thansettakij
thansettakij
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดกินเจปี'59 เม็ดเงินสะพัดร้านอาหารในกทม. 2.3 พันล้านบาท(เต็ม)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดกินเจปี'59 เม็ดเงินสะพัดร้านอาหารในกทม. 2.3 พันล้านบาท(เต็ม)

27 ก.ย. 59 | 04:20 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.ย. 59 | 10:43 น.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์เรื่อง ทางเลือกในการกินเจที่หลากหลายกดดันธุรกิจร้านอาหาร  คาดกินเจปี'59 เม็ดเงินสะพัดร้านอาหารในกรุงเทพฯ 2,300 ล้านบาท

ประเด็นสำคัญ   

•ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สำรวจพฤติกรรมการใช้บริการร้านอาหารเจของคนกรุงเทพฯในช่วงเทศกาลกินเจปี 2559 ผลสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่กินเจในปี 2559 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่ใช้บริการร้านอาหารเจ ทั้งการซื้ออาหารเจสำเร็จรูป และการกินเจที่ร้านอาหาร คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 56 และ 53 ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่เลือกร้านอาหารทั่วไป ในขณะที่ กลุ่มตัวอย่างที่มีแผนกินเจที่ร้านอาหารในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์กับเพื่อนฝูงหรือครอบครัว ส่วนใหญ่เลือกร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า

•แม้ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการร้านอาหารเจโดยเฉลี่ยต่อมื้อในปี 2559 เพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจร้านอาหารเผชิญการแข่งขันช่วงชิงเม็ดเงินใช้จ่ายด้านอาหารเจจากร้านค้าสะดวกซื้อและร้านค้าโมเดิร์นเทรด ผู้ให้บริการอาหารกลุ่มที่ไม่มีหน้าร้าน และแผงลอยขายอาหาร ที่เป็นทางเลือกในการกินเจที่หลากหลาย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในช่วงเทศกาลกินเจปี 2559 น่าจะมีเม็ดเงินสะพัดร้านอาหารเจในกรุงเทพฯ 2,300 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 5 จากในช่วงเทศกาลกินเจปี 2558 โดยเป็นการเติบโตอย่างชะลอตัวจากในปี 2558 ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตอย่างชะลอตัวของตลาดธุรกิจร้านอาหารในภาพรวม จึงนับเป็นความท้าทายของธุรกิจร้านอาหารที่ต้องปรับกลยุทธ์ ตั้งแต่ในช่วงเทศกาลกินเจ ไปจนถึงเทศกาลเฉลิมฉลองในช่วงปลายปี 2559

การเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการร้านอาหารรายใหม่ ส่งผลให้ลูกค้ามีทางเลือกในการรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น รวมถึงมีแนวโน้มทดลองใช้บริการร้านอาหารใหม่ๆมากกว่าใช้บริการร้านอาหารเดิมเป็นประจำ ธุรกิจร้านอาหารจึงเร่งปรับกลยุทธ์กระตุ้นให้ลูกค้าใช้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่ลูกค้าส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ตั้งแต่ในช่วงต้นเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงเทศกาลกินเจ จนถึงในช่วงเดือนธันวาคมที่มีวันพ่อแห่งชาติ และเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สะท้อนโอกาสสำหรับธุรกิจร้านอาหารที่จะปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างรายได้ให้กับกิจการในช่วงโค้งสุดท้ายของปี

คนกรุงเทพฯมีทางเลือกกินเจหลากหลาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านอาหารเร่งกระตุ้นการใช้จ่าย

เทศการกินเจ เป็นช่วงเวลาที่ร้านอาหารแต่ละกลุ่มปรับกลยุทธ์แตกต่างกัน โดยร้านอาหารทั่วไป ที่นำเสนอความคุ้มค่าและรวดเร็วเพื่อตอบโจทย์การรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน ทั้งในแหล่งชุมชน และแหล่งอาคารสำนักงาน ส่วนใหญ่ปรับเมนูอาหารเป็นอาหารเจทั้งหมด หรือมีทั้งอาหารเจและอาหารทั่วไปให้บริการ

สำหรับร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ที่ส่วนใหญ่เป็นเชนร้านอาหาร ยังคงเมนูอาหารเดิมไว้ และเพิ่มเมนูอาหารเจบางส่วน เพื่อรักษารายได้ในช่วงเทศกาลกินเจ ทั้งนี้ เชนร้านอาหารที่ให้บริการอาหารประเภทเนื้อสัตว์เป็นหลัก เช่น ไก่ทอด อาหารปิ้งย่าง เป็นต้น เผชิญข้อจำกัดในการปรับเมนูอาหาร ที่ส่งผลให้รายได้ลดลงในช่วงเทศกาลกินเจอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สำรวจพฤติกรรมการใช้บริการร้านอาหารเจของคนกรุงเทพฯในช่วงเทศกาลกินเจปี 2559 จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นคนกรุงเทพฯหรือคนต่างจังหวัดที่เข้ามาศึกษาหรือทำงานในกรุงเทพฯ 480 คน ครอบคลุมสาขาอาชีพหลัก อายุ และรายได้ โดยผลสำรวจประกอบด้วยประเด็นสำคัญ ดังนี้

•คนกรุงเทพฯมีทางเลือกกินเจหลากหลาย ส่วนใหญ่ยังใช้บริการร้านอาหารเจ

กลุ่มตัวอย่างที่กินเจในปี 2559 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 60 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่ใช้บริการร้านอาหารเจ ทั้งการซื้ออาหารเจสำเร็จรูป และการกินเจที่ร้านอาหาร คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 56 และ 53 ของกลุ่มตัวอย่างที่กินเจ ตามลำดับ โดยนอกจากการใช้บริการร้านอาหารเจแล้ว กลุ่มตัวอย่างยังมีทางเลือกในการกินเจที่หลากหลาย ทั้งการใช้บริการร้านค้าสะดวกซื้อและร้านค้าโมเดิร์นเทรด แผงลอยขายอาหาร และผู้ให้บริการอาหารกลุ่มที่ไม่มีหน้าร้าน รวมถึงยังมีทางเลือกในการประกอบอาหารเจเอง ที่พบว่าส่วนใหญ่มีสัดส่วนกลุ่มตัวอย่างเพิ่มขึ้นจากในปี 2558 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัดส่วนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้บริการผู้ให้บริการอาหารกลุ่มที่ไม่มีหน้าร้านที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น

k261-1

ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้บริการร้านอาหารเจส่วนใหญ่เลือกร้านอาหารทั่วไป เช่น ข้าวราดแกง อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้บริการร้านอาหารทั่วไปสัดส่วนร้อยละ 77 ซื้ออาหารเจสำเร็จรูป โดยเป็นสัดส่วนที่มากกว่ากลุ่มตัวอย่างที่กินเจที่ร้านอาหารทั่วไปที่คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 57 เนื่องจากการซื้ออาหารเจสำเร็จรูปสามารถแบ่งรับประทานได้หลายมื้อ แบ่งรับประทานได้หลายคน รวมถึงสามารถซื้อได้จากหลายร้าน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า พฤติกรรมการใช้บริการร้านอาหารเจของคนกรุงเทพฯไม่แตกต่างจากการใช้บริการร้านอาหารในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้คนกรุงเทพฯนิยมเลือกใช้บริการร้านอาหารทั่วไป เช่น ข้าวราดแกง อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์การกินเจในชีวิตประจำวัน โดยร้านอาหารทั่วไป ที่ปรับเมนูอาหารเป็นอาหารเจทั้งหมด หรือมีทั้งอาหารเจและอาหารทั่วไปให้บริการ น่าจะยังคงรักษารายได้ในช่วงเทศกาลกินเจไว้ได้

ผลสำรวจยังพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีแผนกินเจที่ร้านอาหารในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์กับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 48 ของกลุ่มตัวอย่างที่กินเจ ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เลือกร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ทั้งร้านอาหารทั่วไป และเชนร้านอาหาร คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 64

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในช่วงเทศกาลกินเจปี 2559 มีวันหยุดสุดสัปดาห์ถึงสองช่วง ได้แก่ วันที่ 1-2 และ 8-9 ตุลาคม ที่เป็นปัจจัยหนุนให้คนกรุงเทพฯมีแผนกินเจที่ร้านอาหารในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์กับเพื่อนฝูงหรือครอบครัว โดยห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่จัดงานเทศกาลกินเจเพื่อดึงดูดให้ผู้คนมาจับจ่ายที่ห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีส่วนหนุนให้ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าเป็นตัวเลือกในการกินเจของคนกรุงเทพฯในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ อีกทั้ง ห้างสรรพสินค้ามีร้านอาหารหลากหลาย โดยเชนร้านอาหารที่สามารถให้บริการทั้งเมนูอาหารเจและเมนูอาหารทั่วไป อย่างอาหารไทย อาหารญี่ปุ่น สุกี้ และชาบู น่าจะได้รับอานิสงส์จากการให้บริการผู้ที่มารับประทานอาหารเป็นกลุ่ม ซึ่งประกอบไปด้วยทั้งผู้ที่กินเจ และไม่ได้กินเจ

•ผู้ประกอบการร้านอาหารเร่งกระตุ้นการใช้จ่าย ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการร้านอาหารเจโดยเฉลี่ยต่อมื้อของคนกรุงเทพฯเพิ่มขึ้น

การจัดโปรโมชั่น การแชร์รูปภาพและรีวิวร้านอาหารผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงภาพลักษณ์การเป็นร้านอาหารเพื่อสุขภาพ มีผลให้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ใช้บริการร้านอาหารเจในปี 2559 โดยมีค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารเจสำเร็จรูปโดยเฉลี่ย 88 บาทต่อมื้อ (เพิ่มขึ้นจาก 71 บาทต่อมื้อในปี 2558) และมีค่าใช้จ่ายในการกินเจที่ร้านอาหารในชีวิตประจำวันโดยเฉลี่ย 96 บาทต่อมื้อ (เพิ่มขึ้นจาก 79 บาทต่อมื้อในปี 2558)

k262-2 ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างที่มีแผนกินเจที่ร้านอาหารในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์กับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวมีค่าใช้จ่ายในการกินเจที่ร้านอาหารในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์โดยเฉลี่ย 157 บาทต่อมื้อ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า จากทางเลือกในการกินเจที่หลากหลายในปี 2559 นี้ ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารให้ความสำคัญกับการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นการรับประทานอาหารเจ รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์เป็นร้านอาหารเพื่อสุขภาพ อย่างร้านอาหารคลีน ร้านอาหารชีวจิต และร้านอาหารออร์แกนิก ที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มสำหรับอาหารเจ และเร่งกระตุ้นให้คนกรุงเทพฯมีค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารเจสำเร็จรูป และกินเจที่ร้านอาหาร โดยเฉลี่ยต่อมื้อเพิ่มขึ้นตามมา โดยการแข่งขันช่วงชิงเม็ดเงินใช้จ่ายด้านอาหารเจ ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารยังคงตรึงราคาอาหารเจไว้เพื่อรักษาฐานลูกค้า นอกจากนี้ ช่องทางออนไลน์ยังมีบทบาทในการโปรโมทร้านอาหารเจ ที่ส่งผลให้ร้านอาหารเจขยายฐานลูกค้าได้ในวงกว้าง รวมถึงสื่อสารได้กับลูกค้าได้โดยตรง ช่วยหนุนให้ร้านอาหารสร้างรายได้ในช่วงเทศกาลกินเจอีกด้วย

คาดปี’ 59 เม็ดเงินสะพัดร้านอาหารเจในกรุงเทพฯ 2,300 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 5 ทางเลือกในการกินเจที่หลากหลายเป็นปัจจัยกดดัน

ในปี 2559 คนกรุงเทพฯจะมีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการร้านอาหารเจโดยเฉลี่ยต่อมื้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในช่วงเทศกาลกินเจวันที่ 1-9 ตุลาคม 2559 นี้ น่าจะมีเม็ดเงินสะพัดร้านอาหารเจในกรุงเทพฯ ทั้งการซื้ออาหารเจสำเร็จรูป และการกินเจที่ร้านอาหาร 2,300 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 5 จากในช่วงเทศกาลกินเจปี 2558 ที่มีเม็ดเงินสะพัดร้านอาหารเจในกรุงเทพฯ 2,200 ล้านบาท โดยเป็นการเติบโตอย่างชะลอตัวจากในปี 2558 ซึ่งเติบโตร้อยละ 10

ทั้งนี้ เม็ดเงินสะพัดร้านอาหารเจในกรุงเทพฯคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 51 ของเม็ดเงินสะพัดด้านอาหารและเครื่องดื่มเจในกรุงเทพฯโดยรวมที่อยู่ที่ 4,500 ล้านบาท ลดลงจากในปี 2558 ที่คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52 ของเม็ดเงินสะพัดด้านอาหารและเครื่องดื่มเจในกรุงเทพฯโดยรวม

k263-3 k264-4

* ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการใช้บริการร้านค้าสะดวกซื้อและร้านค้าโมเดิร์นเทรด ผู้ให้บริการอาหารกลุ่มที่ไม่มีหน้าร้าน แผงลอยขายอาหาร รวมถึงการประกอบอาหารเจเอง
** ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารเจสำเร็จรูป และค่ากินเจที่ร้านอาหาร โดยเป็นค่าใช้จ่ายที่กลุ่มตัวอย่างใช้จ่ายที่ร้านอาหารสำหรับอาหารและเครื่องดื่มในมื้อหลัก ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่นับเป็นอาหารว่าง
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

โดยธุรกิจร้านอาหารเผชิญการแข่งขันช่วงชิงเม็ดเงินใช้จ่ายด้านอาหารเจจากผู้ประกอบการกลุ่มต่างๆ ทั้งร้านค้าสะดวกซื้อและร้านค้าโมเดิร์นเทรด ผู้ให้บริการอาหารกลุ่มที่ไม่มีหน้าร้าน และแผงลอยขายอาหาร ที่เป็นทางเลือกในการกินเจที่หลากหลาย รวมถึงผู้คนยังมีทางเลือกในการประกอบอาหารเจเอง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันรายได้ร้านอาหารเจในกรุงเทพฯในปี 2559 นี้

จากทางเลือกในการกินเจที่หลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์สร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการกลุ่มอื่นๆ โดยร้านอาหารทั่วไปอาจให้ความสำคัญกับการปรับกลยุทธ์นำเสนอเมนูอาหารเจที่หลากหลาย และมีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน เพื่อสร้างความแตกต่างจากร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านค้าโมเดิร์นเทรด และแผงลอยขายอาหาร ที่ส่วนใหญ่มีเมนูอาหารเจคล้ายคลึงกัน มีเมนูอาหารเจเพียงไม่กี่รายการ รวมถึงมีข้อจำกัดด้านคุณค่าทางโภชนาการ อีกทั้ง ร้านอาหารทั่วไปอาจขยายช่องทางสั่งซื้ออาหารเจผ่านทางออนไลน์และจัดส่งอาหารเจ เพื่อแข่งขันกับผู้ให้บริการอาหารกลุ่มที่ไม่มีหน้าร้าน

สำหรับร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าที่ได้รับอานิสงส์จากการที่ห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่จัดงานเทศกาลกินเจ อาจจัดโปรโมชั่นร่วมกับห้างสรรพสินค้ากระตุ้นการรับประทานอาหารควบคู่กับการช้อปปิ้ง อย่างไรก็ตาม ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าเผชิญข้อจำกัดที่ผู้ที่กินเจใช้บริการร้านอาหารเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จึงส่งผลให้ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าจำเป็นต้องกระตุ้นการใช้บริการในช่วงวันธรรมดาที่ลูกค้าไม่หนาแน่นควบคู่กันไป เช่น การจัดโปรโมชั่นชุดอาหารเจในราคาพิเศษเฉพาะมื้อกลางวัน เป็นต้น

คาดธุรกิจร้านอาหารในปี’ 59 เติบโตร้อยละ 1.9-2.7 แนะปรับกลยุทธ์โค้งสุดท้ายของปี

การเติบโตอย่างชะลอตัวของเม็ดเงินสะพัดร้านอาหารเจในกรุงเทพฯในช่วงเทศกาลกินเจปี 2559 เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับการเติบโตอย่างชะลอตัวของตลาดธุรกิจร้านอาหารในภาพรวม ที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ตลาดธุรกิจร้านอาหารในปี 2559 นี้ น่าจะมีมูลค่า 382,000-385,000 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 1.9-2.7 จากในปี 2558 โดยเป็นการเติบโตอย่างชะลอตัวจากในปี 2558 ที่เติบโตร้อยละ 4.0 ซึ่งนับเป็นความท้าทายของธุรกิจร้านอาหารตั้งแต่ในช่วงเทศกาลกินเจ ไปจนถึงเทศกาลเฉลิมฉลองในช่วงปลายปี 2559

จากลูกค้ามีแนวโน้มทดลองใช้บริการร้านอาหารใหม่ๆมากกว่าการใช้บริการร้านอาหารเดิมเป็นประจำ ส่งผลให้ธุรกิจร้านอาหารส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับการจัดโปรโมชั่นด้านราคาที่กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจใช้บริการร้านอาหารในทันที เช่น การให้ส่วนลด ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง เป็นต้น ไปจนถึงในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองในเดือนธันวาคมปี 2559 ที่ส่งผลให้อัตรากำไรของกิจการลดลง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ธุรกิจร้านอาหารอาจหลีกเลี่ยงภาวะการแข่งขันจัดโปรโมชั่นด้านราคา ด้วยการสร้างความแตกต่างที่ตอบโจทย์แนวโน้มการรับประทานอาหารของผู้คน อย่างการสร้างภาพลักษณ์ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ ที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มสำหรับอาหาร และตอบโจทย์การรับประทานอาหารนอกบ้านในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองในช่วงปลายปีของลูกค้ากลุ่มต่างๆ เช่น ลูกค้ากลุ่มครอบครัวที่ประกอบด้วยผู้คนหลายวัยที่รับประทานอาหารนอกบ้านร่วมกันในวันพ่อแห่งชาติ ลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารที่ใส่ใจต่อสุขภาพอย่างสม่ำเสมอที่สังสรรค์ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นต้น

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2559 ธุรกิจร้านอาหารอาจหลีกเลี่ยงภาวะการแข่งขันจัดโปรโมชั่นด้านราคา ด้วยการขยายตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อย่างการเจาะตลาดจัดเลี้ยงของกลุ่มองค์กร ที่องค์กรต่างๆมีแนวโน้มประหยัดงบประมาณการจัดเลี้ยงในช่วงปลายปี ด้วยการเลือกร้านอาหารเป็นสถานที่จัดเลี้ยงแทนการจัดเลี้ยงที่โรงแรม สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้นัก ซึ่งสะท้อนโอกาสสำหรับธุรกิจร้านอาหารในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2559 ในการให้บริการตอบโจทย์การจัดเลี้ยงของกลุ่มองค์กรที่มีผู้ร่วมสังสรรค์จำนวนมาก