กรวดน้ำ​ แก้กรรม

31 ธ.ค. 2568 | 20:30 น.

กรวดน้ำ​ แก้กรรม คอลัมน์ ทำมาธรรมะ โดย ราชรามัญ

เมื่อพูดถึงคำว่าแก้กรรม​ก็จะมีนักปรัชญา​ทั้งหลายที่มีองค์ความรู้​เกี่ยวกับพุทธศาสนา​มากล่าวว่าการแก้กรรมในเชิงพิธีกรรมนั้นเป็นเพียงแค่ความเชื่อ​ ​และนักปรัชญามักจะมีความคิดที่ว่าการแก้กรรมที่จริงนั้น​ ต้องแก้ที่​ความคิด​พฤติกรรม​ และ​ จิตใจ มากกว่าการแก้ด้วยพิธีกรรม หากมองแบบปัญญาธรรมเห็นจะจริงเพราะเป็นการแก้ด้วยภาวะปัจจุบันขณะ

แต่อีกมุมหนึ่ง​ตามความเชื่อ​ที่มี​กันมานับพันปี​เกี่ยวกับเรื่องการ​อุทิศกุศล​เมื่อได้สร้างทานบารมีแล้ว​ด้วยการกรวดน้ำ​ต่างมีความเชื่อกันว่า​สามารถแก้กรรมได้เช่นเดียวกัน​

จุดเริ่มต้นของ​การกรวดน้ำ​มาจากพระเจ้าพิมพิสาร​ที่ทรง​ถวายทาน​แด่พระพุทธเจ้าและพระสาวก​แล้วมิได้กรวดน้ำ​อุทิศกุศล​ให้กับ​ญาติที่เสียชีวิตไปแล้ว

ครั้นกลางคืน​สู่ฝันเห็นเปรต​มาร้องขอส่วนบุญ ​รุ่งเช้า​จึงเฝ้าพระพุทธเจ้า​แล้วเล่าเรื่องความฝันให้ฟัง​พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า​เปรตเหล่านั้น​เป็นญาติของพระองค์​ ด้วยพระองค์มิได้อุทิศส่วนกุศลให้แก่เขา พระเจ้าพิมพิสารจึง​อาราธนานิมนต์​พระพุทธเจ้า​และพระสาวก​เพื่อถวายทานอีกครั้ง ครั้น​เมื่อถวายเสร็จ​แล้วจึงอุทิศส่วนกุศล​ด้วย​กริยากรวดน้ำ​แล้วน้อมใจอุทิศกุศลไปให้​เปรตซึ่งเป็นญาติของพระองค์เหล่านั้น​พระพุทธเจ้าก็ทรง​แสดง​นิมิตให้​พระเจ้าพิมพิสารได้เห็น​ว่าเปรตญาติเหล่านั้น​ได้รับกุศลแล้ว​ และไปสู่ภพภูมิอื่นแล้ว​

จากเรื่องราวที่นี้ปรากฏใน​พระไตรปิฎก​จึงทำให้หลายคนเชื่อว่า​ ​เมื่อเราสร้างบุญ​กุศลแล้ว​ควรที่จะต้องกรวดน้ำ​เพื่อเป็นการอุทิศกุศล​ส่วนจะอุทิศให้ใครนั้น​จิตใจเราเป็นผู้กำหนดเอง ผู้คนโดยมาก​เมื่อสร้างกุศล​จึงกรวดน้ำ​และอุทิศให้กับ​บุพการี​ครูอาจารย์​ตลอดทั้ง​ปิดท้ายด้วยเจ้ากรรมนายเวร เพื่อหวังว่า​ชีวิตของตนเองนั้น​จะราบรื่น​ ทำสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จ​มีความสงบและความสุข จึงเรียกกันตามยุคสมัยว่า​ กรวดน้ำแก้กรรม​ 

แต่ในการนี้​ มิได้หมายความว่า​ ใครที่ทำผิดบาปต่อผู้อื่นแล้วไปทำบุญอุทิศกุศล​ หวังให้กรรมนั้นเบาลง​ หรือ​ หมดไป​ เพราะนั่นถือว่า​ เป็นการสร้างกุศลโดยมีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์​ตั้งแต่ต้น​

แต่การกรวดน้ำ.. ในส่วนที่อุทิศให้​บุพการี​ อาทิ​ พ่อแม่ปู่ย่าตายาย​ ครูอาจารย์​ เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณ​ ส่วนการอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรนั้น​ ปิดท้าย​ เป็นการอุทิศไปแบบไม่เจาะจงจึงบริสุทธิ์​ เพราะเราท่านเกิดกันมาหลายภพชาติไม่เคยรู้ว่าเราสร้างกรรมกับใครไว้บ้าง​ การอุทิศโดยกว้างนี้จึงบริสุทธิ์​ จิตวิญญาณเหล่าใดเคืองโกรธก็จะปล่อยวางไม่แค้นเคืองอีก​ เพราะกุศลเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมากต่อดวงจิตวิญญาณ โดยจิตวิญญาณที่เร่ร่อน​ สัมภเวสี​ และ​จิตวิญญาณที่โกรธแค้นเรา

ในดิถีปีใหม่นี้ถ้าท่านใดสร้างทานบารมีเป็นกุศล​ แล้ว​ ควรกรวดน้ำอุทิศกุศล​ด้วยจะเป็นการดี​ ที่ทำให้จิตใจผ่องแผ้ว​ แล้วยังได้แก้กรรม​ ที่เคยทำไว้ไม่รู้แต่ชาติปางไหนให้เบาบางลง​ จะมีเจ้ากรรมนายเวรมากหรือน้อยเราต่างไม่ทราบ​ แต่อุทิศให้ไปก็ไม่เสียหาย​ อย่างน้อยจิตใจเราก็ปลอดโปร่ง​

เรียนรู้ธรรมะ​ ถ้าเรียนตรงแต่อรรถพยัญชนะแต่ขาดความเชื่อทางจิตวิญญาณ​ความสุขปีติในธรรมก็หาใช่จะอิ่มเอิบไปทั่วทุกเซลล์ในร่างกายได้​ เพราะต้องไม่ลืมว่า​ ทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิตแม้แต่พยาธิที่อยู่ในร่างกายเราต่างก็ล้วนเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราด้วยเช่นกัน​ อาจทำร้ายร่างกายให้เราเจ็บป่วยไข้ร้ายแรงได้ แต่ถ้ากุศลที่เราอุทิศนั้นทำให้จิตวิญญาณเราปีติอิ่มเอิบพยาธิต่าง ๆ ในร่างกายย่อมได้รับเช่นกัน​

คำพระท่านสอนว่า มากปัญญาแต่ขาดสมาธิก็ฟุ้งซ่าน มากสมาธิแต่ขาดปัญญาก็งมงาย​ ทุกอย่างจะต้องพอดีกัน​ จึงสมบูรณ์ในการเรียนรู้ธรรมทั้งปวง...