
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวันนี้(6 ต.ค.59)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 6 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
ยังมีลุ้นที่ราคาอาจไปทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่นักลงทุนที่มีสถานะซื้อจำเป็นต้องระมัดระวังแรงขายตัดขาดทุนเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหลังจากที่ราคาทิ้งตัวลงแรง
หากราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์และยังไม่สามารถผ่านได้ทำให้นักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขาย อย่างไรก็ตามหากการอ่อนลงของราคาไม่หลุดโซนแนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 1,253 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แสดงว่าแรงขายอาจเบาบางลงและราคาพยายามทรงตัวเพื่อสร้างฐานราคา
ทองคำ:ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,253 1,244 1,235
แนวต้าน 1,276 1,283 1,296
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 1.65 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันหลังการเปิดเผยตัวเลขที่บ่งชี้ว่ากิจกรรมในภาคบริการของสหรัฐแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือนในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นสัญญาณบวกของการขยายตัวทางศก.ที่อาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการของ ISM อยู่ที่ระดับ 57.1 สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 53.0 นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐหลังราคาน้ำมันทะยานขึ้นหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นเช่นกันจากแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยซึ่งปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงขายในทองคำออกมาอย่างต่อเนื่อง ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงวานนี้ 0.32 ตัน ขณะที่วันนี้แนะนำนักลงทุนจับตาการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์และการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากตัวเลขจ้างงานจะบ่งชี้แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ของเฟดในรอบ 10 ปีและอาจส่งผลต่อราคาทองคำ
คำแนะนำ
ยังมีลุ้นที่ราคาอาจไปทดสอบแนวต้านโซนที่ 1,276 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่นักลงทุนที่มีสถานะซื้อจำเป็นต้องระมัดระวังแรงขายตัดขาดทุนเมื่อราคาดีดตัวขึ้นหลังจากที่ราคาทิ้งตัวลงแรง
ทองคำ:ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,253 1,244 1,235
แนวต้าน 1,276 1,283 1,296
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 1.65 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันหลังการเปิดเผยตัวเลขที่บ่งชี้ว่ากิจกรรมในภาคบริการของสหรัฐแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือนในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นสัญญาณบวกของการขยายตัวทางศก.ที่อาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการของ ISM อยู่ที่ระดับ 57.1 สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 53.0 นอกจากนี้ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐหลังราคาน้ำมันทะยานขึ้นหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นเช่นกันจากแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยซึ่งปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงขายในทองคำออกมาอย่างต่อเนื่อง ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำลงวานนี้ 0.32 ตัน ขณะที่วันนี้แนะนำนักลงทุนจับตาการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์และการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ย.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากตัวเลขจ้างงานจะบ่งชี้แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ของเฟดในรอบ 10 ปีและอาจส่งผลต่อราคาทองคำ






