
'ลดเครียด' ด้วยกลิ่นจากธรรมชาติ
“ลดเครียด” ด้วยกลิ่นจากธรรมชาติ : Tricks for Life
การใช้กลิ่นบำบัดโรค กลิ่นหอม กับการบำบัดโรคต่างๆ มีความเชื่อมโยงกันจากการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ที่มีความสัมพันธ์บางอย่างที่เชื่อมโยงและส่งผลถึงกัน เช่น จมูกของเราเป็นอวัยวะที่ไวต่อการรับรู้กลิ่นมาก และการรับกลิ่นนั้นก็ทำโดยระบบประสาทที่เชื่อมโยงกับสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ต่างๆ ทั้งความรู้สึกสุข ตื่นเต้น หดหู่ได้
ในยุคนี้ที่มีความเสี่ยงสูงต่ออาการป่วยด้วยปัญหาจากความเครียด ทั้งไมเกรน อาการวิตกกังวล ช่วงฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงก่อนมีประจำเดือน รวมถึงโรคยอดนิยม อาทิ ความดันโลหิตสูง อาการเกี่ยวกับลำไส้ระคายเคือง ผิวหนังอักเสบ อาการปวดจากการที่กล้ามเนื้อตึงเครียด และอาการที่เกี่ยวกับสภาพทางจิตใจ กลิ่นบำบัดถูกนำไปใช้เพื่อสร้างความผ่อนคลายทั้งในด้านอารมณ์และร่างกาย
การบำบัดด้วยกลิ่นหอมผ่านการนวดนั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัด เนื่องจากจะทำให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวา กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและระบบน้ำเหลือง รวมถึงผ่อนคลายอาการเจ็บปวดอีกด้วย
นอกจากการนวดยังมีแล้ว การบำบัดโดยกลิ่น เช่น การหยดน้ำมันหอมลงอ่างอาบ การใช้เครื่องพ่นไอน้ำปล่อยกลิ่นหอมในห้องที่เราอยู่ การหยดน้ำมันหอมน้อยๆลงบนผ้าเช็ดหน้า การประคบร้อน ประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการปวด ฯลฯ
อย่างไรก็ดีกลิ่นหอมจากธรรมชาติ ที่ช่วยผ่อนคลายได้ อาทิ
- กลิ่นลาเวนเดอร์ : ช่วยให้นอนหลับง่าย ปรับอารมณ์ และทำให้จิตใจสงบ
- กลิ่นตะไคร้หอม : ช่วยบรรเทาอาการหวัด ปวดศีรษะ ลดไข้ และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
- กลิ่นเปปเปอร์มินต์ : ช่วยให้สดชื่น แจ่มใส ปลอดโปร่ง กระตุ้นจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์
- กลิ่นเลมอน : นอกจากทำให้สดชื่น สดใส แล้ว หากใช้นวด ก็จะช่วยในเรื่องการไหลเวียนของโลหิตอีกด้วย
- กลิ่นส้ม : ช่วยเติมความสดชื่น ผ่อนคลาย และกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย
- กลิ่นโรสแมรี่ : ทำให้สดชื่น สดใส และลดอาการของไมเกรน
- กลิ่นยูคาลิปตัส : ช่วยให้หายใจโล่ง ปลอดโปร่ง และบรรเทาอาการอ่อนล้าที่สะสมมา
- กลิ่นมะลิ : นอกจากความหอมละมุนแล้ว กลิ่นอ่อนๆ ของดอกมะลิ ยังจะช่วยเติมความสดชื่น สดใส ช่วยให้อารมณ์ดี กระตุ้นการมองโลกในด้านบวก รวมถึงมีผลต่ออารมณ์โรแมนติกกันอีกด้วย
ขอบคุณ : ไลฟ์เซ็นเตอร์











