
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จัดพิธีถวายพุ่มดอกไม้และถวายราชสดุดี“พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย”
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ร่วมพิธีถวายพุ่มดอกไม้และถวายราชสดุดีเพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะทรงเป็น “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” เนื่องใน “วันเทคโนโลยีของไทย” ประจำปี 2559 ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถนนพระราม 6 ราชเทวี กรุงเทพฯ
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ความว่า “ข้าพระพุทธเจ้า นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยข้าราชการทุกหมู่เหล่า ตลอดจนพสกนิกรชาวไทยต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานต่อพสกนิกรชาวไทยมายาวนาน ในรัชสมัยของพระองค์ นับเนื่องแต่เสด็จฯ เถลิงถวัลย์ราชสมบัติ จวบจนสิ้นรัชกาล
พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่พรั่งพร้อมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงอุทิศพระวรกาย ประกอบพระราชกรณียกิจ เพื่อปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าอย่างต่อเนื่อง ทรงพระราชทานความช่วยเหลือ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎร สมดังพระปฐมบรมราชโองการ "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ด้วยพระอัจฉริยภาพ ล้ำลึก เปี่ยมด้วยพระปรีชาญาณด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยทรงค้นคว้าวิจัยและทรงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้พ้นจากความทุกข์ยาก มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งนี้ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถตลอดจนพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของพระองค์ดังประจักษ์แก่ชาวโลก จากโครงการอันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริต่างๆ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่ชาวไทยทั้งมวล
ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถอย่างหาที่เปรียบมิได้ เป็นที่ประจักษ์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาโดยตลอด คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓ เห็นชอบให้เทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และกำหนดให้วันที่ ๑๙ ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันเทคโนโลยีของไทย” เพื่อระลึกถึงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๑๕ ที่ทรงอำนวยการสาธิตฝนหลวงสูตรใหม่ครั้งแรกของโลกด้วยพระองค์เอง ที่เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี นอกจากนี้ในส่วนของพระราชกรณียกิจพระองค์ที่พระราชทานให้แก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า เป็นสิ่งที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯจะต้องสานต่อสำหรับโครงการในพระราชดำรินั้นมีกว่า4,000 โครงการมีประโยชน์ต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า อาทิ การบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาการเกษตร การพัฒนาสาธารณสุข การใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียม การใช้เครื่องมือทางด้านวิทยาศาสตร์ในการตรวจสอบสภาพน้ำตลอดจนการพัฒนาการเกษตรยุคใหม่ ระบบแก้มลิง กังหันน้ำชัยพัฒนา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพยายามพัฒนาประเทศ มีจิตสาธารณะและนำเอาแบบอย่างที่พระองค์ได้วางไว้ไปขยายผลต่อในวงกว้าง โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย
ทั้งนี้ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ดำเนินการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่คือ “พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า” ขึ้นเพื่อเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เปิดโอกาสให้เยาวชนได้มาศึกษาหาความรู้ รวมทั้งระบบนิเวศที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความยั่งยืน โดยคาดว่าในปี พ.ศ.2561 จะเปิดให้ประชาชนเข้ามาเรียนรู้และใช้ประโยชน์ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ทรงมีพระราชดำริให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถจับต้องได้และให้เยาวชนสามารถเรียนรู้ได้จริง
ในวโรกาสที่ “วันเทคโนโลยีของไทย” เวียนมาบรรจบครบรอบในปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ นี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะทรงเป็น "พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย" และขอน้อมถวายความจงรักภักดี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยจะตั้งปณิธานว่าจะดำรงตนให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชาติสืบไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”
ทั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี "ขอเชิญพสกนิกรชาวไทย น้อมเกล้าถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ด้วยจิตรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ที่เว็บไซต์กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี www.most.go.th" ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ความว่า “ข้าพระพุทธเจ้า นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยข้าราชการทุกหมู่เหล่า ตลอดจนพสกนิกรชาวไทยต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานต่อพสกนิกรชาวไทยมายาวนาน ในรัชสมัยของพระองค์ นับเนื่องแต่เสด็จฯ เถลิงถวัลย์ราชสมบัติ จวบจนสิ้นรัชกาล
พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่พรั่งพร้อมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงอุทิศพระวรกาย ประกอบพระราชกรณียกิจ เพื่อปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าอย่างต่อเนื่อง ทรงพระราชทานความช่วยเหลือ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎร สมดังพระปฐมบรมราชโองการ "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ด้วยพระอัจฉริยภาพ ล้ำลึก เปี่ยมด้วยพระปรีชาญาณด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยทรงค้นคว้าวิจัยและทรงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้พ้นจากความทุกข์ยาก มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งตนเองได้ ทั้งนี้ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถตลอดจนพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของพระองค์ดังประจักษ์แก่ชาวโลก จากโครงการอันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริต่างๆ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่ชาวไทยทั้งมวล
ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถอย่างหาที่เปรียบมิได้ เป็นที่ประจักษ์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาโดยตลอด คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓ เห็นชอบให้เทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และกำหนดให้วันที่ ๑๙ ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันเทคโนโลยีของไทย” เพื่อระลึกถึงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๑๕ ที่ทรงอำนวยการสาธิตฝนหลวงสูตรใหม่ครั้งแรกของโลกด้วยพระองค์เอง ที่เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี นอกจากนี้ในส่วนของพระราชกรณียกิจพระองค์ที่พระราชทานให้แก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า เป็นสิ่งที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯจะต้องสานต่อสำหรับโครงการในพระราชดำรินั้นมีกว่า4,000 โครงการมีประโยชน์ต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า อาทิ การบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาการเกษตร การพัฒนาสาธารณสุข การใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียม การใช้เครื่องมือทางด้านวิทยาศาสตร์ในการตรวจสอบสภาพน้ำตลอดจนการพัฒนาการเกษตรยุคใหม่ ระบบแก้มลิง กังหันน้ำชัยพัฒนา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพยายามพัฒนาประเทศ มีจิตสาธารณะและนำเอาแบบอย่างที่พระองค์ได้วางไว้ไปขยายผลต่อในวงกว้าง โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย
ทั้งนี้ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ดำเนินการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่คือ “พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า” ขึ้นเพื่อเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เปิดโอกาสให้เยาวชนได้มาศึกษาหาความรู้ รวมทั้งระบบนิเวศที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความยั่งยืน โดยคาดว่าในปี พ.ศ.2561 จะเปิดให้ประชาชนเข้ามาเรียนรู้และใช้ประโยชน์ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ทรงมีพระราชดำริให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถจับต้องได้และให้เยาวชนสามารถเรียนรู้ได้จริง
ในวโรกาสที่ “วันเทคโนโลยีของไทย” เวียนมาบรรจบครบรอบในปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ นี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะทรงเป็น "พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย" และขอน้อมถวายความจงรักภักดี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยจะตั้งปณิธานว่าจะดำรงตนให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชาติสืบไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”
ทั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี "ขอเชิญพสกนิกรชาวไทย น้อมเกล้าถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ด้วยจิตรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ที่เว็บไซต์กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี www.most.go.th" ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป






