thansettakij
thansettakij
แพทย์เตือนภาวะผอม เมตาบอลิกพัง เสี่ยงโรคร้ายระยะยาว

แพทย์เตือนภาวะผอม เมตาบอลิกพัง เสี่ยงโรคร้ายระยะยาว

07 พ.ย. 69 | 09:40 น.
อัปเดตล่าสุด :07 พ.ย. 69 | 09:42 น.

เตือนภาวะผอม น้ำหนักปกติแต่มีความผิดปกติทางเมตาบอลิก เสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจ แนะตรวจสุขภาพเชิงลึกพร้อมเร่งเพิ่มกล้ามเนื้อ

KEY

POINTS

  • คนรูปร่างผอมหรือมีน้ำหนักปกติอาจมีภาวะเผาผลาญพัง (MONW) ซึ่งซ่อนความเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น น้ำตาลและไขมันในเลือดสูง แม้ดัชนีมวลกาย (BMI) จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
  • ภาวะนี้เกิดจากมวลกล้ามเนื้อน้อยและมีไขมันสะสมในช่องท้องมากเกินไป ซึ่งนำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลินและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงระยะยาว เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด และไขมันพอกตับ
  • การแก้ไขและป้องกันเน้นการสร้างกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน (เวทเทรนนิ่ง) ควบคู่กับการปรับโภชนาการโดยเน้นโปรตีน ลดอาหารหวาน และลดพฤติกรรมนั่งนาน

ความเข้าใจผิดว่าคนผอมหรือกินเท่าไรก็ไม่อ้วนเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี อาจนำไปสู่ภาวะมองข้ามภัยเงียบทางสุขภาพ โดยเฉพาะภาวะ Metabolically Obese Normal Weight (MONW) หรือน้ำหนักปกติแต่มีความผิดปกติทางเมตาบอลิก ซึ่งเป็นปัจจัยซ่อนเร้นที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังร้ายแรงโดยไม่แสดงอาการเตือนล่วงหน้า

ทำความรู้จัก ภาวะ MONW

สุขภาพเมตาบอลิก (Metabolic Health) ที่สมบูรณ์ หมายถึงกระบวนการที่ร่างกายนำพลังงานไปใช้และจัดเก็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการทำงานร่วมกันของกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อไขมัน และฮอร์โมนอินซูลินที่ควบคุมน้ำตาลในเลือด

เตือนภาวะผอม น้ำหนักปกติแต่มีความผิดปกติทางเมตาบอลิก

นพ.ดุษฎี จรัญวรากรชัย แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ระบุว่า การที่กินแล้วน้ำหนักไม่ขึ้นไม่ได้ยืนยันว่าระบบเผาผลาญเป็นปกติ ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) ในเกณฑ์มาตรฐาน 18.5–22.9 อาจซ่อนความผิดปกติ เช่น น้ำตาลในเลือดสูง ไตรกลีเซอไรด์สูง หรือคอเลสเตอรอล HDL ต่ำ ซึ่งเข้าข่ายภาวะ Metabolically Obese Normal Weight (MONW) หรือภาวะน้ำหนักปกติแต่มีความผิดปกติทางเมตาบอลิกจากการสะสมไขมันในช่องท้องและการตอบสนองต่ออินซูลินที่บกพร่อง

ภาวะ MONW เกิดจากมวลกล้ามเนื้อน้อยและไขมันในช่องท้องสูง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก ได้แก่:

  • ความเปลี่ยนแปลงตามวัย: ผู้สูงอายุและหญิงวัยหมดประจำเดือนสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามธรรมชาติ ทำให้พื้นที่ดูดซับน้ำตาลลดลง
  • พฤติกรรมการกิน: บริโภคอาหารเกินความต้องการ เน้นหวาน ส่งผลให้ไขมันสะสมในช่องท้องได้ง่าย
  • การใช้ชีวิตประจำวัน: นั่งนานโดยไม่ค่อยขยับตัว และขาดการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน ส่งผลให้มวลกล้ามเนื้อลดลง

เตือนภาวะผอม น้ำหนักปกติแต่มีความผิดปกติทางเมตาบอลิก

กลไกมวลกล้ามเนื้อลด-ไขมันสะสม

กล้ามเนื้อมีหน้าที่นำน้ำตาลไปใช้และกักเก็บเป็นพลังงาน เมื่อมวลกล้ามเนื้อลดลง ร่างกายจะจัดการกับน้ำตาลได้น้อยลง ขณะเดียวกันไขมันในช่องท้องจะกระตุ้นการอักเสบและเกิดภาวะดื้ออินซูลิน เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะไขมันสะสมในตับที่อาจพัฒนาไปสู่ตับอักเสบ พังผืดในตับ และตับแข็ง

การวินิจฉัยภาวะ MONW ไม่สามารถพึ่งพาการชั่งน้ำหนักหรือดัชนีมวลกาย (BMI) เพียงอย่างเดียวได้ โดยแพทย์จะประเมินผ่านตัวบ่งชี้สำคัญ:

  • ขนาดรอบเอว: ดูการสะสมไขมันหน้าท้อง เกณฑ์ความเสี่ยงคือรอบเอวเกิน 90 ซม. ในผู้ชาย และเกิน 80 ซม. ในผู้หญิง
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ตรวจระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด (Triglycerides และ HDL) และความดันโลหิต
  • ประวัติครอบครัว: ประเมินความเสี่ยงพันธุกรรมจากญาติสายตรงที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 หรือกลุ่มอาการเมตาบอลิก
  • การตรวจองค์ประกอบร่างกาย: วิเคราะห์สัดส่วนมวลกล้ามเนื้อและไขมันแฝงในช่องท้อง

เตือนภาวะผอม น้ำหนักปกติแต่มีความผิดปกติทางเมตาบอลิก

แนวทางการปรับพฤติกรรมเพื่อเสริมกล้ามเนื้อและลดไขมัน

การฟื้นฟูสุขภาพสำหรับผู้มีภาวะ MONW ต้องเน้นเพิ่มกล้ามเนื้อและลดไขมันช่องท้อง โดยปฏิบัติ ดังนี้:

  • ออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน: ฝึกเวทเทรนนิ่ง ยางยืด หรือบอดี้เวท เช่น สควอตและวิดพื้น อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์
  • ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ: ออกกำลังกายความเข้มข้นปานกลาง เช่น เดินเร็วหรือปั่นจักรยาน 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ พร้อมลดการนั่งนาน
  • ปรับโภชนาการ: เน้นโปรตีนเพียงพอจากปลา ไข่ เนื้อไม่ติดมัน เต้าหู้ ทานผัก ผลไม้สด ธัญพืชไม่ขัดสี และลดหวาน
  • ฟื้นฟูร่างกาย: นอนหลับให้เพียงพอ ผ่อนคลายความเครียด และตรวจติดตามค่าเลือดกับแพทย์สม่ำเสมอ

ทั้งนี้ ในช่วงแรกน้ำหนักอาจเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นจากการสร้างมวลกล้ามเนื้อ จึงควรมุ่งเน้นที่ผลตรวจสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วน มากกว่าตัวเลขบนตาชั่ง

นพ.ดุษฎี ย้ำทิ้งท้ายว่า การที่รูปร่างไม่อ้วนไม่ได้หมายความว่าสุขภาพดีเสมอไป เพราะไขมันอาจสะสมลึกในช่องท้องจนเกิดปัญหาระบบเมตาบอลิก จึงอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจและเข้ารับการตรวจคัดกรองสุขภาพเมตาบอลิกกับแพทย์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อประเมินความเสี่ยงซ่อนเร้นก่อนเกิดอาการหรือโรคลุกลามในระยะยาว