KEY
POINTS
ใครคิดไม่ทราบแน่... ที่มีการละม้ายคล้ายกฎให้พระสงฆ์ห้ามสร้างวัตถุมงคล เครื่องรางของขลังตลอดทั้งรูปเคารพของต่างศาสนา
เหมือนเป็นการปฏิรูป... ไปในทิศทางที่ดีงามตามอุดมคติ ในเรื่องรูปเคารพต่างศาสนาอันนี้รับได้และเห็นด้วยอย่างยิ่ง
แต่เรื่องที่น่าห่วง เกรงจะมีแรงต้านเป็นคลื่นใต้น้ำ และรอวันเป็นสึนามิสวนกลับ แล้วจะพังเรียบ คือ การออกกฎห้ามสร้างวัตถุมงคลเครื่องรางของขลัง
มองกันแบบกลาง ๆ วัดสร้างแล้ว ไม่ได้บีบคอให้ใครมาบูชาไป ต่างมาเช่าบูชาด้วยความเคารพศรัทธากันเองทั้งสิ้น อีกอย่างหนึ่งเรื่องนี้อยู่ในใจคนไทยมาช้านานที่ชื่นชอบและเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นพุทธแบบไทย ๆ
พระสงฆ์ในอดีตสร้างพระเครื่องรางของขลังมากมาย หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง แม้แต่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆังฯ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงพ่อเกษม เขมโก หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ เป็นต้น
การวางกฎระเบียบแบบนี้.. เป็นเรื่องในอุดมคติที่อาจย้อนแย้งกับวัฒนธรรมประจำถิ่นแบบไทยเรา เชื่อว่าการออกคำสั่งแบบนี้ คลื่นใต้น้ำจะมีมาก ด้วยเหตุเพราะว่า ในความเป็นจริงวัดวาอารามทั้งปวง ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็ไม่ได้ใช้ฟรีแบบทางราชการจ่ายให้ พระเณรต้องหาเองจากตู้บริจาคหรือกิจนิมนต์จะเพียงพออย่างไรได้
ถ้าองค์กรพุทธประสานกับไฟฟ้า ประปา ว่าทุกวัดวาอารามใช้น้ำไฟฟรี กฎระเบียบนี้เกิดขึ้นได้โดยง่ายแน่นอน บางวัดตามต่างจังหวัดค่าไฟแค่พันกว่าบาทสมภารยังมีอาการหน้ามืดเลย จะโดนยกหม้อไฟเหมือนบ้านฆราวาสวันไหนก็ไม่รู้
ถ้าเรื่องเงินทองมีปัญหา ต้องแก้ที่ระบบการตรวจสอบเกี่ยวกับเงินทอง แต่จะห้ามไม่ให้วัดสร้างวัตถุมงคลพระเครื่องรางของขลัง ไม่ต่างกับเกาไม่ถูกที่คัน ในการแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้าง
สังฆมณฑล คงไม่ร้อนเป็นไฟลามทุ่ง กับกฎในเรื่องห้ามสร้างพระเครื่องรางของขลัง ซึ่งมันขัดกับวัฒนธรรมประจำถิ่น เพราะในอดีตกาลศาสนาพุทธเองเข้ามาในช่วงแผ่นดินนี้นับถือศาสนาผี บางอย่างแห่งศาสนาผีในระบบพุทธศาสนาในยุคนั้นยังอนุโลมปฏิโลมร่วมลงกันได้
ตราบใดที่พิธีกรรมการสวดเจริญพระพุทธมนต์ยังมีการถวายข้าวพระพุทธ อย่าได้หวังใจว่าความเชื่อในเรื่องพระเครื่องรางของขลังจะหมดไปจากแผ่นดินนี้