
ฟาร์มปูนิ่มระนองเลิกกิจการ 60 ราย สู้ต้นทุนไม่ไหวพลิกทำท่องเที่ยวเสริม
ธุรกิจฟาร์มปูนิ่มจังหวัดระนองกว่า 100 รายระส่ำ เลิกกิจการแล้วกว่า 60 รายเหตุ ขาดแคลนปูกระดองแข็งวัตถุดิบสำคัญ เตรียมรวมกลุ่มพัฒนาเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว หวังเสริมรายได้พยุงกิจการ
นายสมชาย หัสจักร ประธานท่องเที่ยวชุมชน ตำบลม่วงกลวงอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง และเจ้าของฟาร์มปูนิ่ม เปิดเผยว่า ขณะนี้ ผู้ประกอบการเลี้ยงฟาร์มปูนิ่มกว่า 100 ราย ต่างประสบปัญหา ต้นทุนปรับตัวสูง เนื่องจากปูกระดองแข็งซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่นำมาเลี้ยงทำเป็นปูนิ่มขาดแคลนต้องสั่งนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านคือเมียนมาซึ่งมีราคาแพง ล่าสุดทยอยเลิกกิจการไปกว่า 60รายซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลม่วงกลวง ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 40 รายอยู่ระหว่างปรับตัวรับกับสภาวะขาดทุน
สำหรับทางออกของ กลุ่มธุรกิจฟาร์มปูนิ่มคือการนำการท่องเที่ยวเข้าไปเสริม อาทิการท่องเที่ยวชมฟาร์ม หรือการนำนักท่องเที่ยวไปชมฟาร์ม รวมถึงการทำกิจการต่างๆอาทิการตกปูนิ่ม หรือชิมเมนูปูนิ่ม ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมการที่จะเปิดรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึง คาดว่าจะทำให้ผู้เลี้ยงปูนิ่มมีรายได้และสามารถพยุงกิจการให้ผ่านพ้นวิกฤติช่วงนี้ไป
ปัจจุบัน มีเกษตรกรในจังหวัดระนอง เลี้ยงปูนิ่มที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประมงจังหวัดจังหวัดระนอง42 ราย จำนวน 1,719,500 ตะกร้า (ตะกร้าละ 1 ตัว) กระจายเลี้ยงอยู่ใน 3 อำเภอ ที่ติดต่อกับชายฝั่งทะเลคือ อำเภอเมืองระนอง อำเภอกะเปอร์และกิ่งอำเภอสุขสำราญ
"เกิดขาดแคลนปูกระดองแข็งที่เป็นวัตถุดิบหลักที่นำมาเลี้ยงเป็นปูนิ่มขาดแคลนอย่างหนัก ไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้เลี้ยงที่มีเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน หลังจากปูนิ่มราคาซื้อขายสูงและตลาดมีความต้องการเป็นจำนวนมาก ปรากฏว่าปูกระดองแข็งที่ต้องนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านมีไม่เพียงพอกับความต้องการ ผู้ประกอบการแต่ละรายจะได้รับปูกระดองแข็งเพียง 20-30% จากออร์เดอร์ที่สั่งไป อาทิสั่งซื้อปูกระดองแข็ง 4,000 กระชัง ซึ่งกระชังหนึ่งจะมีปู 1 ตัวปรากฏว่าได้รับเพียงแค่ 500 หรือ 1,000 กระชัง ไม่ครบตามจำนวนที่ต้องการเลี้ยงนั่นหมายถึงส่วนที่หายไปจนหลายรายไม่สามารถแบกภาระต้นทุนได้"
สำหรับสาเหตุสำคัญที่ปูกระดองแข็งที่นำมาทำปูนิ่มมีจำนวนไม่เพียงพอ นอกจากฟาร์มปูนิ่งที่เพิ่มจำนวนมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เป็นเพราะมีผู้ประกอบการจากประเทศไทยกว่า 30 รายที่ข้ามฟากเข้าไปเช่าที่ในฝั่งประเทศเมียนมาเพื่อทำฟาร์มปูนิ่มในฝั่งประเทศเมียนมาจึงทำให้วัตถุดิบกว่า 50% ส่งให้กับฟาร์มในเมียนมาแทน นอกจากในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเมื่อมีความต้องการปูกระดองแข็งเพิ่มขึ้นทำให้พ่อค้าคนกลางมีการปรับราคาวัตถุดิบขึ้น ในขณะที่ราคาซื้อขายูนิ่มปัจจุบันยังเป็นราคาเดิม ถือเป็นการซ้ำเติมให้ผู้เลี้ยงปูนิ่มประสบปัญหาขาดทุนเพิ่มขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,201 วันที่ 16 - 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559
นายสมชาย หัสจักร ประธานท่องเที่ยวชุมชน ตำบลม่วงกลวงอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง และเจ้าของฟาร์มปูนิ่ม เปิดเผยว่า ขณะนี้ ผู้ประกอบการเลี้ยงฟาร์มปูนิ่มกว่า 100 ราย ต่างประสบปัญหา ต้นทุนปรับตัวสูง เนื่องจากปูกระดองแข็งซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่นำมาเลี้ยงทำเป็นปูนิ่มขาดแคลนต้องสั่งนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านคือเมียนมาซึ่งมีราคาแพง ล่าสุดทยอยเลิกกิจการไปกว่า 60รายซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลม่วงกลวง ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 40 รายอยู่ระหว่างปรับตัวรับกับสภาวะขาดทุน
สำหรับทางออกของ กลุ่มธุรกิจฟาร์มปูนิ่มคือการนำการท่องเที่ยวเข้าไปเสริม อาทิการท่องเที่ยวชมฟาร์ม หรือการนำนักท่องเที่ยวไปชมฟาร์ม รวมถึงการทำกิจการต่างๆอาทิการตกปูนิ่ม หรือชิมเมนูปูนิ่ม ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมการที่จะเปิดรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึง คาดว่าจะทำให้ผู้เลี้ยงปูนิ่มมีรายได้และสามารถพยุงกิจการให้ผ่านพ้นวิกฤติช่วงนี้ไป
ปัจจุบัน มีเกษตรกรในจังหวัดระนอง เลี้ยงปูนิ่มที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประมงจังหวัดจังหวัดระนอง42 ราย จำนวน 1,719,500 ตะกร้า (ตะกร้าละ 1 ตัว) กระจายเลี้ยงอยู่ใน 3 อำเภอ ที่ติดต่อกับชายฝั่งทะเลคือ อำเภอเมืองระนอง อำเภอกะเปอร์และกิ่งอำเภอสุขสำราญ
"เกิดขาดแคลนปูกระดองแข็งที่เป็นวัตถุดิบหลักที่นำมาเลี้ยงเป็นปูนิ่มขาดแคลนอย่างหนัก ไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้เลี้ยงที่มีเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน หลังจากปูนิ่มราคาซื้อขายสูงและตลาดมีความต้องการเป็นจำนวนมาก ปรากฏว่าปูกระดองแข็งที่ต้องนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านมีไม่เพียงพอกับความต้องการ ผู้ประกอบการแต่ละรายจะได้รับปูกระดองแข็งเพียง 20-30% จากออร์เดอร์ที่สั่งไป อาทิสั่งซื้อปูกระดองแข็ง 4,000 กระชัง ซึ่งกระชังหนึ่งจะมีปู 1 ตัวปรากฏว่าได้รับเพียงแค่ 500 หรือ 1,000 กระชัง ไม่ครบตามจำนวนที่ต้องการเลี้ยงนั่นหมายถึงส่วนที่หายไปจนหลายรายไม่สามารถแบกภาระต้นทุนได้"
สำหรับสาเหตุสำคัญที่ปูกระดองแข็งที่นำมาทำปูนิ่มมีจำนวนไม่เพียงพอ นอกจากฟาร์มปูนิ่งที่เพิ่มจำนวนมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เป็นเพราะมีผู้ประกอบการจากประเทศไทยกว่า 30 รายที่ข้ามฟากเข้าไปเช่าที่ในฝั่งประเทศเมียนมาเพื่อทำฟาร์มปูนิ่มในฝั่งประเทศเมียนมาจึงทำให้วัตถุดิบกว่า 50% ส่งให้กับฟาร์มในเมียนมาแทน นอกจากในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเมื่อมีความต้องการปูกระดองแข็งเพิ่มขึ้นทำให้พ่อค้าคนกลางมีการปรับราคาวัตถุดิบขึ้น ในขณะที่ราคาซื้อขายูนิ่มปัจจุบันยังเป็นราคาเดิม ถือเป็นการซ้ำเติมให้ผู้เลี้ยงปูนิ่มประสบปัญหาขาดทุนเพิ่มขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,201 วันที่ 16 - 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559






