
สมศักดิ์ ตีระพัฒนกุล ผมต้องการเป็น‘King of Food’
ถือเป็นแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตที่แข็งแกร่งในตลาด สำหรับ “ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต” ภายใต้ปลุกปั้นของ “สมศักดิ์ ตีระพัฒนกุล” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด ที่แม้วันนี้จะอยู่ในวัย 84 ปี แต่ “สมศักดิ์” ยังเดินหน้าขยายการลงทุนทั้งในธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาชื่นชอบเป็นที่สุด ด้วยมุ่งหวังที่จะก้าวขึ้นเป็น “King of Food”
ขนทัพร้านมิชลิน สตาร์บุกไทย
“สมศักดิ์” บอกว่า เพราะเป็นคนชอบรับประทานอาหารทุกประเภท และมีเพื่อนฝูงในวงการนี้มากมาย ทำให้เขามองเห็นโอกาสและต้องการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ด้วยการขยายการลงทุนในธุรกิจร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีแผนเปิดร้านอาหารอีก 3 แบรนด์ ล้วนเป็นแบรนด์ระดับมิชลินสตาร์ได้แก่ ฮอว์เกอร์ร้านขายอาหารประเภทไก่ ซึ่งเป็นแฟรนไชส์จากสิงคโปร์ ใช้งบลงทุน 8 ล้านบาทต่อสาขา โดยตั้งเป้าหมายที่จะขยายสาขาภายในฟู้ดคอร์ตได้มากกว่า 50 แห่งในอนาคต , ร้านราเมนจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นร้านระดับไฮเอนด์ เป็นร้านรูปแบบใหม่ รองรับได้ 18 ที่นั่ง ใช้งบลงทุนราว 30 ล้านบาทต่อสาขา และร้านKAMGOOSE จำหน่ายเมนูห่านจากฮ่องกง ในรูปแบบสแตนด์อะโลน ใช้งบลงทุน 50 ล้านบาทต่อสาขา
ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายสาขาร้านเดิมที่เปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นร้านถูกและดี ร้านอาหารจานเดียวที่จะเปิดควบคู่ไปกับฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 19 แห่งและจะเปิดเพิ่มอีก 1 แห่งในเดือนธันวาคมนี้ ที่เทอร์มินอล 21 โคราช และในปีหน้าจะเปิดเพิ่มอีก 5 แห่ง , ร้านทิม โฮ หวั่น ร้านติ๋มซำ ปัจจุบันเปิดให้บริการ 3 แห่ง จะขยายเพิ่มอีก 2 แห่งในปีหน้า ใช้งบลงทุน 30-40 ล้านบาทต่อสาขา ร้านเมนูเป็ดซัวเถา ปัจจุบันเปิด 2 แห่ง จะขยายเพิ่มอีก 5 แห่งในปีหน้าใช้งบลงทุน 10 ล้านบาทต่อสาขา ร้านมิสเตอร์พิซซ่า ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อ 2 เดือน ปัจจุบันมีอยู่ 1 แห่งและจะเปิดเพิ่มอีก 3 แห่งในปีหน้าใช้งบลงทุน 15 ล้านบาทต่อสาขา นอกจากนี้ยังมีร้านลอง เทเบิ้ล ร้านอาหารระดับลักชัวรีอีก 1 แห่งในย่านสุขุมวิท
“การขยายสาขาร้านอาหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากความชอบส่วนตัวแล้ว ยังต้องการเป็นคิงออฟ ฟูด ซึ่งหากมองเห็นว่าร้านใดที่มีศักยภาพ ก็ต้องการนำมาเปิดให้บริการในเมืองไทย เพื่อให้คนไทยได้ลิ้มลอง นอกจากนี้ยังสนใจพัฒนาร้านอาหารใหม่ๆ และเมนูใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย”
[caption id="attachment_113575" align="aligncenter" width="503"]
สมศักดิ์ ตีระพัฒนกุล ผมต้องการเป็น‘King of Food’[/caption]
ตั้งเป้าโกยยอดขายหมื่นล้านบาท
ประธานกรรมการบริหาร ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต ยังอีกว่า ต้องการลงทุนในธุรกิจทั้ง 2 กลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของฟู้ดแลนด์ จะยังคงเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มขึ้นต่อไปอีก 4-5 แห่งต่อปีต่อเนื่องไปอย่างน้อย 5 ปีนับจากนี้ด้วยงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาทต่อปีขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่และทำเลที่ตั้งเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าตลาดยังมีศักยภาพ และยังสามารถเติบโตได้อีกมาก ด้วยจุดแข็งของฟู้ดแลนด์เอง ที่สินค้ามีความหลากหลาย มีคุณภาพผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากแลปของบริษัทอย่างเข้มข้น จากสินค้าที่คัดสรรมา และสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ โยเกิร์ตชีส และผลไม้ ซึ่งมีสัดส่วนราว 20-25% การเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง และการจัดเรียงสินค้า (ดิสเพลย์)ที่ดี และบริการที่ดี
แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายสาขาในทำเลที่มีศักยภาพ เช่นโครงการอสังหาริมทรัพย์ หมู่บ้าน คอนโดฯและโรงแรม ที่ฟู้ดแลนด์ สามารถเข้าไปเปิดให้บริการได้ ซึ่งจะทำให้สามารถขยายสาขาได้เร็วขึ้น ซึ่งขณะนี้บริษัทมีแผนเข้าไปเปิดให้บริการในคอนโดมิเนียมย่านรามอินทรา ของกลุ่มเอสซีแอสเสท โดยในปีนี้บริษัทเปิดฟู้ดแลนด์ไปแล้ว 2 แห่งได้แก่ เดอะสตรีท รัชดา และเดอะ อินท์ พระราม 3 ซึ่งเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บนพื้นที่ 1,200 ตร.ม. ใช้งบลงทุนราว 70 ล้านบาท เพื่อรองรับกำลังซื้อในย่านพระราม 3 สาธุประดิษฐ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง แต่ยังไม่มีแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตที่สามารถรองรับได้ นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะเปิดอีก 1 แห่งที่เทอร์มินอล 21 โคราช ในเดือนธันวาคมนี้ด้วย
“ฟู้ดแลนด์ สาขาเทอร์มินอล 21 โคราช ถือเป็นแองเคิลหลักซึ่งมีพื้นที่ถึง 3,000 ตรม. ใช้งบลงทุนราว 200 ล้านบาท โดยในอนาคตบริษัทมีแผนขยายสาขาในทำเลต่างๆ ที่มีศักยภาพ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจนำเสนอพื้นที่มาให้กว่า 10 แห่ง และพิจารณาแล้วสามารถเข้าไปลงทุนได้ทันทีไม่ต่ำกว่า 5 แห่ง แต่ทั้งนี้บริษัทยังติดปัญหาเรื่องของบุคลากรที่ขาดแคลนในด้านการบริการ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ นอกจากนี้ยังมีผู้สนใจชักชวนให้ไปลงทุนในต่างประเทศ ทั้งบังคลาเทศ สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมา และอินเดีย ทั้งที่เข้าไปลงทุนเองและซื้อลิขสิทธิ์แฟรนไชส์เข้าไปบริหาร แต่บริษัทยังไม่พร้อมเพราะต้องการเน้นขยายสาขาในไทยเป็นหลัก”
“สมศักดิ์” กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมียอดขาย 1 หมื่นล้านบาทในปี 2560 มีการเติบโต 20% เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่มียอดขายราว 8,000 ล้านบาท เติบโต 10% จากปี 2558
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,209 วันที่ 13 - 16 พฤศจิกายน 2559
ขนทัพร้านมิชลิน สตาร์บุกไทย
“สมศักดิ์” บอกว่า เพราะเป็นคนชอบรับประทานอาหารทุกประเภท และมีเพื่อนฝูงในวงการนี้มากมาย ทำให้เขามองเห็นโอกาสและต้องการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ด้วยการขยายการลงทุนในธุรกิจร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีแผนเปิดร้านอาหารอีก 3 แบรนด์ ล้วนเป็นแบรนด์ระดับมิชลินสตาร์ได้แก่ ฮอว์เกอร์ร้านขายอาหารประเภทไก่ ซึ่งเป็นแฟรนไชส์จากสิงคโปร์ ใช้งบลงทุน 8 ล้านบาทต่อสาขา โดยตั้งเป้าหมายที่จะขยายสาขาภายในฟู้ดคอร์ตได้มากกว่า 50 แห่งในอนาคต , ร้านราเมนจากฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นร้านระดับไฮเอนด์ เป็นร้านรูปแบบใหม่ รองรับได้ 18 ที่นั่ง ใช้งบลงทุนราว 30 ล้านบาทต่อสาขา และร้านKAMGOOSE จำหน่ายเมนูห่านจากฮ่องกง ในรูปแบบสแตนด์อะโลน ใช้งบลงทุน 50 ล้านบาทต่อสาขา
ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายสาขาร้านเดิมที่เปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นร้านถูกและดี ร้านอาหารจานเดียวที่จะเปิดควบคู่ไปกับฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 19 แห่งและจะเปิดเพิ่มอีก 1 แห่งในเดือนธันวาคมนี้ ที่เทอร์มินอล 21 โคราช และในปีหน้าจะเปิดเพิ่มอีก 5 แห่ง , ร้านทิม โฮ หวั่น ร้านติ๋มซำ ปัจจุบันเปิดให้บริการ 3 แห่ง จะขยายเพิ่มอีก 2 แห่งในปีหน้า ใช้งบลงทุน 30-40 ล้านบาทต่อสาขา ร้านเมนูเป็ดซัวเถา ปัจจุบันเปิด 2 แห่ง จะขยายเพิ่มอีก 5 แห่งในปีหน้าใช้งบลงทุน 10 ล้านบาทต่อสาขา ร้านมิสเตอร์พิซซ่า ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อ 2 เดือน ปัจจุบันมีอยู่ 1 แห่งและจะเปิดเพิ่มอีก 3 แห่งในปีหน้าใช้งบลงทุน 15 ล้านบาทต่อสาขา นอกจากนี้ยังมีร้านลอง เทเบิ้ล ร้านอาหารระดับลักชัวรีอีก 1 แห่งในย่านสุขุมวิท
“การขยายสาขาร้านอาหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากความชอบส่วนตัวแล้ว ยังต้องการเป็นคิงออฟ ฟูด ซึ่งหากมองเห็นว่าร้านใดที่มีศักยภาพ ก็ต้องการนำมาเปิดให้บริการในเมืองไทย เพื่อให้คนไทยได้ลิ้มลอง นอกจากนี้ยังสนใจพัฒนาร้านอาหารใหม่ๆ และเมนูใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย”
[caption id="attachment_113575" align="aligncenter" width="503"]
ตั้งเป้าโกยยอดขายหมื่นล้านบาท
ประธานกรรมการบริหาร ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต ยังอีกว่า ต้องการลงทุนในธุรกิจทั้ง 2 กลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของฟู้ดแลนด์ จะยังคงเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มขึ้นต่อไปอีก 4-5 แห่งต่อปีต่อเนื่องไปอย่างน้อย 5 ปีนับจากนี้ด้วยงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาทต่อปีขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่และทำเลที่ตั้งเป็นหลัก เพราะเชื่อว่าตลาดยังมีศักยภาพ และยังสามารถเติบโตได้อีกมาก ด้วยจุดแข็งของฟู้ดแลนด์เอง ที่สินค้ามีความหลากหลาย มีคุณภาพผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากแลปของบริษัทอย่างเข้มข้น จากสินค้าที่คัดสรรมา และสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ โยเกิร์ตชีส และผลไม้ ซึ่งมีสัดส่วนราว 20-25% การเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง และการจัดเรียงสินค้า (ดิสเพลย์)ที่ดี และบริการที่ดี
แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายสาขาในทำเลที่มีศักยภาพ เช่นโครงการอสังหาริมทรัพย์ หมู่บ้าน คอนโดฯและโรงแรม ที่ฟู้ดแลนด์ สามารถเข้าไปเปิดให้บริการได้ ซึ่งจะทำให้สามารถขยายสาขาได้เร็วขึ้น ซึ่งขณะนี้บริษัทมีแผนเข้าไปเปิดให้บริการในคอนโดมิเนียมย่านรามอินทรา ของกลุ่มเอสซีแอสเสท โดยในปีนี้บริษัทเปิดฟู้ดแลนด์ไปแล้ว 2 แห่งได้แก่ เดอะสตรีท รัชดา และเดอะ อินท์ พระราม 3 ซึ่งเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บนพื้นที่ 1,200 ตร.ม. ใช้งบลงทุนราว 70 ล้านบาท เพื่อรองรับกำลังซื้อในย่านพระราม 3 สาธุประดิษฐ์ ฯลฯ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง แต่ยังไม่มีแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตที่สามารถรองรับได้ นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะเปิดอีก 1 แห่งที่เทอร์มินอล 21 โคราช ในเดือนธันวาคมนี้ด้วย
“ฟู้ดแลนด์ สาขาเทอร์มินอล 21 โคราช ถือเป็นแองเคิลหลักซึ่งมีพื้นที่ถึง 3,000 ตรม. ใช้งบลงทุนราว 200 ล้านบาท โดยในอนาคตบริษัทมีแผนขยายสาขาในทำเลต่างๆ ที่มีศักยภาพ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจนำเสนอพื้นที่มาให้กว่า 10 แห่ง และพิจารณาแล้วสามารถเข้าไปลงทุนได้ทันทีไม่ต่ำกว่า 5 แห่ง แต่ทั้งนี้บริษัทยังติดปัญหาเรื่องของบุคลากรที่ขาดแคลนในด้านการบริการ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ นอกจากนี้ยังมีผู้สนใจชักชวนให้ไปลงทุนในต่างประเทศ ทั้งบังคลาเทศ สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ กัมพูชา เมียนมา และอินเดีย ทั้งที่เข้าไปลงทุนเองและซื้อลิขสิทธิ์แฟรนไชส์เข้าไปบริหาร แต่บริษัทยังไม่พร้อมเพราะต้องการเน้นขยายสาขาในไทยเป็นหลัก”
“สมศักดิ์” กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมียอดขาย 1 หมื่นล้านบาทในปี 2560 มีการเติบโต 20% เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่มียอดขายราว 8,000 ล้านบาท เติบโต 10% จากปี 2558
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,209 วันที่ 13 - 16 พฤศจิกายน 2559






