
‘WTTC’ปีหน้า 800 ซีอีโอท่องเที่ยวโลกร่วมประชุม แต้มต่ออวดศักยภาพไทยสู่ประชาคมโลก
ประเทศไทยไม่เพียงได้รับโอกาสจากองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ UNWTO ให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน "วันท่องเที่ยวโลก 2559" เมื่อวันที่ 26-29 กันยายน2559 ที่ผ่านมาเท่านั้น ในปีหน้าไทยจะได้แสดงศักยภาพและความเข็มแข็งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสู่สายตาประชาคมโลกอีกครั้ง ในฐานะเจ้าภาพการจัดประชุมประจำปีของสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก หรือ " WTTC Global Summit" ซึ่งการจัดงานที่จะเกิดขึ้นมีความสำคัญอย่างไร นายเดวิด สโคว์ซิลล์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (World Travel & Tourism Council : WTTC) ที่ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "ฐานเศรษฐกิจ"
[caption id="attachment_103953" align="aligncenter" width="700"]
คากการณ์การเติบโตด้านการท่องเที่ยวของโลกไปจนถึงปี 2573[/caption]
ปี 60 เน้นท่องเที่ยวยั่งยืน
นายสโคว์ซิลล์ กล่าวว่า การประชุมสภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลก (WTTC Global Summit) ครั้งที่ 16 ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯในระหว่างวันที่ 26-27 เมษายน 2560 ทางคณะทำงานได้ทำงานกันอย่างหนัก เพื่อกำหนดธีมของการประชุม และจะเน้นไปที่การให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เนื่องจากปี 2560 เป็นปีที่องค์การสหประชาชาติประกาศว่าเป็นปีแห่งการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
การประชุมในครั้งนี้ จะเป็นการนำผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของโลก ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลประเทศต่างๆ ซึ่งจะมาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 3 วัน และทางเราหวังว่ารัฐมนตรีท่องเที่ยวจากอาเซียนส่วนใหญ่จะเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมด้วย เพราะกรุงเทพฯและประเทศไทยถือเป็นฮับ เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงของอาเซียน
ทั้งนี้กระบวนการเตรียมงานการประชุมเป็นไปด้วยดี และเราหวังว่าจะนำผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกมารวมตัวกันที่นี่ แม้ว่าสถานที่จัดงานจะอยู่เพียงในกรุงเทพฯ แต่ผู้ที่มาเข้าร่วมการประชุมจะมีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทยทั้งก่อนและหลังการประชุม
ซีอีโอท่องเที่ยวโลก 800 คนร่วมงาน
นายสโคว์ซิลล์ เชื่อว่า การเป็นเจ้าภาพการประชุมสภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลกจะเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมสำหรับกรุงเทพฯและประเทศไทยในแสดงศักยภาพของตนเองออกสู่สายตาประชาคมโลก ซึ่งกรุงเทพฯจะกลายมาเป็นจุดศูนย์กลางของทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตลอดช่วงสัปดาห์นั้น ซึ่งคาดว่าจะมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารจากบริษัทด้านการท่องเที่ยวจากทั่วโลกประมาณ 800 คน และสื่อมวลชนอีก 300 คนเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้
ส่วนประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจะเกิดขึ้นตามมาภายหลังการประชุม โดยเฉพาะในแง่ของการลงทุนและการวางแผนงานในอนาคตจากบริษัทต่างๆ หลังจากที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับโลกจำนวนมากได้เดินทางมาถึงประเทศไทย มาพูดคุยกับผู้ประกอบการธุรกิจในไทย ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยอย่างยิ่งหลังจากการประชุมผ่านพ้นไป
การประชุมสภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลกในแต่ละปีจะเปลี่ยนการจัดงานไปยังเมืองต่างๆ ทั่วโลก โดยผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าภาพจะต้องยื่นขอเสนอตัวเข้ามา คล้ายๆ กับการเลือกเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก หรือการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร) และผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ยื่นข้อเสนอที่เราเห็นว่ามีความน่าสนใจอย่างมาก เราจึงตอบรับและยินดีที่จะเดินทางมาจัดการประชุมที่ประเทศไทย
ชี้ท่องเที่ยวไทยแข็งแกร่ง
สำหรับแนวโน้มของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยนั้น นายสโคว์ซิลล์ มองว่ามีความแข็งแกร่งมาก การที่ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากถึง 30 ล้านคนเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นในประเทศไทยถึง 2 ครั้ง แต่นักท่องเที่ยวก็ยังคงเดินทางเข้ามา ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการการตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านั้นเป็นอย่างดีในแง่ของการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวจากทางรัฐบาลไทย และการเพิ่มการรักษาความปลอดภัย จึงไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อนักท่องเที่ยวอินบาวด์ (นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวไทย)
นอกจากนี้ การที่ไทยหันมาให้ความสำคัญกับการดึงนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ภายในของประเทศ นอกเหนือจากตามชายหาดต่างๆ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับการท่องเที่ยวเชิงมรดกและวัฒนธรรมของชาติ ช่วยให้ไทยจะสามารถสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวได้ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความเข้มแข็งต่อเนื่องไปได้ในอีก 10-15 ปีข้างหน้า
ท่องเที่ยวโลกโต 4% ต่อปีช่วง 10 ปีนี้
ขณะเดียวกันทิศทางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกมีแนวโน้มการเติบโตประมาณ 4% ต่อปีในช่วง 10 ปีข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ทั่วโลกประมาณ 1% นายสโคว์ซิลล์มองว่ามี 3 ประเด็นสำคัญที่จะเกิดขึ้นกับในช่วง 3 ปีข้างหน้า และทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของยูเอ็น
ประการแรกคือเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีงานต้องทำอีกมากในเรื่องนี้ ธุรกิจการบินทำได้อย่างดีเยี่ยมในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ภาคส่วนอื่นๆ ที่เหลือในอุตสาหกรรมจะต้องทำอย่างเดียวกัน
ประการที่ 2 คือ การบริหารจัดการสถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ต้องการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะต้องเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการกลุ่มคนจำนวนมากเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ส่วนประการสุดท้าย คือปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นจากภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การก่อการร้าย หรือโรคระบาด อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะต้องรับมือกับปัจจัยเหล่านี้ ซึ่งเวลานี้ได้เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตของเราเพิ่มมากขึ้น
ในส่วนของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จะต้องปรับตัวเพื่อปรับมือทิศทางของอุตสาหกรรมที่ศูนย์กลางกำลังย้ายมาสู่เอเชียอย่างรวดเร็ว จากปัจจัยสำคัญคือการเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับการเติบโตของการเดินทางท่องเที่ยวในจีน ชาวจีนมีการเดินทางเป็นจำนวนมากขึ้น ซึ่งผู้คนในธุรกิจท่องเที่ยวจะต้องเตรียมตัวเพื่อรับมือกับผู้บริโภคกลุ่มนี้
ทั้งหมดล้วนเป็นมุมมองของประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก ต่อการจัดงานใหญ่ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปีหน้า และมุมมองต่อทิศทางของการท่องเที่ยวไทยและการท่องเที่ยวโลกที่จะเกิดขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,198 วันที่ 6 - 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_103953" align="aligncenter" width="700"]
ปี 60 เน้นท่องเที่ยวยั่งยืน
นายสโคว์ซิลล์ กล่าวว่า การประชุมสภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลก (WTTC Global Summit) ครั้งที่ 16 ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯในระหว่างวันที่ 26-27 เมษายน 2560 ทางคณะทำงานได้ทำงานกันอย่างหนัก เพื่อกำหนดธีมของการประชุม และจะเน้นไปที่การให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เนื่องจากปี 2560 เป็นปีที่องค์การสหประชาชาติประกาศว่าเป็นปีแห่งการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
การประชุมในครั้งนี้ จะเป็นการนำผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของโลก ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลประเทศต่างๆ ซึ่งจะมาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 3 วัน และทางเราหวังว่ารัฐมนตรีท่องเที่ยวจากอาเซียนส่วนใหญ่จะเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมด้วย เพราะกรุงเทพฯและประเทศไทยถือเป็นฮับ เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงของอาเซียน
ทั้งนี้กระบวนการเตรียมงานการประชุมเป็นไปด้วยดี และเราหวังว่าจะนำผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกมารวมตัวกันที่นี่ แม้ว่าสถานที่จัดงานจะอยู่เพียงในกรุงเทพฯ แต่ผู้ที่มาเข้าร่วมการประชุมจะมีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทยทั้งก่อนและหลังการประชุม
ซีอีโอท่องเที่ยวโลก 800 คนร่วมงาน
นายสโคว์ซิลล์ เชื่อว่า การเป็นเจ้าภาพการประชุมสภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลกจะเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมสำหรับกรุงเทพฯและประเทศไทยในแสดงศักยภาพของตนเองออกสู่สายตาประชาคมโลก ซึ่งกรุงเทพฯจะกลายมาเป็นจุดศูนย์กลางของทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตลอดช่วงสัปดาห์นั้น ซึ่งคาดว่าจะมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารจากบริษัทด้านการท่องเที่ยวจากทั่วโลกประมาณ 800 คน และสื่อมวลชนอีก 300 คนเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้
ส่วนประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจะเกิดขึ้นตามมาภายหลังการประชุม โดยเฉพาะในแง่ของการลงทุนและการวางแผนงานในอนาคตจากบริษัทต่างๆ หลังจากที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับโลกจำนวนมากได้เดินทางมาถึงประเทศไทย มาพูดคุยกับผู้ประกอบการธุรกิจในไทย ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยอย่างยิ่งหลังจากการประชุมผ่านพ้นไป
การประชุมสภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลกในแต่ละปีจะเปลี่ยนการจัดงานไปยังเมืองต่างๆ ทั่วโลก โดยผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าภาพจะต้องยื่นขอเสนอตัวเข้ามา คล้ายๆ กับการเลือกเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก หรือการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร) และผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ยื่นข้อเสนอที่เราเห็นว่ามีความน่าสนใจอย่างมาก เราจึงตอบรับและยินดีที่จะเดินทางมาจัดการประชุมที่ประเทศไทย
ชี้ท่องเที่ยวไทยแข็งแกร่ง
สำหรับแนวโน้มของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยนั้น นายสโคว์ซิลล์ มองว่ามีความแข็งแกร่งมาก การที่ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากถึง 30 ล้านคนเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นในประเทศไทยถึง 2 ครั้ง แต่นักท่องเที่ยวก็ยังคงเดินทางเข้ามา ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการการตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านั้นเป็นอย่างดีในแง่ของการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวจากทางรัฐบาลไทย และการเพิ่มการรักษาความปลอดภัย จึงไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อนักท่องเที่ยวอินบาวด์ (นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวไทย)
นอกจากนี้ การที่ไทยหันมาให้ความสำคัญกับการดึงนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ภายในของประเทศ นอกเหนือจากตามชายหาดต่างๆ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับการท่องเที่ยวเชิงมรดกและวัฒนธรรมของชาติ ช่วยให้ไทยจะสามารถสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวได้ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความเข้มแข็งต่อเนื่องไปได้ในอีก 10-15 ปีข้างหน้า
ท่องเที่ยวโลกโต 4% ต่อปีช่วง 10 ปีนี้
ขณะเดียวกันทิศทางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกมีแนวโน้มการเติบโตประมาณ 4% ต่อปีในช่วง 10 ปีข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ทั่วโลกประมาณ 1% นายสโคว์ซิลล์มองว่ามี 3 ประเด็นสำคัญที่จะเกิดขึ้นกับในช่วง 3 ปีข้างหน้า และทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของยูเอ็น
ประการแรกคือเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีงานต้องทำอีกมากในเรื่องนี้ ธุรกิจการบินทำได้อย่างดีเยี่ยมในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ภาคส่วนอื่นๆ ที่เหลือในอุตสาหกรรมจะต้องทำอย่างเดียวกัน
ประการที่ 2 คือ การบริหารจัดการสถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ต้องการเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะต้องเรียนรู้วิธีการบริหารจัดการกลุ่มคนจำนวนมากเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ส่วนประการสุดท้าย คือปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นจากภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การก่อการร้าย หรือโรคระบาด อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะต้องรับมือกับปัจจัยเหล่านี้ ซึ่งเวลานี้ได้เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตของเราเพิ่มมากขึ้น
ในส่วนของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จะต้องปรับตัวเพื่อปรับมือทิศทางของอุตสาหกรรมที่ศูนย์กลางกำลังย้ายมาสู่เอเชียอย่างรวดเร็ว จากปัจจัยสำคัญคือการเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับการเติบโตของการเดินทางท่องเที่ยวในจีน ชาวจีนมีการเดินทางเป็นจำนวนมากขึ้น ซึ่งผู้คนในธุรกิจท่องเที่ยวจะต้องเตรียมตัวเพื่อรับมือกับผู้บริโภคกลุ่มนี้
ทั้งหมดล้วนเป็นมุมมองของประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก ต่อการจัดงานใหญ่ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปีหน้า และมุมมองต่อทิศทางของการท่องเที่ยวไทยและการท่องเที่ยวโลกที่จะเกิดขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,198 วันที่ 6 - 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559






