
รมว.แรงงานย้ำ ขรก.น้อมนำหลัก"เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"มาใช้ทำงานใกล้ชิดประชาชน
"รัฐมนตรีแรงงาน" ตรวจเยี่ยมและติดตามงานในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ย้ำ ปี 2560 ปรับบทบาทกระทรวงวางรากฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภาพรวมของประเทศ พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการทรงงาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" มาใช้ปฏิบัติงานให้ใกล้ชิดกับประชาชน พร้อมปรับปรุงระบบการทำงานให้สอดรับกับความแตกต่างในพื้นที่ ทั้งการจ้างงาน ความปลอดภัยในการทำงาน และการพัฒนาฝีมือเพื่อรองรับไทยแลนด์ 4.0
พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในโอกาสการประชุมตรวจเยี่ยมและติดตามงานในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ณ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 11 พ.ย.59 ว่า ปัญหาแรงงานนอกระบบไม่ได้เกิดขึ้นเพียงประเทศไทยเพียงที่เดียว แต่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือทั้งในเวทีการประชุมระดับรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนของกลุ่มภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และเวทีการประชุมขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) โดยเฉพาะการให้แรงงานนอกระบบมีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและหลักประกันความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานและรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะแก้ไขปัญหา โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ที่จะกำหนดให้เป็นโมเดลในกลุ่มจังหวัดลุ่มน้ำโขง และนำไปปรับเป็นโมเดลสำหรับกลุ่มประเทศอาเซียนต่อไป
นอกจากนี้ รมว.แรงงาน ยังได้มอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการของกลุ่มจังหวัดอีสานใต้ โดยยกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการทรงงาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้ใกล้ชิดกับประชาชน พร้อมปรับปรุงระบบการทำงานให้สอดรับกับความแตกต่างในพื้นที่ ทั้งการจ้างงาน ความปลอดภัยในการทำงาน และการพัฒนาฝีมือเพื่อรองรับไทยแลนด์ 4.0 โดยขอให้ข้าราชการกระทรวงแรงงานน้อมนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังกล่าวถึงกรณี
"การปรับค่าจ้างขั้นต่ำว่า เมื่อมีมติไปแล้ว หากมีผลกระทบก็ต้องกลับมาทบทวน บนหลักการคิดเพื่อให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะรัฐบาลต้องการวางรากฐานและหลักการให้กับประเทศ สำหรับข้อคิดเห็นจากทุกฝ่ายจะได้นำไปเป็นนโยบาย เพื่อปรับปรุงนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในตอนท้าย
พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในโอกาสการประชุมตรวจเยี่ยมและติดตามงานในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ณ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 11 พ.ย.59 ว่า ปัญหาแรงงานนอกระบบไม่ได้เกิดขึ้นเพียงประเทศไทยเพียงที่เดียว แต่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือทั้งในเวทีการประชุมระดับรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนของกลุ่มภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และเวทีการประชุมขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) โดยเฉพาะการให้แรงงานนอกระบบมีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและหลักประกันความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานและรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะแก้ไขปัญหา โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ที่จะกำหนดให้เป็นโมเดลในกลุ่มจังหวัดลุ่มน้ำโขง และนำไปปรับเป็นโมเดลสำหรับกลุ่มประเทศอาเซียนต่อไป
นอกจากนี้ รมว.แรงงาน ยังได้มอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการของกลุ่มจังหวัดอีสานใต้ โดยยกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและหลักการทรงงาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้ใกล้ชิดกับประชาชน พร้อมปรับปรุงระบบการทำงานให้สอดรับกับความแตกต่างในพื้นที่ ทั้งการจ้างงาน ความปลอดภัยในการทำงาน และการพัฒนาฝีมือเพื่อรองรับไทยแลนด์ 4.0 โดยขอให้ข้าราชการกระทรวงแรงงานน้อมนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังกล่าวถึงกรณี
"การปรับค่าจ้างขั้นต่ำว่า เมื่อมีมติไปแล้ว หากมีผลกระทบก็ต้องกลับมาทบทวน บนหลักการคิดเพื่อให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะรัฐบาลต้องการวางรากฐานและหลักการให้กับประเทศ สำหรับข้อคิดเห็นจากทุกฝ่ายจะได้นำไปเป็นนโยบาย เพื่อปรับปรุงนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในตอนท้าย






