
สภาพคล่องเดือน ส.ค.59 ตึงตัวขึ้น จากเงินฝากที่ทยอยครบกำหนด(เต็ม)
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์เรื่อง สภาพคล่องเดือน ส.ค.59 ตึงตัวขึ้น จากเงินฝากที่ทยอยครบกำหนด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่อง ของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2559 จากเอกสารรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน (ธ.พ.1.1) พร้อมประเมินแนวโน้มในระยะถัดไปไว้ ดังนี้
สินเชื่อเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากการขยับขึ้นของสินเชื่อในหลายกลุ่ม
เงินให้สินเชื่อสุทธิปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.6 พันล้านบาท จากเดือนก่อน สู่ระดับ 10.425 ล้านล้านบาท โดยการขยับขึ้นของสินเชื่อกระจายในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ นำโดยสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายใหญ่ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่เติบโตสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2559 แม้ว่าการทยอยชำระคืนสินเชื่อภาครัฐอย่างต่อเนื่องยังคงกดดันภาพการเติบโตของสินเชื่อโดยรวม อย่างไรก็ดี ตัวเลขภาพรวมสินเชื่อเติบโตชะลอลงมาที่ระดับ 1.85%YoY เนื่องจากผลของฐานเปรียบเทียบที่สูงในปีก่อน และ -0.43%YTD เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน
เงินฝากปรับลดลงต่อเนื่อง 8.9 พันล้านบาท จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 11.216 ล้านล้านบาท เติบโตชะลอลงมาที่ระดับ 2.15% YoY และ 0.18% YTD โดยยังได้รับผลกระทบจากการครบกำหนดของเงินฝากประจำและเงินฝากประจำแบบพิเศษในบางธนาคาร ท่ามกลางการบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ ขณะที่ การปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากลงจาก 25 ล้านบาทสู่ 15 ล้านบาท ต่อรายผู้ฝาก ต่อสถาบันการเงิน ที่บังคับใช้ในวันที่ 11 สิงหาคม 2559 นั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเคลื่อนย้ายเงินฝากของกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง เนื่องจากผู้ฝากเงินบางส่วนมีการรับรู้และปรับตัวล่วงหน้าไปแล้ว
เครื่องชี้สภาพคล่อง...ตึงตัวขึ้นจากเดือนก่อน
สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เดือนสิงหาคม 2559 ตึงตัวขึ้นตามการปรับขึ้นของสินเชื่อ และการไหลออกของเงินฝากในระบบ โดยสะท้อนผ่านสัดส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) ที่ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 90.83% จากระดับ 90.73% ในเดือนกรกฎาคม
สินเชื่อในไตรมาส 4 คงฟื้นตัวขึ้น แต่การชะลอตัวในช่วง 8 เดือนแรกของปียังคงกดดันภาพรวมการเติบโตทั้งปี
อัตราการขยายตัวของสินเชื่อในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา มีทิศทางชะลอตัวกว่าที่คาด จากแรงกดดันของการชำระคืนหนี้ภาครัฐเป็นสำคัญ ซึ่งมีผลให้ภาพรวมสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ ณ สิ้นปีนี้ อาจโตต่ำกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ที่ระดับ 4.0% และต่ำกว่า 3.95% ณ สิ้นปี 2558 ขณะที่ยังคงต้องจับตาแรงกดดันจากการชำระคืนสินเชื่อภาครัฐในช่วงที่เหลือของปี เพราะอาจจะลดทอนโมเมนตัมการเติบโตของสินเชื่อประเภทอื่นที่มีโอกาสเติบโตได้ในระดับที่สอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อรายย่อยที่นำโดยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งน่าจะได้รับอานิสงส์จากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อบัตรเครดิต ที่จะเข้าสู่ฤดูกาลจับจ่ายใช้สอยในช่วงท้ายปี ขณะที่สินเชื่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อเงินทุนหมุนเวียน และสินเชื่อเพื่อการส่งออก มีโอกาสเติบโตได้ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และธุรกิจขนาดใหญ่
แนวโน้มการชะลอตัวของสินเชื่อ ทำให้การแข่งขันด้านเงินฝากลดความรุนแรงลงเป็นลำดับ แม้จะยังมีการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษเป็นระยะ เพื่อรองรับการครบกำหนดของเงินฝากพิเศษเดิม แต่ด้วยเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงจากระยะก่อนหน้า ทำให้ลดแรงจูงใจของผู้ออมในการฝากเงินเพิ่มเติม และคงทำให้ผู้ออมบางกลุ่มยังพิจารณาทางเลือกการออมใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า และซื้อผลิตภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดภาษีจากปัจจัยด้านฤดูกาลในช่วงท้ายปีด้วย ซึ่งในภาพรวมแล้วคงทำให้สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่อง ของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2559 จากเอกสารรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน (ธ.พ.1.1) พร้อมประเมินแนวโน้มในระยะถัดไปไว้ ดังนี้
สินเชื่อเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากการขยับขึ้นของสินเชื่อในหลายกลุ่ม
เงินให้สินเชื่อสุทธิปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.6 พันล้านบาท จากเดือนก่อน สู่ระดับ 10.425 ล้านล้านบาท โดยการขยับขึ้นของสินเชื่อกระจายในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ นำโดยสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายใหญ่ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่เติบโตสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2559 แม้ว่าการทยอยชำระคืนสินเชื่อภาครัฐอย่างต่อเนื่องยังคงกดดันภาพการเติบโตของสินเชื่อโดยรวม อย่างไรก็ดี ตัวเลขภาพรวมสินเชื่อเติบโตชะลอลงมาที่ระดับ 1.85%YoY เนื่องจากผลของฐานเปรียบเทียบที่สูงในปีก่อน และ -0.43%YTD เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน
เครื่องชี้สภาพคล่อง...ตึงตัวขึ้นจากเดือนก่อน
สินเชื่อในไตรมาส 4 คงฟื้นตัวขึ้น แต่การชะลอตัวในช่วง 8 เดือนแรกของปียังคงกดดันภาพรวมการเติบโตทั้งปี
อัตราการขยายตัวของสินเชื่อในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา มีทิศทางชะลอตัวกว่าที่คาด จากแรงกดดันของการชำระคืนหนี้ภาครัฐเป็นสำคัญ ซึ่งมีผลให้ภาพรวมสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ ณ สิ้นปีนี้ อาจโตต่ำกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ที่ระดับ 4.0% และต่ำกว่า 3.95% ณ สิ้นปี 2558 ขณะที่ยังคงต้องจับตาแรงกดดันจากการชำระคืนสินเชื่อภาครัฐในช่วงที่เหลือของปี เพราะอาจจะลดทอนโมเมนตัมการเติบโตของสินเชื่อประเภทอื่นที่มีโอกาสเติบโตได้ในระดับที่สอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อรายย่อยที่นำโดยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งน่าจะได้รับอานิสงส์จากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อบัตรเครดิต ที่จะเข้าสู่ฤดูกาลจับจ่ายใช้สอยในช่วงท้ายปี ขณะที่สินเชื่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อเงินทุนหมุนเวียน และสินเชื่อเพื่อการส่งออก มีโอกาสเติบโตได้ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และธุรกิจขนาดใหญ่
แนวโน้มการชะลอตัวของสินเชื่อ ทำให้การแข่งขันด้านเงินฝากลดความรุนแรงลงเป็นลำดับ แม้จะยังมีการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษเป็นระยะ เพื่อรองรับการครบกำหนดของเงินฝากพิเศษเดิม แต่ด้วยเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงจากระยะก่อนหน้า ทำให้ลดแรงจูงใจของผู้ออมในการฝากเงินเพิ่มเติม และคงทำให้ผู้ออมบางกลุ่มยังพิจารณาทางเลือกการออมใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า และซื้อผลิตภัณฑ์ที่ช่วยประหยัดภาษีจากปัจจัยด้านฤดูกาลในช่วงท้ายปีด้วย ซึ่งในภาพรวมแล้วคงทำให้สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง






