
มุมมองตลาดหุ้น by Bualuang Securities
Technical Daily
มุมมองตลาด
แนวโน้มตลาดระยะสั้นยังคงอยู่ในกรอบที่จำกัด ขณะที่เม็ดเงินจากต่างชาติจะชะลอตัวลง เนื่องจากตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. และตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 47 เหรียญต่อบาร์เรลเนื่องจากยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดของมาตรการลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปก สัปดาห์นี้เราคาดว่าตลาดอยู่ในรูปแบบของการพักตัวอยู่ในกรอบ โดยมีปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้:
1.ผลการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐทั้งนี้จากผลโพลชี้ว่าคะแนนนิยมของนางคลินตันและนายทรัมพ์ใกล้เคียงกัน หากชัยชนะของนางคลินตันจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯสามารถเติบโตได้ในระดับปานกลางและอัตราดอกเบี้ยจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งจะช่วยหนุนบรรยากาศเชิงบวกต่อตลาดหุ้น
2.จากการศึกษาของเราชี้ว่าในการเลือกตั้งสหรัฐ 10 ครั้งที่ผ่านมาตลาดหุ้นมักจะปรับตัวขึ้นได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจดี ไม่ว่าใครจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งก็ตาม (ทั้งนี้ตลาดมักจะปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าหากประธานาธิบดีคนเดิมได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง)
3. เราคาดว่าหาก FED ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกน่าจะตอบรับในเชิงบวกหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้น เราคาดว่านโยบายการเงินที่ชัดเจนของสหรัฐฯ น่าจะส่งผลให้นักลงทุนชาวต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในตลาดอาเซียนมากขึ้น
4.แนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตระดับปานกลางในไตรมาส3/59 กระแสเงินลงทุนยังคงไหลเข้าสู่ตลาดนอกจากนี้เราคาดว่าน่าจะมีเงินไหลเข้าจากการลงทุนในกองทุนรวม RMF และ LTF เพื่อการลดหย่อยภาษีในช่วงปลายปี
กลยุทธ์ที่เหมาะสมเลือกลงทุนเป็นหุ้นรายกลุ่ม เน้นหุ้นที่มีการเติบโตของผลกำไรบริษัทฯโตต่อเนื่อง และใช้สัญญาณทางเทคนิคเข้ามาช่วยจับจังหวะการซื้อขาย ขณะที่ภาพรวม SET แกว่งตัวอยู่ในกรอบที่ให้ไว้ 1480-1510 จุด หากดัชนีตลาดสามารถยืนเหนือแนวรับที่ให้ไว้ได้ จะส่งผลให้แนวโน้มระยะสั้นเป็นการพักตัวเพื่อขึ้นต่อยังคงให้แนวต้านไว้ที่ 1540 จุด
ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง
มุมมองตลาด
แนวโน้มตลาดระยะสั้นยังคงอยู่ในกรอบที่จำกัด ขณะที่เม็ดเงินจากต่างชาติจะชะลอตัวลง เนื่องจากตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. และตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 47 เหรียญต่อบาร์เรลเนื่องจากยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดของมาตรการลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปก สัปดาห์นี้เราคาดว่าตลาดอยู่ในรูปแบบของการพักตัวอยู่ในกรอบ โดยมีปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้:
1.ผลการเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐทั้งนี้จากผลโพลชี้ว่าคะแนนนิยมของนางคลินตันและนายทรัมพ์ใกล้เคียงกัน หากชัยชนะของนางคลินตันจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯสามารถเติบโตได้ในระดับปานกลางและอัตราดอกเบี้ยจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งจะช่วยหนุนบรรยากาศเชิงบวกต่อตลาดหุ้น
2.จากการศึกษาของเราชี้ว่าในการเลือกตั้งสหรัฐ 10 ครั้งที่ผ่านมาตลาดหุ้นมักจะปรับตัวขึ้นได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจดี ไม่ว่าใครจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งก็ตาม (ทั้งนี้ตลาดมักจะปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าหากประธานาธิบดีคนเดิมได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง)
3. เราคาดว่าหาก FED ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกน่าจะตอบรับในเชิงบวกหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้น เราคาดว่านโยบายการเงินที่ชัดเจนของสหรัฐฯ น่าจะส่งผลให้นักลงทุนชาวต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในตลาดอาเซียนมากขึ้น
4.แนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตระดับปานกลางในไตรมาส3/59 กระแสเงินลงทุนยังคงไหลเข้าสู่ตลาดนอกจากนี้เราคาดว่าน่าจะมีเงินไหลเข้าจากการลงทุนในกองทุนรวม RMF และ LTF เพื่อการลดหย่อยภาษีในช่วงปลายปี
กลยุทธ์ที่เหมาะสมเลือกลงทุนเป็นหุ้นรายกลุ่ม เน้นหุ้นที่มีการเติบโตของผลกำไรบริษัทฯโตต่อเนื่อง และใช้สัญญาณทางเทคนิคเข้ามาช่วยจับจังหวะการซื้อขาย ขณะที่ภาพรวม SET แกว่งตัวอยู่ในกรอบที่ให้ไว้ 1480-1510 จุด หากดัชนีตลาดสามารถยืนเหนือแนวรับที่ให้ไว้ได้ จะส่งผลให้แนวโน้มระยะสั้นเป็นการพักตัวเพื่อขึ้นต่อยังคงให้แนวต้านไว้ที่ 1540 จุด
ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง






