินเชื่อผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในสัดส่วน 90% ของราคาตลาดซึ่งปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ราวตันละ 10,120 – 11,000 บาท ส่งผลให้วงเงินอุดหนุนเกษตรกรภายใต้โครงการจะแบ่งเป็นราคาข้าวเหนียวตันละ 9,500 บาท ค่าขึ้นยุ้งฉาง 1,500 บาท และการบริหารจัดการ 2,000 บาท รวมตันละ 13,000 บาท

ขณะที่เกษตรกรไม่มียุ้งฉางจะได้รับเงินอุดหนุนตันละ 11,500 บาท  โดยคาดว่าจะสามารถดูดซับผลผลิตข้าวเหนียวรวมกับโครงการชะลอการขายข้าวหอมมะลิได้ปริมาณ 2 ล้านตัน จากผลผลิตข้าวเหนียวที่คาดว่าจะออกมาทั้งหมดในฤดูกาลผลิตดังกล่าวปริมาณ 6 ล้านตัน อย่างไรก็ดีในส่วนของวงเงินดำเนินการจะใช้งบประมาณในกรอบเดิมของโครงการชะลอซื้อขายข้าวหอมมะลิที่ออกมาก่อนหน้านี้ราว 2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้มติที่ประชุมจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบอีกครั้งในวันที่ 22 พ.ย.ที่จะถึง

“นอกจากโครงการสินเชื่อชะลอการขายผลผลิตแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังจะดำเนินการช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกรด้วยการกำกับดูแลจ้างรถเกี่ยวต่อไร่อยู่ที่ 550 - 650 บาท จากปัจจุบันที่มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 550 - 800 บาท อีกทั้งยังร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยนำรถเกี่ยวข้าวจำนวน 10 คัน มอบให้กองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 2 เพื่อให้ชาวนาได้ยืมใช้ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่จะมีผลผลิตออกมาพร้อมกัน”

ทั่งนี้ภายในที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบขยายเวลาการให้สินเชื่อโครงการชะลอการขายข้าวสำหรับข้าวเปลือกเจ้าและข้าวปทุมธานีในพื้นที่ภาคใต้ออกไปถึง ก.ค.2560 จากเดิมที่โครงการมีระยะเวลากำหนดภายในเดือน ก.พ.2560 เนื่องจากพบว่าผลผลิตในพื้นที่ภาคใต้ออกช้ากว่าภาคอื่น โดยเฉลี่ยออกในช่วงเดือน ก.พ.- ก.ค.ของทุกปี อย่างไรก็ดีสำหรับสถานการณ์ราคาข้าวไทยในปัจจุบัน พบว่าสถานการณ์ราคาเริ่มทรงตัวจากคุณภาพข้าวหลังเก็บเกี่ยวพบว่าดีขึ้น ประกอบกับผู้ส่งออกเริ่มอยู่ในภาวะของการหาผลผลิตไปขายเนื่องจากภาพรวมของโครงการชะลอขายข้าวทำให้ชาวนาเก็บผลผลิตมากขึ้น จึงทำให้ข้าวไหลออกสู่ตลาดในปริมาณน้อยและมีราคาปรับสูงขึ้น โดยหลังจากนี้เชื่อว่าทิศทางราคาข้าวน่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง

ล่าสุดประเทศฟิลิปปินส์ยังได้แสดงความสนใจสั่งซื้อข้าวจากเอกชนไทยอีก 2 แสนตันในรูปแบบซื้อผ่านเอกชน และเชื่อว่าในอนาคตจะมีการสั่งซื้อข้าวระหว่างรัฐต่อรัฐเพิ่มเติมอีกแน่นอน ซึ่งจะเป็นผลให้ราคาข้าวปรับตัวดีขึ้นได้ อีกทั้งข้าวไทยยังมีการันตีคุณภาพโดยการประกวดข้าวดีเด่นของโลกประจำปี 2016 ในงาน The World Rice Conference ระหว่างวันที่ 16 – 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งข้าวหอมมะลิไทยได้รับรางวัลชนะเลิศขณะที่ข้าวจากกัมพูชาได้อันดับสอง ดังนั้นจึงเป็นการตอกย้ำคุณภาพข้าวของไทยในเวทีระดับโลกอีก

ด้านนางสาววิบูลลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ล่าสุดฟิลิปปินส์มีการเจรจาเตรียมสั่งซื้อข้าวล็อตใหม่เพิ่มเติมอีก 2 แสนตันโดยจะจัดซื้อผ่านเอกชน ซึ่งภายในงาน The World Rice Conference ที่ผ่านมาพบว่าฟิลิปปินส์ให้ความสนใจข้าวไทยอย่างมาก ดังนั้นจึงมั่นใจว่าไทยจะสามารถคว้าคำสั่งซื้อใหม่ของฟิลิปปินส์ที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ได้ นอกจากนี้กระทรวงฯ ยังอยู่ระหว่างจับตามาตรการสั่งซื้อข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่ฟิลิปปินส์กำลังพิจารณาซึ่งไทยพร้อมเข้าร่วมประมูล และคาดการณ์ว่าปัจจัยจากการสั่งซื้อข้าวในต่างประเทศล็อตใหม่นั้นจะทำให้เป้าส่งออกข้าวในปีนี้ถึง 9.5 ล้านตัน