
สัญญาณอันตราย นักท่องเที่ยวจีนหนีไทย เวียดนามหายใจรดต้นคอ
สัญญาณอันตราย นักท่องเที่ยวจีนหนีไทย เวียดนามหายใจรดต้นคอ : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...ว.เชิงดอย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4207
KEY
POINTS
- คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวจีนปี 2569 มีแนวโน้มลดลงจาก 9 ล้านคน เหลือเพียง 7 ล้านคน เนื่องจากวิกฤตความเชื่อมั่น
- สาเหตุหลักมาจากภาพลักษณ์ด้านความไม่ปลอดภัยของไทย ทั้งข่าวการเรียกค่าไถ่ และปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ถูกเผยแพร่ในสื่อออนไลน์จีน
- เวียดนามกำลังกลายเป็นคู่แข่งสำคัญที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยใช้นโยบายวีซ่าเชิงรุกและพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,205 ระหว่างวันที่ 7-10 มิ.ย. 2569 โดย “ว.เชิงดอย” ยังเกาะติดทุกความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจ การเมือง และ สังคม เช่นเดิม
*** สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยกำลังส่งสัญญาณที่น่ากังวลกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ เพราะปัญหาไม่ได้อยู่แค่จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง แต่เป็นเรื่อง “ความเชื่อมั่น” ที่กำลังรั่วไหลออกจากประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “ธนพล ชีวรัตนพร” นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ออกมายอมรับตรงไปตรงมาว่า นักท่องเที่ยวจีนปี 2569 มีแนวโน้มเหลือเพียง 7 ล้านคน จากเดิมที่เคยคาดหวังไว้ถึง 9 ล้านคน หายไปถึง 2 ล้านคน ในเวลาไม่กี่เดือน
*** ปัจจัยลบไม่ได้มาจากเศรษฐกิจจีนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากภาพลักษณ์ความไม่ปลอดภัยของประเทศไทย ที่กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง ทั้งข่าว “นักท่องเที่ยวจีน” ถูกเรียกค่าไถ่ การหายตัวไปหลังเดินทางเข้าประเทศ รวมถึงปัญหา “คอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ” ที่ยังถูกเชื่อมโยงกับไทยในสายตาคนจีน
เมื่อข่าวเหล่านี้ถูกขยายต่อผ่าน TikTok และแพลตฟอร์มออนไลน์ของจีนอย่างรวดเร็ว ความเสียหายจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่เหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่กลายเป็นวิกฤตศรัทธาต่อประเทศไทยทั้งระบบ ...โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่การทำโปรโมชั่นลดราคา หรือ อัดงบการตลาดเพิ่มเติม แต่คือ การทำให้โลกเห็นว่า ประเทศไทยปลอดภัยจริง และรัฐมีความจริงจังในการจัดการปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
*** ขณะที่ไทยกำลังแก้เกมรับ คู่แข่งสำคัญอย่าง “เวียดนาม” กลับเดินเกมรุกเต็มกำลัง ตัวเลขปี 2568 เวียดนามสร้างสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุดกว่า 21 ล้านคน เติบโตมากกว่า 20% พร้อมเดินหน้านโยบายวีซ่าเชิงรุก เปิด e-Visa ทั่วโลก และเร่งพัฒนา “Visit Vietnam” ซูเปอร์แอปท่องเที่ยวแห่งชาติที่ใช้ AI และบล็อกเชนเป็นเครื่องมือหลัก ...ตรงกันข้าม “ไทย” ยังติดหล่มปัญหาเดิม ทั้งภาพลักษณ์ความปลอดภัย การบริหารจัดการข้อมูลที่กระจัดกระจาย และ การขาดแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ
*** อดีตผู้ว่าการ ททท. “ยุทธศักดิ์ สุภสร” จึงออกมาส่งสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาที่ไทยต้องเร่งบูรณาการนโยบายครั้งใหญ่ ทั้งการกอบกู้ความเชื่อมั่น ยกระดับตลาดคุณภาพ สร้าง Digital Ecosystem แห่งชาติ กระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง และผลักดันความร่วมมือด้านวีซ่าระดับอาเซียน
เพราะวันนี้คู่แข่งไม่ได้รอเราอีกต่อไป หากไทยยังแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ทัน ความเสี่ยงที่ “นักท่องเที่ยวจีนหาย” อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสูญเสียความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาคในระยะยาว
*** งานนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกระทรวงท่องเที่ยวฯ แต่เป็นโจทย์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่รัฐบาลต้องเร่งลงมือก่อนที่รายได้หลายล้านล้านบาทจะค่อยๆ ไหลออกไปอยู่ในมือคู่แข่ง...







