
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวันนี้(11 ต.ค.59)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
พิจารณาโซน 1,265-1,274 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเปิดสถานะขาย ขณะที่การเปิดสถานะซื้อจำเป็นต้องรอการอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับซึ่งจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
ราคาทองคำเกิดแรงขายอ่อนตัวลงหลังจากที่ดีดตัวขึ้นมาใกล้ 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เบื้องต้นมีแนวต้านระยะสั้นที่ 1,265-1,274 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้ ประเมินว่าจะเกิดแรงขายกดดันมาเข้าใกล้ 1,252-1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง
ทองคำ:ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,252 1,245 1,234
แนวต้าน 1,265 1,274 1,283
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.88 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากราคาทองคำร่วงลงอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,264.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนที่จะอ่อนตัวลงและลดช่วงบวกในเวลาต่อมา โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์จากกระแสการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. นอกจากนี้ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นนำโดยการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันหลังจากรัสเซียประกาศว่าพร้อมที่จะร่วมมือกับโอเปกในการจำกัดการผลิตน้ำมัน ด้านผลสำรวจล่าสุดที่บ่งชี้ว่านางฮิลลารี คลินตันมีคะแนนนำนายโดนัลด์ ทรัมป์หลังการดีเบตครั้งที่สองที่จบลงเมื่อช่วงเช้าวานนี้ตามเวลาประเทศไทย ถือเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงและกดดันทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าค่าเงินบาทในระยะนี้มีความผันผวนจึงควรพิจารณาการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทประกอบการลงทุน
คำแนะนำ
พิจารณาโซน 1,265-1,274 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเปิดสถานะขาย ขณะที่การเปิดสถานะซื้อจำเป็นต้องรอการอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับซึ่งจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
ทองคำ:ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,252 1,245 1,234
แนวต้าน 1,265 1,274 1,283
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.88 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากการที่นักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากราคาทองคำร่วงลงอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,264.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์ก่อนที่จะอ่อนตัวลงและลดช่วงบวกในเวลาต่อมา โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์จากกระแสการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. นอกจากนี้ยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นนำโดยการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันหลังจากรัสเซียประกาศว่าพร้อมที่จะร่วมมือกับโอเปกในการจำกัดการผลิตน้ำมัน ด้านผลสำรวจล่าสุดที่บ่งชี้ว่านางฮิลลารี คลินตันมีคะแนนนำนายโดนัลด์ ทรัมป์หลังการดีเบตครั้งที่สองที่จบลงเมื่อช่วงเช้าวานนี้ตามเวลาประเทศไทย ถือเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงและกดดันทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าค่าเงินบาทในระยะนี้มีความผันผวนจึงควรพิจารณาการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทประกอบการลงทุน






