thansettakij
thansettakij
จัดระบียบรถตู้ฯไปตจว.เข้า3สถานีขนส่งจับปรับแล้ว50ราย

จัดระบียบรถตู้ฯไปตจว.เข้า3สถานีขนส่งจับปรับแล้ว50ราย

16 พ.ย. 59 | 05:05 น.
อัปเดตล่าสุด :16 พ.ย. 59 | 12:05 น.
กรมการขนส่งทางบก ระบุ!ผลการจัดระเบียบย้ายจุดจอดรถตู้โดยสารสาธารณะกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสาร ภาพรวมได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ประกอบการ      และผู้ใช้บริการ ส่วนผู้ฝ่าฝืนไม่นำรถเข้าใช้สถานี ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานี ถูกปรับแล้ว  50 ราย เตือนผิดซ้ำพักใช้ เพิกถอนใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร หลังย้ายจุดจอดจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต   สายใต้ (ปิ่นเกล้า) และเอกมัย ภาพรวมได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้ประกอบการรถตู้และประชาชนผู้ใช้บริการ

ส่วนมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่ดำเนินการควบคู่กันพบว่าตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน 2559 มีผู้กระทำผิดกฎหมายทั้งสิ้น 50 ราย แบ่งเป็นพนักงานขับรถจำนวน 32 ราย และผู้ประกอบการอีก 18 ราย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการที่ไม่นำรถเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารจำนวน 18 ราย ปรับทันทีรายละ 5,000 บาท พนักงานขับรถไม่นำรถเข้าสถานีขนส่งผู้โดยสารเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสาร จำนวน 24 ราย ปรับทันทีรายละ 5,000 บาท นอกจากนี้ยังพบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเดินรถ เช่น รับส่งระหว่างทาง นำรถออกนอกเส้นทาง อีกจำนวน 8 ราย ปรับรายละ 5,000 บาท โดยทุกรายจะถูกส่งตัวเข้ารับการอบรมเพื่อสร้างจิตสำนึกการให้บริการที่ดีถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมบันทึกประวัติไว้ที่ศูนย์ข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก หากพบการกระทำผิดซ้ำซากพิจารณาพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ถอนรถออกจากบัญชีประกอบการ หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการเดินรถ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาถือว่าผู้ประกอบการรถตู้ให้ความร่วมมือในการดำเนินการ และส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในส่วนที่ยังฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามแนวทางการจัดระเบียบ คณะทำงานฯ จะใช้มาตรการทางกฎหมายในการกวดขันลงโทษอย่างเข้มงวด รวมถึงตรวจสอบรถตู้ป้ายดำที่ฉวยโอกาสช่วงการจัดระเบียบแอบเข้ามารับผู้โดยสารที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ด้วย ซึ่งผลจากการนำรถตู้เข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสาร ส่งผลให้อุบัติเหตุของรถตู้โดยสารสาธารณะลดลง เนื่องจากภาครัฐสามารถตรวจสอบความปลอดภัยของรถตู้โดยสารสาธารณะ ทั้งด้านมาตรฐานตัวรถและพนักงานขับรถได้ รวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลที่คุมวินรถตู้ และยังส่งผลให้การจราจรบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ มีความคล่องตัวมากขึ้น