
แนวโน้มราคาทองคำวันจันทร์นี้(21 พ.ย.59)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559
สภาวะตลาดวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,203.86-1,217.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,400 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 250 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,650 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.15 น.ของวันที่ 18/11/16)
แนวโน้มวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งช่วยหนุนการคาดการณ์ เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปในเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 6 เดือน ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสัปดาห์อยู่ที่ระดับ 235,000 รายนี้ถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 43 ปี และตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านในเดือนตุลาคมพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 9 ปี ตัวเลขเศรษฐกิจเหล่านี้ช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและปัจจัยนี้ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงต่อสภาคองเกรส ว่าเฟดจะไม่ปรับเปลี่ยนแผนการในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ถ้าหากไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งนางเยลเลนยังให้สัญญาว่าจะดำรงตำแหน่งจนครบวาระ โดยไม่ได้แสดงถึงความกังวลต่อดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินอยู่ที่แข็งค่าขึ้นจนแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 ปีครึ่ง สิ่งนี้ตลาดตีความว่าเฟดเปิดทางยินยอมให้นักลงทุนหนุนดอลลาร์ขึ้นต่อ สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงขายเข้ามาในตลาดทองคำ อย่างไรก็ดี นางเยลเลนยอมรับว่า มีความไม่แน่นอนในอนาคตจากโครงการของนายทรัมป์ และหากมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นเฟดอาจจะต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ อย่างไรก็ตามด้านค่าเงินบาทต่อดอลลาร์อ่อนค่ามาแตะระดับ 35.63 ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าต่ำสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์ ได้ชะลอการอ่อนตัวลงของราคาทองคำภายในประเทศให้น้อยกว่าการอ่อนตัวลงของราคาทองคำ แนะนำนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้หาจังหวะซื้อเล่นสั้นเมื่อราคาไม่หลุดบริเวณแนวรับ และปิดสถานะทำกำไรหากราคาทองคำดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,221-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์
กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า ในระยะสั้นหากราคาทองคำขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,221-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ซึ่งหากไม่ผ่านราคาอาจจะมีการอ่อนตัวลงอีกครั้ง ซึ่งหากราคาทองคำยืนเหนือบริเวณแนวรับ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณดังกล่าว และรอไปขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปหรือตามบริเวณแนวต้านต่างๆ อย่างไรก็ตาม วายแอลจีเน้นย้ำว่านักลงทุนระยะสั้นควรวางแผนการลงทุนที่ชัดเจน มีจุดเข้าซื้อ จุดขายทำกำไร หรือจุดตัดขาดทุน และปฏิบัติตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,200 (20,200บาท) 1,194 (20,100บาท) 1,185 (19,950บาท)
แนวต้าน 1,221 (20,560บาท) 1,233 (20,760บาท) 1,241 (20,890บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,203.86-1,217.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,400 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 250 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,650 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.15 น.ของวันที่ 18/11/16)
แนวโน้มวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งช่วยหนุนการคาดการณ์ เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปในเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 6 เดือน ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสัปดาห์อยู่ที่ระดับ 235,000 รายนี้ถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 43 ปี และตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านในเดือนตุลาคมพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 9 ปี ตัวเลขเศรษฐกิจเหล่านี้ช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและปัจจัยนี้ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น จนกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงต่อสภาคองเกรส ว่าเฟดจะไม่ปรับเปลี่ยนแผนการในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ถ้าหากไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งนางเยลเลนยังให้สัญญาว่าจะดำรงตำแหน่งจนครบวาระ โดยไม่ได้แสดงถึงความกังวลต่อดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินอยู่ที่แข็งค่าขึ้นจนแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 ปีครึ่ง สิ่งนี้ตลาดตีความว่าเฟดเปิดทางยินยอมให้นักลงทุนหนุนดอลลาร์ขึ้นต่อ สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงขายเข้ามาในตลาดทองคำ อย่างไรก็ดี นางเยลเลนยอมรับว่า มีความไม่แน่นอนในอนาคตจากโครงการของนายทรัมป์ และหากมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นเฟดอาจจะต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ อย่างไรก็ตามด้านค่าเงินบาทต่อดอลลาร์อ่อนค่ามาแตะระดับ 35.63 ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าต่ำสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์ ได้ชะลอการอ่อนตัวลงของราคาทองคำภายในประเทศให้น้อยกว่าการอ่อนตัวลงของราคาทองคำ แนะนำนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้หาจังหวะซื้อเล่นสั้นเมื่อราคาไม่หลุดบริเวณแนวรับ และปิดสถานะทำกำไรหากราคาทองคำดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,221-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์
กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า ในระยะสั้นหากราคาทองคำขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,221-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ซึ่งหากไม่ผ่านราคาอาจจะมีการอ่อนตัวลงอีกครั้ง ซึ่งหากราคาทองคำยืนเหนือบริเวณแนวรับ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณดังกล่าว และรอไปขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปหรือตามบริเวณแนวต้านต่างๆ อย่างไรก็ตาม วายแอลจีเน้นย้ำว่านักลงทุนระยะสั้นควรวางแผนการลงทุนที่ชัดเจน มีจุดเข้าซื้อ จุดขายทำกำไร หรือจุดตัดขาดทุน และปฏิบัติตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,200 (20,200บาท) 1,194 (20,100บาท) 1,185 (19,950บาท)
แนวต้าน 1,221 (20,560บาท) 1,233 (20,760บาท) 1,241 (20,890บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






