thansettakij
thansettakij
ผู้นำขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยอย่างสมดุลและยั่งยืนวิสัยทัศน์ประธานสทท.สมัยที่ 2

ผู้นำขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยอย่างสมดุลและยั่งยืนวิสัยทัศน์ประธานสทท.สมัยที่ 2

06 พ.ย. 59 | 09:00 น.
การกลับมานั่งเก้าอี้ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เป็นสมัยที่ 2 ของนายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ท่ามกลางคณะกรรมการชุดใหม่ จะทำให้ทิศทางการทำงานของสทท.ในช่วงปลายปี 2559-2561 จะเป็นอย่างไร อ่านได้จากบทสัมภาษณ์

 สทท.ยุคนี้แท็กทีมส่วนกลาง-ภูมิภาค

คุณอิทธิฤทธิ์ เปิดใจว่า ผลการเลือกตั้งที่เขาได้กลับมานั่งเก้าอี้ประธานสทท.สมัยที่ 2 ซึ่งเป็นสมัยสุดท้าย เกิดจากการแสดงความตั้งใจในการร่วมมือของผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่ต่างแสดงเจตนารมย์ร่วมกันในการเข้ามามีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งภายใต้การทำงานของคณะกรรมการสทท.ชุดใหม่ จะมีผู้แทนจากทั้ง 2 ส่วนนี้มาร่วมกันทำงาน โดยดึงเอาความโดดเด่นที่ส่วนกลางมีมากในเรื่องของการตลาด และจุดแข็งของส่วนภูมิภาค ที่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มาช่วยส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยให้มีคุณภาพ มีมาตรฐานเพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมา

ทำให้ คณะกรรมการสทท.ชุดปัจจุบันเห็นว่ามีผู้นำของสมาคมท่องเที่ยวชั้นนำต่างๆเข้าร่วมเป็นกรรมการหลากหลายสมาคม อย่าง นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า) จะเป็นรองประธานฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งแผนส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยของสทท.ชุดนี้ จะอยู่ภายวิสัยทัศน์ “ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยอย่างสมดุลและยั่งยืน” โดยมีพันธกิจ ว่า จะส่งเสริมระบบสภาพแวดล้อมให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมีมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็น ไฮ แวลู เดสติเนชั่น หรือเมืองท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก ตามนโยบายของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ

การทำงานของสทท.จะเน้นยุทธศาสตร์ใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1. สร้างความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวในเวทีโลก 2.สร้างระบบมาตรฐานห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และ3.สร้างระบบศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยววิชาชีพ ซึ่งการทำงานของคณะกรรมการสทท.ชุดนี้ ต้องเดินไปตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว

 ชู 3 โครงการขับเคลื่อนการทำงาน

สำหรับภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการจากนี้ คือ การสานต่องานเดิมที่ได้ดำเนินการค้างไว้ในสมัยที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับกระทรวงแรงงานและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาบุคลากรท่องเที่ยว การพัฒนาผู้นำด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการออกแบบหลักสูตรโดยนิด้า ที่จะเป็นการอบรมทั้งนายกสทท.ในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงการสร้างองค์ความรู้ให้ความหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การร่วมมือกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(อพท.)ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ชุมชนต้นแบบ 13 แห่ง การจัดทำมาตรฐานผู้ประกอบการท่องเที่ยว หรือ การรับรองมาตรฐานสร้างช้างชูงวงหรือช้างร่าเริง ที่ต้องทำให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น ซึ่งในขณะนี้ทางคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติหรือท.ท.ช. ได้มอบหมายให้สทท.มาช่วยคัดกรอง และกำหนดมาตรฐานการรับรองมาตรฐานผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีหลากหลายมาก ให้การมอบมาตรฐานนี้เป็นที่ยอมรับอย่างแท้จริง

สิ่งที่จะต้องขับเคลื่อนการทำงานของสทท.จากนี้ไป จะเน้นใน 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการ Thailand High Value Destination ซึ่งต้องขับเคลื่อนร่วมกับภาครัฐ เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ เพื่อทำให้ไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีคุณภาพ ในระดับนานาชาติ 2.โครงการพัฒนาระบบสื่อสารองค์กรแบบดิจิตอล การผลักดันผู้ประกอบการเข้าสู่ประเทศไทยยุค 4.0 เน้นการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมเพื่อใช้ในการส่งเสริมการตลาด โดยสทท.จะร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟแวร์แห่งชาติ ในการทำงานในเรื่องนี้ 3.การทำความเข้าใจในการส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังระหว่างผู้ประกอบการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อพัฒนาการตลาดร่วมกัน ทั้งฝั่งดีมานด์ และซัพพลายให้สอดคล้องกัน โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามคลัสเตอร์ต่างๆ เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในคลัสเตอร์ภูมิภาคต่างๆ

 ผนึกภาครัฐพัฒนาท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์

คุณอิทธิฤทธิ์ ย้ำว่า ปัญหาการพัฒนาการท่องเที่ยว คือ ขาดการบริหารจัดการที่ดี แม้ไทยจะมีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย และจะยิ่งเกิดปัญหาเรื่องของการรองรับและความเสียหายของทรัพยากรทางการท่องเที่ยว หากยังมีการบริหารจัดการไม่ดี สวนทางกับการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว ทำให้สทท.จึงได้วางวิสัยทัศน์ว่าจะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งสทท.จะต้องผลักดันให้เกิดวิสัยทัศน์นี้ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ อย่างในระดับประเทศ ก็จะผลักดันผ่านแผนปฏิรูปของรัฐบาล จึงมีนโยบายกระจายโครงสร้างการพัฒนาไปยังจังหวัดต่างๆมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ(กรอ.) ที่สทท.อยู่ในคณะกรรมการนี้ด้วย รวมทั้งรัฐบาล ก็ยังมีแผนจะจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาท่องเที่ยวจังหวัด ซึ่งจะมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน และรองประธาน จาก 4 องค์กรสมาคมภาคเอกชน คือ สมาคมหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสทท. จะอยู่ในคณะนี้ด้วย ซึ่งจะมีการบูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาประจำจังหวัดต่างๆ และเชื่อมโยงการขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวต่อคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ

นอกจากนี้สทท.ยังมีมุมมองที่ต้องการผลักดันการพัฒนาการท่องเที่ยว ให้เข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุ เพราจะเป็นตลาดด้านการท่องเที่ยวที่มีการเติบโต การส่งเสริมให้สินค้าโอท็อป สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างแท้จริง รวมทั้งเล็งเห็นความจำเป็นที่ทุกภาคส่วน จะต้องสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรืออุทยานแห่งชาติต่างๆ ให้เข้าใจถึงการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว เพื่อทำให้แผนการพัฒนาหรือบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ มีการพัฒนาที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจริงๆ ส่วนการเชื่อมโยงเรื่องของระบบคมนาคม ก็พบว่าเดินหน้าไปหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นสนามบิน รถไฟ ยกเว้นเรื่องทางน้ำ ที่มีการพัฒนาน้อย จะเห็นว่าท่าเรือเพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวทางเรือของไทยยังขาดการพัฒนาในเรื่องนี้อยู่ ซึ่งสทท.ก็ต้องเสนอให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาให้ความสำคัญในเรื่องนี้เพิ่มขึ้น เป็นต้น

ทั้งหมดล้วนเป็นทิศทางการทำงานของสทท.ในช่วง 2 ปีจากนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,207 วันที่ 6 - 9 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business