
มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 8 พ.ย.59
ต่ออายุรถไฟ รถเมล์ ฟรีอีก 6 เดือน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่8 พฤศจิกายน 2559 เห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนด้านการเดินทางออกไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559-30 เมษายน 2560 โดยให้กระทรวงคมนาคม (คค.) เร่งรัดดำเนินการนำระบบตั๋วร่วมมาใช้ในการเชื่อมการเดินทางสาธารณะของประชาชนอย่างครบวงจรให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
ช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
ที่ประชุม ครม.( 8 พ.ย.59)เห็นชอบโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นเรื่องต่อเนื่องจากมติ ครม.เมื่อปี 57 ที่กำหนดให้ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินทั้งธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ วงเงิน 25,000 ล้านบาท ซึ่งมีธนาคารเข้าร่วม 12 แห่ง โดย ณ วันที่ 6 ต.ค.59 มีวงเงินเบิกใช้จำนวน 18,971 ล้านบาท และยังคงเหลืออีก 6,029 ล้านบาท ดังนั้น ที่ประชุม ครม.จึงมีมติอนุมัติให้ธนาคารออมสินสามารถใช้วงเงินที่ยังคงเหลืออยู่นี้ปล่อยกู้โดยตรงให้แก่ผู้ประกอบการ โดยมีเงื่อนไขหลักเกณฑ์ตามเดิมทุกประการ
นอกจากนี้ในส่วนของโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สำหรับลูกค้ารายย่อย) ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นั้น ที่ผ่านมา ธอส.มีกรอบวงเงินที่จะปล่อยสินเชื่อไม่เกิน 1,500 ล้านบาท แต่ ณ วันที่ 10 ต.ค.59 พบว่า มีการยื่นขอกู้รวมวงเงิน 1,887 ล้านบาท ซึ่งเกินกรอบวงเงินที่จะปล่อยสินเชื่อไปแล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึงจึงมีมติขยายกรอบวงเงินสินเชื่อเป็น 2,500 ล้านบาท โดยใช้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามเดิม
นำเข้าข้าวสาลี 1 ตันรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในปท.3 ตันราคา 8 บาท/กก.
ที่ประชุม ครม. (8 พ.ย.59) เห็นชอบการบริหารจัดการการนำเข้าวัตถุดิบอื่นเพื่อทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากราคาข้าวโพดตกต่ำ ที่ผ่านมาเรามีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีละประมาณ 7-8 ล้านตัน แต่สามารถผลิตได้ปีละ 4-4.5 ล้านตันเท่านั้น ทำให้ต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบอื่น เช่น ข้าวสาลีเข้ามาเพื่อทดแทน แต่เนื่องจากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาราคาข้าวสาลีตกต่ำลงมาจนถูกกว่าราคาข้าวโพดในประเทศแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการหันไปนำเข้าข้าวสาลีมากขึ้น โดยที่ในปี 2558 นำเข้ามาประมาณ 3.9 ล้านตัน สำหรับปีนี้ 9 เดือนแรกนำเข้ามาแล้ว 2.77 ล้านตันดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ ทางกระทรวงพาณิชย์จึงเสนอให้ครม.เห็นชอบมาตรการกำหนดให้ข้าวสาลีตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 1001.99.90 คือ ข้าวสาลีเพื่อนำมาใช้เลี้ยงสัตว์เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พร้อมทั้งกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 กล่าวคือ นำเข้าข้าวสาลี 1 ตัน จะต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ตัน ในราคากิโลกรัมละ 8 บาทที่หน้าโรงงาน
ไฟเขียวร่างกม.กองทุนเพื่อการสนับสนุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
ที่ประชุม ครม.(8 พ.ย.59) มติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.กองทุนเพื่อการสนับสนุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้ได้รับความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมาย และร่างอนุบัญญัติที่เสนอ ครม.คณะพิเศษ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ไปประกอบการพิจารณา จากนั้นส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อนเสนอ สนช.ต่อไป
สาระหลักสำคัญ ของร่างกฎหมายดังกล่าว กำหนดให้มีกองทุนเพื่อการสนับสนุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้มีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยให้กองทุนสนับสนุนฯ เป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และ รมว.คลังเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย
กำหนดให้เงินและทรัพย์สินของกองทุนเพื่อการสนับสนุนฯ ประกอบด้วย 2 บัญชี คือ บัญชีที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับความคุ้มครอง โดยจะมีเงินทุนตั้งต้นซึ่งรัฐบาลจัดสรรให้เป็นเงินสำรองจำนวน 9 พันล้านบาท จากเงินผลประโยชน์ตอบแทนจากกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมวายุภักษ์
และบัญชีที่ 2 มีวัตถุประสงค์ให้เป็นเงินสำรองของกองทุนเพื่อการสนับสนุนเพื่อจ่ายสมทบให้กับบัญชีที่ 1 ตามจำนวนที่จ่ายออกไปเพื่อคุ้มครองการจ่ายผลตอบแทน โดยเงินหรือทรัพย์สินของบัญชีที่ 2อย่างไรก็ตาม กรณีที่เงินและทรัพย์สินของบัญชีที่ 2 ไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายสมทบให้แก่บัญชีที่ 1 โดยไม่สามารถหาเงินแหล่งอื่นได้ รัฐพึงจัดสรรงบประมาณแผ่นดินให้แก่บัญชีที่ 2
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่8 พฤศจิกายน 2559 เห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนด้านการเดินทางออกไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559-30 เมษายน 2560 โดยให้กระทรวงคมนาคม (คค.) เร่งรัดดำเนินการนำระบบตั๋วร่วมมาใช้ในการเชื่อมการเดินทางสาธารณะของประชาชนอย่างครบวงจรให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
ช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
ที่ประชุม ครม.( 8 พ.ย.59)เห็นชอบโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นเรื่องต่อเนื่องจากมติ ครม.เมื่อปี 57 ที่กำหนดให้ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินทั้งธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ วงเงิน 25,000 ล้านบาท ซึ่งมีธนาคารเข้าร่วม 12 แห่ง โดย ณ วันที่ 6 ต.ค.59 มีวงเงินเบิกใช้จำนวน 18,971 ล้านบาท และยังคงเหลืออีก 6,029 ล้านบาท ดังนั้น ที่ประชุม ครม.จึงมีมติอนุมัติให้ธนาคารออมสินสามารถใช้วงเงินที่ยังคงเหลืออยู่นี้ปล่อยกู้โดยตรงให้แก่ผู้ประกอบการ โดยมีเงื่อนไขหลักเกณฑ์ตามเดิมทุกประการ
นอกจากนี้ในส่วนของโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สำหรับลูกค้ารายย่อย) ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นั้น ที่ผ่านมา ธอส.มีกรอบวงเงินที่จะปล่อยสินเชื่อไม่เกิน 1,500 ล้านบาท แต่ ณ วันที่ 10 ต.ค.59 พบว่า มีการยื่นขอกู้รวมวงเงิน 1,887 ล้านบาท ซึ่งเกินกรอบวงเงินที่จะปล่อยสินเชื่อไปแล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึงจึงมีมติขยายกรอบวงเงินสินเชื่อเป็น 2,500 ล้านบาท โดยใช้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามเดิม
นำเข้าข้าวสาลี 1 ตันรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในปท.3 ตันราคา 8 บาท/กก.
ที่ประชุม ครม. (8 พ.ย.59) เห็นชอบการบริหารจัดการการนำเข้าวัตถุดิบอื่นเพื่อทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากราคาข้าวโพดตกต่ำ ที่ผ่านมาเรามีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีละประมาณ 7-8 ล้านตัน แต่สามารถผลิตได้ปีละ 4-4.5 ล้านตันเท่านั้น ทำให้ต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบอื่น เช่น ข้าวสาลีเข้ามาเพื่อทดแทน แต่เนื่องจากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาราคาข้าวสาลีตกต่ำลงมาจนถูกกว่าราคาข้าวโพดในประเทศแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการหันไปนำเข้าข้าวสาลีมากขึ้น โดยที่ในปี 2558 นำเข้ามาประมาณ 3.9 ล้านตัน สำหรับปีนี้ 9 เดือนแรกนำเข้ามาแล้ว 2.77 ล้านตันดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ ทางกระทรวงพาณิชย์จึงเสนอให้ครม.เห็นชอบมาตรการกำหนดให้ข้าวสาลีตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อย 1001.99.90 คือ ข้าวสาลีเพื่อนำมาใช้เลี้ยงสัตว์เป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตและต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พร้อมทั้งกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 กล่าวคือ นำเข้าข้าวสาลี 1 ตัน จะต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ตัน ในราคากิโลกรัมละ 8 บาทที่หน้าโรงงาน
ไฟเขียวร่างกม.กองทุนเพื่อการสนับสนุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
ที่ประชุม ครม.(8 พ.ย.59) มติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.กองทุนเพื่อการสนับสนุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้ได้รับความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมาย และร่างอนุบัญญัติที่เสนอ ครม.คณะพิเศษ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ไปประกอบการพิจารณา จากนั้นส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อนเสนอ สนช.ต่อไป
สาระหลักสำคัญ ของร่างกฎหมายดังกล่าว กำหนดให้มีกองทุนเพื่อการสนับสนุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้มีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยให้กองทุนสนับสนุนฯ เป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และ รมว.คลังเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย
กำหนดให้เงินและทรัพย์สินของกองทุนเพื่อการสนับสนุนฯ ประกอบด้วย 2 บัญชี คือ บัญชีที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองการจ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับความคุ้มครอง โดยจะมีเงินทุนตั้งต้นซึ่งรัฐบาลจัดสรรให้เป็นเงินสำรองจำนวน 9 พันล้านบาท จากเงินผลประโยชน์ตอบแทนจากกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมวายุภักษ์
และบัญชีที่ 2 มีวัตถุประสงค์ให้เป็นเงินสำรองของกองทุนเพื่อการสนับสนุนเพื่อจ่ายสมทบให้กับบัญชีที่ 1 ตามจำนวนที่จ่ายออกไปเพื่อคุ้มครองการจ่ายผลตอบแทน โดยเงินหรือทรัพย์สินของบัญชีที่ 2อย่างไรก็ตาม กรณีที่เงินและทรัพย์สินของบัญชีที่ 2 ไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายสมทบให้แก่บัญชีที่ 1 โดยไม่สามารถหาเงินแหล่งอื่นได้ รัฐพึงจัดสรรงบประมาณแผ่นดินให้แก่บัญชีที่ 2






