
ผลหารือทันตแพทยสภา-กระทรวงวิทย์หมอฟันไม่ต้องสอบเป็นจนท. RSO
วันนี้(13 ต.ค.2559) ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการทันตแพทยสภาครั้งนี้ ได้หารือประเด็นการร่างกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 ซึ่งได้หารือร่วมกับ รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี น.ส.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) พร้อมด้วย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และรองเลขาธิการ ปส.เข้าร่วมให้ข้อมูล โดยมีผู้แทนจากเครือข่ายทันตแพทย์ภาครัฐและเอกชน ชมรมทันตอาสา เข้าร่วมประชุมด้วย
ทพ.ไพศาล กล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่หารือในวันนี้สืบเนื่องมาจาก พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 ซึ่งประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2559 และจะมีผลบังคับใช้ภายใน 270 วัน คือ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 มีจุดประสงค์คุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อมให้มีความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี แต่เนื่องจากทันตแพทย์อยู่ภายใต้กฎหมายวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 โดยมีหน้าที่ควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมรวมทั้งประชาชนที่มารับบริการทันตกรรมอยู่แล้ว จึงได้มาให้ข้อมูลเพื่อหาแนวทางปฏิบัติให้เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย
นายกทันตแพทยสภา กล่าวว่า ผลการหารือได้ข้อสรุปดังนี้ 1.ให้มีการขึ้นทะเบียนเครื่องกำเนิดรังสีทางทันตกรรมหรือเครื่องเอ็กซเรย์ทางทันตกรรม เพื่อประโยชน์ในการควบคุม การติดตามเพื่อความปลอดภัยในระดับชาติ โดยมีค่าขึ้นทะเบียนในอัตรา 1,000 บาท ระยะเวลา 5 ปี 2.ทันตแพทย์สามารถทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี (RSO- Radiation Safety Officer) ได้ โดยไม่ต้องสอบ เนื่องจากหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตมีการเรียนการสอนความรู้ด้านรังสีอยู่แล้ว ซึ่งสภาวิชาชีพจะส่งหลักสูตรให้ ปส.พิจารณาว่ายังมีส่วนขาดด้านใด ซึ่งจะมีการให้ความรู้เพิ่มในส่วนที่ขาด แต่หากจะมอบให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ทันตแพทย์เป็นผู้ดูแล จะต้องสอบประเมินเพื่อเป็นผู้ดูแล 3.ปส.จะทำเอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน (Standard procedure) ในการทำงานทางรังสี เพื่อเป็นแนวทางในการทำงาน ซึ่งอาจกำหนดไว้ในการรับรองคุณภาพมาตรฐานโรงพยาบาล (Hospital Accreditation) และในอนาคตอาจจะมีการสุ่มตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน
“ข้อสรุปทั้ง 3 ข้อข้างต้นเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ทันตแพทย์ไม่ต้องสอบเป็นเจ้าหน้าที่ RSO ตามข้อเสนอที่ได้แจ้งไป ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติก็เห็นตรงกันว่าหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตมีการเรียนการสอนในเรื่องนี้อยู่แล้ว หลังจากนี้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะเชิญทันตแพทยสภาเข้าร่วมในการร่างกฎกระทรวง โดยยึดหลักการข้อสรุปทั้ง 3 ข้อที่ได้ตกลงร่วมกันข้างต้น” ทพ.ไพศาล กล่าว
ทพ.ไพศาล กล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่หารือในวันนี้สืบเนื่องมาจาก พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 ซึ่งประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2559 และจะมีผลบังคับใช้ภายใน 270 วัน คือ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 มีจุดประสงค์คุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อมให้มีความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสี แต่เนื่องจากทันตแพทย์อยู่ภายใต้กฎหมายวิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 โดยมีหน้าที่ควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรมรวมทั้งประชาชนที่มารับบริการทันตกรรมอยู่แล้ว จึงได้มาให้ข้อมูลเพื่อหาแนวทางปฏิบัติให้เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย
นายกทันตแพทยสภา กล่าวว่า ผลการหารือได้ข้อสรุปดังนี้ 1.ให้มีการขึ้นทะเบียนเครื่องกำเนิดรังสีทางทันตกรรมหรือเครื่องเอ็กซเรย์ทางทันตกรรม เพื่อประโยชน์ในการควบคุม การติดตามเพื่อความปลอดภัยในระดับชาติ โดยมีค่าขึ้นทะเบียนในอัตรา 1,000 บาท ระยะเวลา 5 ปี 2.ทันตแพทย์สามารถทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี (RSO- Radiation Safety Officer) ได้ โดยไม่ต้องสอบ เนื่องจากหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตมีการเรียนการสอนความรู้ด้านรังสีอยู่แล้ว ซึ่งสภาวิชาชีพจะส่งหลักสูตรให้ ปส.พิจารณาว่ายังมีส่วนขาดด้านใด ซึ่งจะมีการให้ความรู้เพิ่มในส่วนที่ขาด แต่หากจะมอบให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ทันตแพทย์เป็นผู้ดูแล จะต้องสอบประเมินเพื่อเป็นผู้ดูแล 3.ปส.จะทำเอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน (Standard procedure) ในการทำงานทางรังสี เพื่อเป็นแนวทางในการทำงาน ซึ่งอาจกำหนดไว้ในการรับรองคุณภาพมาตรฐานโรงพยาบาล (Hospital Accreditation) และในอนาคตอาจจะมีการสุ่มตรวจสอบเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน
“ข้อสรุปทั้ง 3 ข้อข้างต้นเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย ทันตแพทย์ไม่ต้องสอบเป็นเจ้าหน้าที่ RSO ตามข้อเสนอที่ได้แจ้งไป ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติก็เห็นตรงกันว่าหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตมีการเรียนการสอนในเรื่องนี้อยู่แล้ว หลังจากนี้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะเชิญทันตแพทยสภาเข้าร่วมในการร่างกฎกระทรวง โดยยึดหลักการข้อสรุปทั้ง 3 ข้อที่ได้ตกลงร่วมกันข้างต้น” ทพ.ไพศาล กล่าว






