thansettakij
thansettakij
จับตาภารกิจ“ศุภจี”โจทย์ใหญ่ FTA – ภาษีการค้าสหรัฐ

จับตาภารกิจ“ศุภจี”โจทย์ใหญ่ FTA – ภาษีการค้าสหรัฐ

26 ส.ค. 69 | 08:27 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ส.ค. 69 | 08:38 น.

จับตาภารกิจ“ศุภจี”โจทย์ใหญ่ FTA – ภาษีการค้าสหรัฐ : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...กาแฟขม หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4,230

KEY

POINTS

  • ภารกิจสำคัญของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ คือการเร่งผลักดันการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับคู่ค้าสำคัญ เช่น สหภาพยุโรป แคนาดา และ เกาหลีใต้
  • โจทย์ใหญ่ที่ต้องเผชิญ คือ การเจรจาประเด็นภาษีการค้ากับสหรัฐอเมริกา เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางการค้าของไทยและให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด
  • การเจรจาการค้าดังกล่าวถูกมองว่า เป็นภารกิจที่ต้องชั่งน้ำหนักผลดีและผลเสียอย่างรอบคอบ เพื่อให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด

*** หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,230 ระหว่างที่ 27-29 สิงหาคม 2569 โดย..กาแฟขม 

*** วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ครบรอบวันสถาปนา 106 ปีกระทรวงพาณิชย์ ที่เริ่มต้นจาก “สภาเผยแผ่การพาณิชย์” ตั้งขึ้นในสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ก่อนยกระดับขึ้น เป็นกระทรวงพาณิชย์ ทำหน้าที่การพาณิชย์ ศึกษาและพัฒนากฎหมายการค้า แก้ไขข้อเสียเปรียบในสนธิสัญญาทางการค้า ตลอดจนขยายตลาดการค้ากับต่างประเทศ และขยายบทบาทหน้าที่มากขึ้น ครอบคลุมระบบการค้าทั้งในและต่างประเทศ ทั้งกำกับดูแล สร้างความเป็นธรรมระบบการค้าในประเทศ ส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการค้าภายในประเทศ ดูแลสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค ดูแลระบบลิขสิทธิ์ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ก่อนหน้านี้มีระบบงานประภันภัย ก่อนแยกไปหน่วยงานอิสระภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลังแทน

*** ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ 
ใช้วาระ 106 ปี กระทรวงพาณิชย์ แถลงผลงาน 90 วันในเก้าอี้ตัวนี้วาระ 2 ประกาศเดินหน้าภารกิจระยะต่อไป มุ่งดูแลค่าครองชีพ รักษาเสถียรภาพสินค้าเกษตร เสริมความเข้มแข็ง SME สร้างสมดุลการค้า และเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์โลกกระทบค้าโลก ค้าไทย 

*** 90 วันแรก ได้เดินหน้าลดค่าครองชีพประชาชน 818 ล้านบาท และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,900 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ผ่านการลดราคาสินค้า การจัด Back to School ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กว่า 1,000 โรงเรียน การเชื่อมโยงเครือข่ายระดับอำเภอกว่า 800 แห่ง และ “รถพุ่มพวง” กระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด นำสินค้า SME เข้าสู่ออนไลน์ ส่งเสริมแฟรนไชส์ และ “แฟรนไชส์คนละครึ่ง” รวมถึงการเชื่อมโยงแหล่งทุนให้ผู้ประกอบการ

*** ยังได้แก้ปัญหาล่วงหน้าและแก้ทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นนํ้าถึงปลายนํ้า โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้มะพร้าวนํ้าหอม ตั้ง “ล้งชุมชน” เพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกร ปัจจุบันมี 12 แห่ง ดันราคาเพิ่มขึ้น พร้อมพัฒนา “ข้าวประณีต” ได้มาแล้ว 200 กลุ่มจาก 400 กว่ากลุ่ม ยกระดับเมล็ดพันธุ์ การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงแบรนด์และตลาด พร้อมดูแลราคาสินค้าเกษตรหลายตัวราคาขึ้น ข้าว มัน ปาล์ม ยาง มะพร้าวนํ้าหอม และจะดูแลอีกหลายรายการต่อไปให้มีตลาดและราคาที่เหมาะสม 

*** การพัฒนาผู้ประกอบการ 5 หมื่นราย ทักษะ บริหารจัดการ การให้เข้าถึงแหล่งทุน การปราบปรามนอมนิอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ต้นมือ ผลสัมฤทธ์ลดความเสี่ยงของกลุ่มเสี่ยงลงไปถึง 75 % และยังได้สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสินค้าจากแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ถึงกว่า 1.17 แสนล้าน การ Upskill-Reskill สร้างมูลค่าการค้ากว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี และยังได้เร่งกระจายตลาดและเดินหน้า FTA กับสหภาพยุโรป แคนาดา เกาหลีใต้ และคู่ค้าอื่นๆ รวมถึงการเจรจาประเด็นภาษีกับสหรัฐฯ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางการค้าของไทย ใน 90 วัน มีกิจกรรมส่งเสริมการค้ามูลค่ากว่า 145,000 ล้านบาท พร้อมกับการยกระดับเทคโนโลยี-บริการดิจิทัล-ปลดล็อกกฎระเบียบ 

*** กระทรวงพาณิชย์เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล พัฒนา “MOC Plus” นำ AI เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ จะให้การจดทะเบียนนิติบุคคลทุกประเภทดำเนินการออนไลน์ได้ 100% ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ยึดหลัก “ค้าขายดีขึ้น เติบโตขึ้น และได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม” เปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การแก้ปัญหาล่วงหน้าและเชิงโครงสร้าง ให้ประชาชน เกษตรกร และ ผู้ประกอบการเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง และทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน

*** อัพเดต 90 วัน “ศุภจี” ยาวเหยียดว่ากันไป อันที่จริงยังมีภารกิจอีกมากที่รอข้างหน้า ทั้งการเจรจาการค้ากับสหรัฐ ที่โจทย์ใหญ่ทำอย่างไรให้เสียหายน้อยที่สุด กระทั่ง FTA ที่เร่งเจรจากับหลายประเทศ บางครั้งก็สร้างความกังวล ต้องชั่งผลดี ผลเสียให้ดี ได้ประโยชน์ หรือ เสียประโยชน์มากกว่ากัน ถ้าดูตัวอย่างจากที่เปิดประตูการค้ากับจีน เสียเปรียบเต็มๆ ในแง่การอุดหนุนจนกระทบการแข่งขัน

*** กระทั่ง “ข้าวปราณีต” ที่เป็นข้อริเริ่มก็ต้องระวังในแง่การตลาด ที่ทับซ้อนกับข้าวพรีเมี่ยมอย่างแบรนด์ข้าวหอมมะลิไทย ที่มีอยู่แล้วหรือไม่ ถ้าทับซ้อนจะแก้โจทย์อย่างไร หรือ แม้แต่มิติการค้าภายในประเทศที่ต้องแก้ปัญหาล่วงหน้าให้ได้จริงๆ ในแง่ผลผลิตเกษตร ที่ราคาต้องมีเสถียรภาพ เกษตรกรขายได้ราคา และที่สำคัญต้องดูแลให้ประชาชนรับราคาที่เป็นธรรม การวิเคราะห์ กำกับดูแลจัดการต้นทุน ผู้รับผิดชอบในการจัดการ อย่าง อธิบดีกรมการค้าภายใน ต้องอ่านเกมขาด เล่นตลาดเป็นมากกว่านี้ 

                        จับตาภารกิจ“ศุภจี”โจทย์ใหญ่ FTA – ภาษีการค้าสหรัฐ

*** ปิดท้ายกันที่ปฏิทินข่าว ... พลอากาศตรี สยม บุนนาค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และ ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF ร่วมเปิดกิจกรรม “ทุกการซื้อ คือพลังแห่งการให้” เชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบทุนการจัดซื้อครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล ระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2569 เวลา 07.00-16.00 น. ณ อาคารคุ้มเกล้าฯ ชั้น 2 โรงพยาบาลภูมิพลฯ