thansettakij
thansettakij
ปกท.วท.หารือ กก.ทันตแพทยสภา หาทางออก พรบ.นิวเคลียร์ 2559

ปกท.วท.หารือ กก.ทันตแพทยสภา หาทางออก พรบ.นิวเคลียร์ 2559

19 ต.ค. 59 | 10:29 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ต.ค. 59 | 17:33 น.
ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รับหนังสือร้องเรียนจากประธานเครือข่ายทันตแพทย์ภาครัฐและเอกชนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ในกรณีปัญหาข้อขัดแย้งและผลกระทบจากการบัญญัติ พรบ.นิวเคลียร์เพื่อสันติ 2559 โดยเนื้อหากฎหมายฉบับนี้ระบุ ให้ผู้ใช้เครื่องกำเนิดรังสีหรือเครื่องเอ็กซเรย์ทางทันตกรรม  ต้องมีใบอนุญาตครอบครองเครื่องกำเนิดรังสี และผู้ใช้จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยรังสี (RSO)

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 ตุลาคม 2559  รศ.นพ. สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติและนางนันทวรรณ ชื่นศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ได้เดินทางไปร่วมประชุม เพื่อหารือกับผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว  โดยจากการประชุมดังกล่าว ปกท.วท. ได้ข้อสรุป 3 ข้อ ดังต่อไปนี้

ประเด็นแรก คือ การขึ้นทะเบียนเครื่อง x-ray ของทันตแพทย์จะต้องขึ้นทะเบียน เพื่อเป็นฐานข้อมูล เนื่องจากจะต้องเป็นมีการติดตามดูแล โดยค่าขึ้นทะเบียนอยู่ที่  1,000 บาท/5 ปีซึ่งตกเป็นค่าใช้จ่ายปีละ 200 บาท ซึ่งไม่น่าจะเป็นปัญหาหรือภาระที่หนักเกินไป

ประเด็นที่สอง คือ หากทันตแพทย์เป็นผู้ดูแลความปลอดภัยของเครื่องฉายรังสี(RSO) ไม่จำเป็นต้องสอบ เนื่องจากมีวิชาที่เกี่ยวข้องกับการฉายรังสีอยู่แล้ว แต่หากผู้ที่ดูแลความปลอดภัยทางรังสีไม่ใช่ทันตแพทย์  จำเป็นต้องสอบ

ประเด็นที่สาม คือ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ในฐานะผู้จัดทำร่างพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 และผู้ดูแลความปลอดภัยทางด้านรังสี จัดทำ มาตรฐานในการทำงาน (Standard procedure ) การดูแลเครื่องในแต่ละวัน ซึ่งจะทำให้สามารถเช็คดูแลด้วยตัวเองได้  และเมื่อมีการสุ่มตรวจก็จะสามารถผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานได้

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติและทันตแพทยสภาได้ข้อตกลงร่วมกัน ได้ข้อยุติและทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากจุดประสงค์หลักของทุกฝ่าย คือ ความปลอดภัยของประชาชน จึงทำให้ปัญหาต่างๆคลี่คลายและแก้ไขได้ เราจะร่วมมือกันทำงานและร่วมร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับทันตแพทย์ร่วมกัน  นอกจากนี้ การทำงานในอนาคตจะเป็นการทำงานในสถานะสถาบันต่อสถาบันควบคู่กันไป  มีข้อตกลงร่วมกัน ปรับทุกอย่างไปตามมาตรฐานและยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง