thansettakij
thansettakij
‘เป่ายิ้งฉุบ’ย้อมดำ 2หมื่นตัว แก้ปัญหาเสื้อขาดตลาด

‘เป่ายิ้งฉุบ’ย้อมดำ 2หมื่นตัว แก้ปัญหาเสื้อขาดตลาด

03 พ.ย. 59 | 05:30 น.
“เป่ายิ้งฉุบ” แก้ปัญหาเสื้อดำขาดตลาด นำเสื้อเหลือง 2 หมื่นตัวย้อมดำ ชูคอนเซ็ปต์ “เสื้อผ่านการย้อมด้วยความจงรักภักดีมาแล้ว 2 ครั้ง” หลังพบปัญหาราคาต้นทุนผ้ายืดปรับเพิ่มกิโลกรัมละ 20-30 บาท และขาดแคลน เชื่ออีก 1-2 สัปดาห์ตลาดเสื้อดำจะเข้าสู่ภาวะปกติ หลังผู้ประกอบการขนสินค้าจีนเข้ามาขาย

นายชาลี รัตนวชิรินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำหนึ่งการตลาด จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสื้อยืด เป่า ยิ้ง ฉุบ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากสถานการณ์ความต้องการเสื้อดำเพื่อสวมใส่ในปัจจุบัน ส่งผลให้ตลาดมีความต้องการมากกว่าปริมาณสินค้าที่ผลิตออกมาจำหน่าย โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรก ซึ่งบริษัทปกติไม่ได้จัดเตรียมผลิตเสื้อดำออกมาจำหน่ายมากนัก แต่ทุกปีจะผลิตเสื้อเหลืองออกมาในโอกาสสำคัญ ซึ่งผลิตและจัดจำหน่ายมากว่า 14 ปี จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทตัดสินนำเสื้อเหลืองจำนวน 2 หมื่นตัว มาย้อมเป็นสีดำเพื่อออกจำหน่าย หลังจากได้ผ่านกระบวนการพัฒนาสินค้า ซึ่งต้องยอมรับว่าสินค้าเสื้อเหลืองที่นำมาย้อมอาจจะมีคุณภาพด้อยกว่าปกติที่ผลิตจากเสื้อดำโดยตรง

“บริษัทเริ่มผลิตเสื้อเหลืองออกจำหน่ายตั้งแต่ปี 2547 โดยเริ่นต้นจากแนวคิด รู้นะพ่อเหนื่อย ออกมาจำหน่าย หลังจากนั้นทุกๆ ปีก็จะผลิตเสื้อเหลืองออกมาในวโรกาสสำคัญ ในปีนี้ก็ผลิตเสื้อเหลืองเตรียมจำหน่ายแล้วประมาณ 1-2 แสนตัว แต่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทคิดหนักว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่เพื่อบรรเทาปัญหาเรื่องการขาดแคลนเสื้อดำ จึงตัดสินใจที่จะนำเสื้อเหลืองมาย้อมดำ และขายในราคาที่ถูกกว่าปกติ โดยกำหนดราคาขายให้ไม่เกินตัวละ 200 บาท และขอร้องให้ซาปั๊ว ยี่ปั๊วไม่ให้ขึ้นราคาสินค้า พร้อมกับสื่อสารให้เห็นว่า เสื้อเหลืองที่ย้อมดำถูกอาบย้อมด้วยความจงรักภักดีถึง 2 ครั้ง”

อย่างไรก็ตาม ในฐานะนักธุรกิจคนไทย นายชาลี กล่าวว่าไม่ได้ต้องการดำเนินธุรกิจในลักษณะนี้ แต่จำเป็นต้องการช่วยเหลือประชาชน โดยเสื้อเหลืองที่ยังคงมีอยู่บริษัทจะเก็บไว้จำหน่ายในอนาคตอีก 3-4 ปีข้างหน้า หรือเมื่อสถานการณ์เหมาะสม ส่วนปัญหาการผลิตเสื้อดำปัจจุบัน พบว่ายังมีข้อจำกัดจากวัตถุดิบซึ่งเป็นผ้าดำ โดยเป็นผลจากโรงงานย้อมผ้าในประเทศมีปริมาณจำกัด ทำให้ผ้าดำมีออกมาน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการของคนไทย จึงทำให้มีผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนแทน ทั้งในรูปของเสื้อผ้าสำเร็จรูป และผ้าผืนเพื่อนำมาตัดเย็บ ซึ่งเชื่อว่าในอีก 1-2 สัปดาห์นี้การขาดแคลนจะอยู่ในภาวะสมดุล เนื่องจากมีปริมาณสินค้าเข้ามาจำนวนมาก

นายชาลี กล่าวอีกว่า ช่วงสัปดาห์แรกที่เกิดเหตุการณ์พบว่าต้นทุนผ้ายืดได้ปรับราคาเพิ่มขึ้น 20-30 บาทต่อกิโลกรัม แต่บริษัทไม่ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ขณะที่สินค้าล็อตใหม่บริษัทอยู่ระหว่างออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเสื้อดำที่ผลิตออกจำหน่ายจะใช้ข้อความ “ภูมิใจพ่อ” “ก้าวตามพ่อ” และมีบางส่วนที่มีผู้มาว่าจ้างผลิต เสื้อ “ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป” ด้วย ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตเสื้อยืดวันละ 4,000 ตัว และเสื้อโบโลวันละ 1,000-2,000 ตัว

นอกจาก เสื้อดำรุ่นใหม่ที่ผลิตออกมาจำหน่าย ก่อนหน้านี้บริษัทได้เพิ่มสินค้ากลุ่มใหม่ เป็นเสื้อรักเพื่อนซึ่งเป็นเสื้อดำ ออกวางจำหน่ายในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยมียอดขายที่ดีสินค้าไม่เพียงพอจำหน่ายเช่นกัน และบริษัทยังมีสินค้าผู้หญิงแบรนด์รู (Rule) ที่นำออกมาจัดโปรโมชั่นเพียงตัวละ 200 ถือว่าได้รับความสนใจและมียอดขายที่เติบโตต่อเนื่องเช่นกัน ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าที่จำหน่ายอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแมส ซึ่งเป็นเสื้อทั่วไป กลุ่มอีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ในช่วงเทศกาลสำคัญ อาทิ เสื้อวันพ่อ เสื้อวันแม่ และกลุ่มนิชมาร์เก็ต อาทิ เสื้อวิถีพุทธ เสื้อรักเพื่อน เป็นต้น ซึ่งเสื้อสีขาวของบริษัทก็มีลูกค้าซื้อไปสวมใส่ทดแทนช่วงเสื้อดำขาดตลาดด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,206 วันที่ 3 - 5 พฤศจิกายน 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business