thansettakij
thansettakij
ทีเส็บจับมือ UNWTO จัดงานประชุมไมซ์แห่งประชาคมอาเซียน

ทีเส็บจับมือ UNWTO จัดงานประชุมไมซ์แห่งประชาคมอาเซียน

28 ก.ย. 59 | 05:45 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.ย. 59 | 12:47 น.
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ จัดงาน ASEAN Conference on MICE in collaboration with UNWTO หรือ การประชุมธุรกิจไมซ์อาเซียน โดยความร่วมมือกับองค์กรการท่องเที่ยวโลก แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนโยบาย ผนึกกำลังหวังผลักดันให้อาเซียน เป็นจุดหมายเดียวกัน รองรับนักธุรกิจไมซ์จากทั่วโลก พร้อมยึดกรอบยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน 10 ปี (พ.ศ. 2559-2568) ขับเคลื่อนไมซ์ไทยสู่จุดหมายปลายทางคุณภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า “การส่งเสริมไมซ์ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 –2579) นั้น ได้ให้ความสำคัญกับการทำงานภายใต้ความร่วมมือกับประเทศอาเซียน และหน่วยงานหลัก ๆระดับโลกที่ส่งเสริมธุรกิจไมซ์ โดยทีเส็บได้เป็นสมาชิกสมทบ (Affiliate Member) ขององค์การการท่องเที่ยวโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการสนับสนุนจากองค์การการท่องเที่ยวโลกในด้านธุรกิจไมซ์

ทั้งนี้ การจัดงาน ASEAN Conference on MICE in collaboration with UNWTO หรือ การประชุมธุรกิจไมซ์อาเซียนโดยความร่วมมือกับ UNWTO นับเป็นการจัดงานครั้งแรกในประเทศไทย ที่ดำเนินการภายใต้กรอบยุทธศาสตร์อาเซียน และเป็นเวทีสำคัญที่สร้างการตระหนักรู้ และเห็นถึงความสำคัญของธุรกิจไมซ์ในอาเซียนของผู้นำอาเซียนทุกประเทศ อีกทั้งยังเป็นโอกาสอันดี ในการแลกเปลี่ยนทางความรู้ และประสบการณ์ระหว่างกัน ก่อให้เกิดความร่วมมือในระดับภูมิภาค และการประสานงานเชิงนโยบายในการส่งเสริมธุรกิจไมซ์ของอาเซียน โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานในภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับความต้องการของนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากทั่วโลก ให้มาจัดงานไมซ์ในภูมิภาคนี้

อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางไมซ์แห่งอาเซียน การประชุมดังกล่าวมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจไมซ์จากอาเซียนเข้าร่วมเป็นจำนวนกว่า 270 ราย

ด้าน นางสาววิภารัตน์ ธาราธีรภาพ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารรัฐกิจวิสาหกิจ ทีเส็บ กล่าวถึง แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน 10 ปี (พ.ศ. 2559-2568) ว่า “ภายใต้แผนยุทธศาสตร์นั้น วางเป้าหมายว่าในปี 2568 อาเซียนจะเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวและการจัดงานไมซ์ที่มีคุณภาพ โดยนำเสนอความหลากหลายผ่านประสบการณ์อาเซียน อันนำไปสู่การจัดงานไมซ์อย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน มีความครอบคลุมในทุกมิติอย่างมีสมดุล นำไปสู่การกินดีอยู่ดี และความเป็นอยู่ที่ดีทางเศรษฐกิจและสังคมประชาชนอาเซียน โดยมี 2 แนวทางหลักในการขับเคลื่อน ได้แก่

ด้านที่ 1 การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในฐานะที่เป็นจุดหมายปลายทางเดียวกัน ผ่านแนวทางต่างๆดังนี้ (1) ทำการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างเข้มข้น (2) มีผลิตภัณฑ์สำหรับการจัดกิจกรรมไมซ์ที่หลากหลาย (3) ดึงดูดให้เกิดการลงทุนทางด้านธุรกิจไมซ์เพิ่มมากขึ้น (4) เพิ่มปริมาณและความสามารถของบุคลากรด้านไมซ์ (5) วางแผนดำเนินงานและขยายมาตรฐานในการจัดงานไมซ์ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก บริการ และจุดหมายปลายทางต่างๆ (6) วางแผนดำเนินงานและขยายการเชื่ อมต่อตลอดจนโครงสร้างพื้ นฐานของจุดหมายปลายทางต่าง ๆ และ (7) เสริมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการจัดงานไมซ์

ด้านที่ 2 สร้างความมั่นใจว่าการจัดงานไมซ์ในอาเซียนเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ (1) เพิ่มการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของภาครัฐและภาคเอกชนในห่วงโซ่อุปทานด้ านไมซ์ (2) ปรับปรุงและพัฒนาความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาสถานที่ที่มีความสำคัญทางธรรมชาติและวัฒนธรรม และ (3) เพิ่มความรับผิดชอบต่อการปกป้องสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลของสภาพภูมิอากาศ

สำหรับการขับเคลื่อนไมซ์ภายใต้ยุทธศาสตร์อาเซียนนั้น ทีเส็บสามารถไปใช้ประโยชน์ จากแนวทางการดำเนินงานต่างๆ ทั้งเพื่อการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และทิศทางให้สอดรับการแนวทางการดำเนินงานของอาเซียน โดยที่ผ่านมาประเทศไทยทำงานร่วมกับคณะทำงานไมซ์อาเซียนในหลายประเด็น แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นผลงานสำคัญของประเทศไทย คือการที่ ที่ประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียนครั้งที่ 43 ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้เห็นชอบให้มาตรฐานสถานที่จัดงานไมซ์ หรือ ASEAN MICE VENUE STANDARD กลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียน 10 ปี โดยมอบหมายให้ประเทศไทยเป็นแกนหลักในการผลักดันการพัฒนามาตรฐานดังกล่าว ทั้งนี้ มาตรฐาน ASEAN MICE VENUE STANDARD นั้น ได้รับการพัฒนามาจาก Thailand MICE VENUE STANDARD ที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรก ที่ริเริ่มการดำเนินงานมาตรฐานนี้เพื่อสร้างมาตรฐานสำหรับสถานที่จัดงานไมซ์ และยังมีอีกหลากหลายมิติ ของการขับเคลื่อนไมซ์อาเซียน ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ ทั้งการส่งเสริมการตลาด การพัฒนาสินค้าและบริการ หรือการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านไมซ์ที่ทุกประเทศในอาเซียนต้องทำงานร่วมกัน” นายนพรัตน์กล่าวสรุป

อนึ่ง ในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับเกี ยรติเป็นเจ้าภาพจัดงานเฉลิมฉลองวันท่องเที่ยวโลก (World Tourism Day) ระหว่างวันที่ 27-28 กันยายน 2559 ทีเส็บได้เรียนเชิญผู้บริหารระดับสูงขององค์การท่องเที่ยวโลก นายซู จิง (Mr. Xu Jing) ผู้อำนวยการกลุ่มภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคขององค์การท่องเที่ยวโลก ร่วมกล่าวเปิดงานประชุมดังกล่าว โดยย้ำว่า ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการประชุม (Meeting Industry) ได้ส่งผลให้การท่องเที่ยวของโลกเติบโตอย่างรวดเร็วและประสบผลสำเร็จ และยังได้ส่งผลต่อการเติ บโตของเศรษฐกิจโลกจากการสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนมากขึ้นด้วย อีกทั้งอุตสาหกรรมการประชุมยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างสม่ำเสมอทั้งปี และสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนและการพัฒนาทางองค์ความรู้

ดังนั้น การจัดการประชุมในวันนี้ จึงเป็นช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมกับการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ในตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ นายซู จิง ได้กล่าวว่า ในปี 2561 คาดการณ์ว่าภูมิภาคอาเซียนจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 119 ล้านคน และในจำนวนนี้ คาดว่าจะมีนักเดินทางไมซ์มาสู่ ภูมิภาคอาเซียนประมาณ 12 ล้านคน การประชุมในวันนี้จึงเป็ นโอกาสที่ดีของประเทศสมาชิกอาเซียนที่จะได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ อุตสาหกรรมการประชุมในอาเซี ยนได้ประโยชน์จากการเติบโตของตลาดภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ องค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) มีกำหนดที่จะเผยแพร่รายงานอุตสาหกรรมไมซ์ในภูมิภาคเอเชีย- แปซิฟิก ฉบับที่ 2 ในเร็ววันนี้

สำหรับงาน ASEAN Conference on MICE in collaboration with UNWTO กำหนดจัดให้มีขึ้นในวันที่ 28 กันยายน 2559 โดยมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมงาน อาทิ นายซู จิง ผู้อำนวยการกลุ่มภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคขององค์การท่องเที่ ยวโลก และนายอิกอร์ สเตฟาโนวิค ผู้แทนองค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) ที่จะมาบรรยายพิเศษในหัวข้อ Role of Accessibility towards Competitive Advantage in MICE

นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาร่วมกันของผู้ทรงคุณวุฒิของไทยและระดับโลก หลายสาขา อาทิ ดร. ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นางคาเรน บอลิงเกอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานการจัดประชุ มแห่งเมลเบิร์น นางเจเนท ทาน คอลลิส ประธานของสมาคมส่งเสริมการจัดประชุมและแสดงสินค้าของประเทศสิงคโปร์ (SACEOS) เป็นต้น