
กูรูค้าปลีกแนะ ‘ช่องทางความสำเร็จสู่โมเดิร์น เทรด’
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกิดจุดเปลี่ยนทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่คนไทยต้องทบทวนเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและสมดุลมากขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบที่มีต่อพฤติกรรมผู้บริโภค ผู้ประกอบการและการแข่งขันทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนขั้วของภาคเศรษฐกิจจากซีกโลกตะวันตก สู่ซีกโลกตะวันออก ส่งผลให้เกิดการปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคดิจิตอล ซึ่งผู้ประกอบการนอกจากจะต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สูงขึ้นแล้ว การปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ หนึ่งในแนวทางที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีการขยายตลาดและโอกาสทางธุรกิจคือ การขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด โดยในงาน "สภาหอการค้าฯ ประชารัฐ พัฒนา SMEs : SME Matching Day 2016" ได้จัดเสวนาขึ้นในหัวข้อ "ชี้ช่องทางความสำเร็จสู่ Modern Trade" โดยกูรูผู้เชี่ยวชาญในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่
[caption id="attachment_113956" align="aligncenter" width="293"]
ปิยะวัฒน์ฐิตะสัทธาวรกุล[/caption]
แนะ SMEs เพิ่มขีดความสามารถ
นายปิยะวัฒน์ฐิตะสัทธาวรกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอี ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีผู้จำนวนผู้ประกอบการกว่า 90% และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างประสบปัญหาต่างๆมากมาย จึงจำเป็นจะต้องปรับตัวเพื่อสร้างโอกาส และรองรับการเปลี่ยนแปลง การแข่งขันที่เกิดขึ้น ทั้งการสร้างความแตกต่าง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่า การขยายช่องทางการตลาดใหม่ๆ และการลดต้นทุน เป็นต้น
ภารกิจในการสร้างให้เอสเอ็มอีมีความเข้มแข็ง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสานพลังประชารัฐ ซึ่งมีหน่วยงานเข้าร่วมให้การสนับสนุน และมีนักธุรกิจเข้ามาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง พร้อมกับดึงสถาบันการเงินเข้ามาเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน สร้างระบบอีโคซิสเต็ม เพื่อสร้างโอกาส และเร่งรัดการเติบโตของสตาร์ตอัพ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
ชูออมนิ แชนเนลเพิ่มโอกาสทำเงิน
นายอำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ช็อปปิ้ง จำกัด บริษัทในเครือซีพี ออลล์ ผู้ให้บริการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ กล่าวว่า เซเว่นอีเลฟเว่นเริ่มพัฒนาและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาเป็นพันธมิตรนำสินค้ามาวางจำหน่ายผ่านร้านเซเว่นฯ ตั้งแต่เมื่อ 16 ปีก่อน และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนหลายผลิตภัณฑ์ประสบความสำเร็จ แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องของจำนวนผลิตภัณฑ์ที่มีมาก ทำให้ต้องคัดเลือกและพัฒนารูปแบบใหม่ด้วยการจำหน่ายผ่านทางออนไลน์แทน
สอดรับกับจุดเปลี่ยนที่กำลังหันมานิยมการทำทำตลาดแบบออมนิ แชนเนล หรือการใช้ช่องทางที่หลากหลายทั้งการผสมผสานออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กๆ ในการขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ผู้ประกอบการยังสามารถนำข้อมูลที่ได้จากผู้บริโภคไปปรับใช้และพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
"การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าถือเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้ลูกค้ารู้ว่าหาสินค้าได้ที่ไหน จะได้รับสินค้าเมื่อใด จ่ายเงินอย่างไร สิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกจัดวางอย่างเป็นระบบผ่านทเวนตี้โฟร์ช้อปปิ้งที่ให้บริการ 24 ชั่วโมงตลอด 7 วัน และซีพีออลล์ ที่มีความพร้อมทั้งเรื่องของแวร์เฮาส์ และโลจิสติกส์ ซึ่งมีอยู่ 6 แห่ง อาทิ บางบัวทอง , เชียงใหม่ , โคราช ฯลฯ และกำลังจะเปิดให้บริการที่สุราษฏร์ธานีในต้นปีหน้า ทำให้ลูกค้ามีความสะดวก และเชื่อมั่นว่าจะได้รับสินค้าแน่นอน"
ท็อปส์หนุนพัฒนาครบวงจร
ด้านนายมนตรี กนกพงศกร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารและจัดซื้อกลุ่มสินค้าอาหาร บริษัท เซ็นทรัลฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารเซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์,ท็อปส์ ฯลฯ กล่าวว่า บริษัทร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากว่า 10 ปี แต่ละปีร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ สภาอุตสาหกรรมในการขยายความร่วมมือและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการใหม่ๆ เข้ามาเพิ่ม เพราะบริษัทเองมีร้านหลายรูปแบบ จึงต้องคัดเลือกสินค้าให้เหมาะสมกับแต่ละรูปแบบ
สำหรับช่องทางการจำหน่ายผ่านท็อปส์นั้น จะมีฝ่ายจัดซื้อคอยให้คำแนะนำในเรื่องของสินค้า คุณภาพของสินค้าฉลากของผลิตภัณฑ์ว่าถูกต้องตามข้อกำหนดกฎหมายของแต่ละกลุ่มสินค้าหรือไม่ เช่น เครื่องหมายอย. ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีคู่มือแนะนำการดำเนินการให้ฉลากถูกต้องว่าจะต้องทำอย่างไร การพัฒนาเรื่องของบรรจุภัณฑ์ การตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และการวิเคราะห์ตลาด เป็นต้น
เปลี่ยนวิธีคิดก่อนรุก ตปท.
นางสาวนภาพร เมตตาจิตโต ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจการค้าต่างประเทศ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีนโนบายที่ชัดเจนในการนำสินค้าเอสเอ็มอีไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีการนำไปจำหน่ายแล้วที่กลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว มาเลเซียและเวียดนาม รวมถึงประเทศจีน และอินเดียด้วย อย่างไรก็ดีเพื่อให้สินค้าเอสเอ็มอีสามารถแข่งขันและประสบความสำเร็จ จำเป็นจะต้องแต่งตัวใหม่ให้มีความเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาล็อกซเล่ย์ได้เข้าร่วมโครงการพี่จูงน้อง และผนึกความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ มากมาย และพบว่า สินค้าบางประเภทไม่สามารถขายได้ในทุกประเทศ จึงต้องเลือกประเทศที่เหมาะกับสินค้าที่มี ซึ่งการทำตลาดในต่างประเทศจะแตกต่างกับตลาดในประเทศ แต่ก็จะมีทีมงานคอยให้คำปรึกษา และผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดด้วย
"การทำตลาดในต่างประเทศ เครือข่ายมีความสำคัญ เพราะมีความชำนาญกว่าและสามารถบอกได้ว่า จะเดินไปในทิศทางใด ควรจะทำอย่างไร เข้าช่องทางไหน"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,210 วันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2559
[caption id="attachment_113956" align="aligncenter" width="293"]
แนะ SMEs เพิ่มขีดความสามารถ
นายปิยะวัฒน์ฐิตะสัทธาวรกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอี ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีผู้จำนวนผู้ประกอบการกว่า 90% และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างประสบปัญหาต่างๆมากมาย จึงจำเป็นจะต้องปรับตัวเพื่อสร้างโอกาส และรองรับการเปลี่ยนแปลง การแข่งขันที่เกิดขึ้น ทั้งการสร้างความแตกต่าง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่า การขยายช่องทางการตลาดใหม่ๆ และการลดต้นทุน เป็นต้น
ภารกิจในการสร้างให้เอสเอ็มอีมีความเข้มแข็ง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสานพลังประชารัฐ ซึ่งมีหน่วยงานเข้าร่วมให้การสนับสนุน และมีนักธุรกิจเข้ามาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง พร้อมกับดึงสถาบันการเงินเข้ามาเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน สร้างระบบอีโคซิสเต็ม เพื่อสร้างโอกาส และเร่งรัดการเติบโตของสตาร์ตอัพ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
ชูออมนิ แชนเนลเพิ่มโอกาสทำเงิน
นายอำพา ยงพิศาลภพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ช็อปปิ้ง จำกัด บริษัทในเครือซีพี ออลล์ ผู้ให้บริการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ กล่าวว่า เซเว่นอีเลฟเว่นเริ่มพัฒนาและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาเป็นพันธมิตรนำสินค้ามาวางจำหน่ายผ่านร้านเซเว่นฯ ตั้งแต่เมื่อ 16 ปีก่อน และมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนหลายผลิตภัณฑ์ประสบความสำเร็จ แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องของจำนวนผลิตภัณฑ์ที่มีมาก ทำให้ต้องคัดเลือกและพัฒนารูปแบบใหม่ด้วยการจำหน่ายผ่านทางออนไลน์แทน
สอดรับกับจุดเปลี่ยนที่กำลังหันมานิยมการทำทำตลาดแบบออมนิ แชนเนล หรือการใช้ช่องทางที่หลากหลายทั้งการผสมผสานออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กๆ ในการขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ผู้ประกอบการยังสามารถนำข้อมูลที่ได้จากผู้บริโภคไปปรับใช้และพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
"การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าถือเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้ลูกค้ารู้ว่าหาสินค้าได้ที่ไหน จะได้รับสินค้าเมื่อใด จ่ายเงินอย่างไร สิ่งต่างๆเหล่านี้ถูกจัดวางอย่างเป็นระบบผ่านทเวนตี้โฟร์ช้อปปิ้งที่ให้บริการ 24 ชั่วโมงตลอด 7 วัน และซีพีออลล์ ที่มีความพร้อมทั้งเรื่องของแวร์เฮาส์ และโลจิสติกส์ ซึ่งมีอยู่ 6 แห่ง อาทิ บางบัวทอง , เชียงใหม่ , โคราช ฯลฯ และกำลังจะเปิดให้บริการที่สุราษฏร์ธานีในต้นปีหน้า ทำให้ลูกค้ามีความสะดวก และเชื่อมั่นว่าจะได้รับสินค้าแน่นอน"
ท็อปส์หนุนพัฒนาครบวงจร
ด้านนายมนตรี กนกพงศกร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารและจัดซื้อกลุ่มสินค้าอาหาร บริษัท เซ็นทรัลฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารเซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์,ท็อปส์ ฯลฯ กล่าวว่า บริษัทร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากว่า 10 ปี แต่ละปีร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงพาณิชย์ สภาอุตสาหกรรมในการขยายความร่วมมือและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการใหม่ๆ เข้ามาเพิ่ม เพราะบริษัทเองมีร้านหลายรูปแบบ จึงต้องคัดเลือกสินค้าให้เหมาะสมกับแต่ละรูปแบบ
สำหรับช่องทางการจำหน่ายผ่านท็อปส์นั้น จะมีฝ่ายจัดซื้อคอยให้คำแนะนำในเรื่องของสินค้า คุณภาพของสินค้าฉลากของผลิตภัณฑ์ว่าถูกต้องตามข้อกำหนดกฎหมายของแต่ละกลุ่มสินค้าหรือไม่ เช่น เครื่องหมายอย. ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีคู่มือแนะนำการดำเนินการให้ฉลากถูกต้องว่าจะต้องทำอย่างไร การพัฒนาเรื่องของบรรจุภัณฑ์ การตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และการวิเคราะห์ตลาด เป็นต้น
เปลี่ยนวิธีคิดก่อนรุก ตปท.
นางสาวนภาพร เมตตาจิตโต ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจการค้าต่างประเทศ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีนโนบายที่ชัดเจนในการนำสินค้าเอสเอ็มอีไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีการนำไปจำหน่ายแล้วที่กลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว มาเลเซียและเวียดนาม รวมถึงประเทศจีน และอินเดียด้วย อย่างไรก็ดีเพื่อให้สินค้าเอสเอ็มอีสามารถแข่งขันและประสบความสำเร็จ จำเป็นจะต้องแต่งตัวใหม่ให้มีความเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาล็อกซเล่ย์ได้เข้าร่วมโครงการพี่จูงน้อง และผนึกความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ มากมาย และพบว่า สินค้าบางประเภทไม่สามารถขายได้ในทุกประเทศ จึงต้องเลือกประเทศที่เหมาะกับสินค้าที่มี ซึ่งการทำตลาดในต่างประเทศจะแตกต่างกับตลาดในประเทศ แต่ก็จะมีทีมงานคอยให้คำปรึกษา และผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดด้วย
"การทำตลาดในต่างประเทศ เครือข่ายมีความสำคัญ เพราะมีความชำนาญกว่าและสามารถบอกได้ว่า จะเดินไปในทิศทางใด ควรจะทำอย่างไร เข้าช่องทางไหน"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,210 วันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2559






