thansettakij
thansettakij
โพลเผยประชาชนกว่า70%ชี้ภาครัฐควรพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ

โพลเผยประชาชนกว่า70%ชี้ภาครัฐควรพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ

29 ก.ย. 59 | 05:44 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ก.ย. 59 | 12:22 น.
“สำนักงานกิจการยุติธรรม” ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบการดำเนินงานตามนโยบายด้านการพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ร่วมกับ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กรณี นโยบายเร่งด่วนของกระบวนการยุติธรรม  ที่ประชาชนคิดว่าภาครัฐควรเร่งจัดสรรงบประมาณ และวิธีดำเนินการเพื่อให้นโยบายเหล่านี้เห็นผลเป็นรูปธรรมและเป็นที่พึงพอใจของประชาชน จำนวนทั้งสิ้น 636 คน  สำรวจระหว่างวันที่ 22-27 กันยายน 2559 สรุปผล  ได้ดังนี้

1.“6 นโยบายเร่งด่วน” ที่ประชาชนคิดว่าภาครัฐควรเร่งจัดสรรงบประมาณมากที่สุด

อันดับ 1 การพัฒนา ปรับปรุง และบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ  70.84% อันดับ 2  การพัฒนาระบบการป้องกันอาชญากรรมให้มีประสิทธิภาพ 64.02%  อันดับ 3  การเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมให้แก่ประชาชน  63.81%  อันดับ 4การพัฒนาระบบการบริการของหน่วยงานของรัฐให้มีประสิทธิภาพ  59.71% อันดับ 5 การพัฒนาระบบกระบวนการยุติธรรมทางเลือกให้มีประสิทธิภาพ  53.51%  อันดับ 6  การพัฒนาระบบควบคุม แก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดและการช่วยเหลือดูแลผู้พ้นโทษ  40.43%

2.จาก “6 นโยบายเร่งด่วน” ประชาชนคิดว่ากระบวนการยุติธรรมควรดำเนินการอย่างไรเพื่อให้นโยบายเหล่านี้เห็นผลเป็นรูปธรรมและเป็นที่พึงพอใจของประชาชนมากที่สุด

(2.1) การพัฒนาระบบการบริการของหน่วยงานของรัฐให้มีประสิทธิภาพ  ควรดำเนินการดังนี้  อันดับ 1 กำหนดระยะเวลาในการบริการแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง 75.91% อันดับ 2  นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการบริการประชาชน เช่น การให้บริการผ่าน Internet หรือ Application บนโทรศัพท์มือถือ 65.24% อันดับ 3ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการให้เป็นแบบเบ็ดเสร็จในที่สถานที่เดียว (One Stop Service)  64.37%  อันดับ 4 ให้ประชาชนประเมินหรือให้คะแนนความพึงพอใจในการรับบริการ ณ จุดรับบริการ  58.67%

(2.2) การพัฒนาระบบควบคุม แก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดและการช่วยเหลือดูแลผู้พ้นโทษ ควรดำเนินการดังนี้  อันดับ 1 จัดตั้งองค์กรเพื่อทำหน้าที่ในการดูแล ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา ฟื้นฟูแก่ผู้พ้นโทษโดยเฉพาะ 69.94%  อันดับ 2  สร้างระบบในการดูแลผู้พ้นโทษในระยะแรกที่ได้รับการปล่อยตัว เช่น จ้างงานในหน่วยงานรัฐ ในระยะสั้น จัดหาที่พักอาศัยให้ในช่วงแรก 69.36%  อันดับ 3 นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการควบคุม แก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้มากขึ้น เช่น การใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ (EM) มาใช้ควบคุมตัวผู้กระทำผิด 68.20%  อันดับ 4 ประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้สังคมยอมรับและให้โอกาสผู้พ้นโทษ  59.00%

(2.3) การพัฒนาระบบการป้องกันอาชญากรรมให้มีประสิทธิภาพ ควรดำเนินการดังนี้  อันดับ 1เพิ่มสายตรวจลาดตระเวน ติดตั้งกล้องวงจรปิด เพิ่มเสาไฟส่องสว่างในพื้นที่มืดอันตราย 75.33%  อันดับ 2  ปรับปรุงสถานีตำรวจให้มีความทันสมัย มีความพร้อมในการตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุกด้าน 67.04%  อันดับ 3  สำรวจพื้นที่เสี่ยงภัยต่ออาชญากรรมและประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบ  62.46%  อันดับ 4  สร้างเครือข่ายภาคประชาชนในชุมชน เพื่อเฝ้าระวังแจ้งเบาะแสอาชญากรรม  60.23%  (2.4) การเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมให้แก่ประชาชน ควรดำเนินการดังนี้   อันดับ 1 ผลักดันให้มีหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายและปลูกฝังการสร้างจิตสำนึก ในการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายให้แก่เด็กและเยาวชนในทุกระดับ 73.22%  อันดับ 2  จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เช่น Infographic หรือการ์ตูน  68.26%  อันดับ 3  เผยแพร่ผ่านช่องทางที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย เช่น โทรทัศน์  Internet  Application  66.00%  อันดับ 4  เผยแพร่กฎหมายหรือระเบียบที่ออกใหม่ให้ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะๆ   59.16%

(2.5) การพัฒนา ปรับปรุง และบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ควรดำเนินการดังนี้  อันดับ 1  ลงโทษเจ้าหน้าที่ที่กระทำการทุจริต หรือไม่บังคับใช้กฎหมายตามหน้าที่อย่างจริงจัง 80.20% อันดับ 2  เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกหรือปรับปรุงกฎหมาย 63.06% อันดับ 3  ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัยให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน    62.16%  อันดับ 4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการตรวจสอบการฝ่าฝืนกฎหมายให้มากขึ้น เช่น อุปกรณ์ตรวจจับความเร็ว กล้องตรวจจับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 57.17%

(2.6) การพัฒนาระบบกระบวนการยุติธรรมทางเลือกให้มีประสิทธิภาพ ควรดำเนินการดังนี้ อันดับ 1  ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลและผลดีของกระบวนการยุติธรรมทางเลือก/การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท 76.16%  อันดับ 2 ส่งเสริมบทบาทของผู้นำชุมชน/เครือข่ายโดยการอบรมให้ความรู้ที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางเลือก/การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท 67.38% อันดับ 3  เร่งรัดและผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว  65.57% อันดับ 4 เปิดโอกาสให้เครือข่ายหรืออาสาสมัครสามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพพาทได้  54.78%