thansettakij
thansettakij
เมื่อลมในท้องของสูงวัยที่อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา

เมื่อลมในท้องของสูงวัยที่อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา

เมื่อลมในท้องของสูงวัยที่อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา คอลัมน์ ชีวิตบั้นปลายของชายชรา โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์

KEY

POINTS

  • อาการท้องอืดมาก ผายลมหรือขับถ่ายไม่ได้ในผู้สูงอายุ อาจเป็นสัญญาณของภาวะลำไส้ใหญ่อุดตัน ซึ่งสาเหตุสำคัญได้แก่ ความเสื่อมตามวัย พังผืดในช่องท้องจากการผ่าตัดเดิม และอาการท้องผูกเรื้อรังจนเกิดก้อนอุจจาระแข็งอุดตัน
  • การดูแลอาหารที่ย่อยง่าย มีกากใยเหมาะสม และหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นการเกิดแก๊ส อาจช่วยลดปัญหาระบบทางเดินอาหารได้ แต่หากมีอาการท้องโตตึงรุนแรง ลำไส้โป่งเป็นข้อ ๆ หรือไม่สามารถผายลมและขับถ่ายได้ ควรได้รับการวินิจฉัยทางการแพทย์โดยเร็ว
  • การตรวจ CT Scan ช่องท้องเป็นเครื่องมือสำคัญในการระบุตำแหน่งและสาเหตุของการอุดตันหรือบิดขั้วของลำไส้ และในผู้ที่สงสัยภาวะลำไส้อุดตันไม่ควรทำดีท็อกซ์หรือสวนล้างลำไส้เอง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ลำไส้ทะลุหรือขาดเลือดเฉียบพลันได้

ผมมีเพื่อนรุ่นน้องอยู่คนหนึ่งซึ่งเป็นชาวไต้หวัน แม้ว่าเรารู้จักกันมาได้ไม่นาน แต่ก็มีความสนิทสนมกันดีมาก ส่วนใหญ่มักจะคุยกันผ่านไลน์เสมอ อาทิตย์ที่จะถึงนี้ ผมจะต้องมีภารกิจที่ต้องเดินทางไปประชุมที่ไต้หวัน จึงได้ไลน์ไปถามเธอว่า เราจะพอมีเวลามาพบกันหรือไม่? เธอตอบกลับมาว่าช่วงนี้ไม่สามารถมาปลีกเวลามาพบกันได้ เพราะเธอต้องไปดูแลคุณแม่ที่โรงพยาบาล ผมจึงสอบถามไปว่าคุณแม่มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ? เธอบอกว่าคุณแม่มีอาการ “คุณแม่มีอาการลำไส้ใหญ่อุดตัน ทำให้มีอาการลำไส้โป่งพองเป็นข้อๆ และท้องอืดมาก ไม่สามารถขับถ่ายหรือแม้แต่ผายลมมาหลายวันแล้ว ตอนนี้อาการดูไม่ค่อยดีเลย จึงต้องนำส่งโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์เฉพาะทางแล้ว” ผมจึงมีความสนใจมากว่า อาการดังกล่าวเกิดจากสาเหตุอะไร? แน่นอนว่าผมต้องสืบค้นหาดูจากบทวิจัยตามที่ผมถนัดนั่นแหละครับ

ในบทวิจัยหลายฉบับ ต่างก็ให้เหตุผลว่า ในวัยที่ร่างกายผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน เมื่อเราแก่ตัวลง ร่างกายย่อมมีอาการทรุดโทรมเป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้ระบบทางเดินอาหาร มักเป็นหนึ่งในระบบแรกๆ ที่ส่งสัญญาณความเปลี่ยนแปลงให้เราได้เห็นอยู่เสมอ นั่นคือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดลำไส้ใหญ่อุดตัน อีกสาเหตุหนึ่งคือ ผู้สูงวัย “มีพังผืดในช่องท้อง” (Abdominal Adhesions) ส่วนใหญ่จะเป็นเพราะผู้สูงอายุที่เคยผ่าตัดช่องท้องมาก่อน เมื่อเวลาผ่านมาหลายปี แผลผ่าตัดด้านในนั้น จะกลายเป็นพังผืดคล้ายๆใยแมงมุมที่เหนียวมาก พังผืดนี้จะไปยึดรั้งหรือรัดลำไส้เอาไว้ ทำให้ลำไส้เสียทรง ขดไปมาจนเกิดการอุดตัน อีกสาเหตุหนึ่ง “เกิดจากอาการท้องผูกเรื้อรัง” ( Severe Chronic Constipation) ผู้สูงวัยส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาขับถ่าย หรือท้องผูกบ่อย ถ่ายยากจนอุจจาระแข็ง เมื่อถ่ายไม่ออกนานๆ ก้อนอุจจาระก็จะกลายเป็นก้อนแข็งเหมือนหิน ซึ่งจะไปอุดกั้นทางเดินอาหารโดยตรง จึงทำให้เกิดอาการอุดตันของลำไส้ได้นั่นเองครับ

ดังนั้นการดูแลเอาใจใส่เรื่องอาหารการกินในชีวิตประจำวัน จึงน่าจะเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเน้นให้ผู้สูงอายุได้รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย รสไม่จัด และมีกากใยที่นุ่มละมุน เช่น ปลาเนื้อขาวนึ่ง แกงจืดเต้าหู้หมูสับ หรือผักต้มสุกจนเปื่อย ควบคู่ไปกับการหลีกเลี่ยงวัตถุดิบ ที่กระตุ้นให้เกิดแก๊สในกระเพาะมากปริมาณ ตัวอย่างเช่น ผักกะหล่ำปลีหรือถั่วชนิดต่างๆ ซึ่งการปูพื้นฐานด้วยเมนูที่ย่อยง่ายเหล่านี้ ก่อนที่จะเกิดอาการผิดปกติ จะช่วยลดภาระการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ที่เริ่มอ่อนล้าลงตามวัยได้เป็นอย่างดี ซึ่งสอดคล้องกับบทวิจัยฉบับหนึ่ง ที่เป็นรายงานของสมาคมระบบทางเดินอาหารแห่งอเมริกา (American Gastroenterological Association - AGA) ที่ระบุว่าพฤติกรรมการบริโภค และการเลือกชนิดอาหารที่เหมาะสมของผู้สูงวัย มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดแรงดันและการหมักหมมของแก๊สในลำไส้ของผู้สูงวัย ทว่าในบางครั้ง แม้จะดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างดีแล้ว อาการแน่นท้องหรือมีลมในลำไส้ที่ขยันทำงานจนรู้สึกอึดอัด ก็ยังอาจเกิดขึ้นและกลายเป็นเรื่องกวนใจได้เสมอ ซึ่งโดยส่วนใหญ่หากเป็นอาการทั่วไป การปรับพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การเดินเล่นหลังอาหาร หรือการดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ก็มักจะช่วยขับลมให้สบายท้องขึ้นได้ ทว่าหากอาการแน่นท้องนั้น ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเฉียบพลัน จนท้องโตตึงคล้ายกลอง หรือรู้สึกเหมือนลำไส้มีการขดตัวเป็นข้อๆ อาการเช่นนี้ก็คล้ายๆกับคุณแม่เพื่อนรุ่นน้องของผมท่านที่กล่าวถึงข้างต้น จนทำให้ท่านไม่สามารถขับถ่าย หรือแม้แต่ผายลมได้ตามปกติ สัญญาณเหล่านี้กำลังบ่งบอกถึงภาวะโครงสร้างภายในลำไส้ ที่อาจมีการบิดขั้วหรืออุดตันชั่วคราว ซึ่งทำให้กากอาหารและลมไม่สามารถเคลื่อนผ่านไปได้ตามธรรมชาติ และต้องการกระบวนการวินิจฉัยที่แม่นยำทางการแพทย์ครับ

เมื่อเผชิญกับความอึดอัดขั้นรุนแรงในลักษณะนี้ การได้เข้าไปพบศัลยแพทย์ทางเดินอาหารอย่างเร่งด่วน คือสิ่งที่จำเป็นที่สุด ซึ่งในกระบวนการตรวจรักษาทางการแพทย์ปัจจุบัน แพทย์มักจะใช้นวัตกรรมการตรวจภาพวินิจฉัยขั้นสูง อย่างการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้อง หรือการทำ CT Scan เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินรอยโรค ซึ่งตรงกับแนวทางเวชปฏิบัติ และงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารรังสีวิทยาแห่งอเมริกา (American Journal of Roentgenology - AJR) ที่ให้การยอมรับว่า การทำ CT Scan ช่องท้องเป็นมาตรฐานสูงสุด ที่มีความแม่นยำมากกว่าร้อยละเก้าสิบในการวินิจฉัยคัดแยกโรค และระบุพิกัดความผิดปกติเฉพาะที่ได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่ลำไส้เกิดการขดตัว บิดขั้ว หรือจุดที่มีการอุดตันได้อย่างชัดเจน ข้อมูลเชิงลึกนี้ จะช่วยให้ทีมแพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง ทันท่วงที และปลอดภัยที่สุด โดยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการคาดเดาอาการเอาเองนะครับ

ดังนั้นในระหว่างที่ลำไส้กำลังมีภาวะกดดัน และมีความดันภายในสูงเช่นนี้ ทางราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งอเมริกา (American College of Surgeons - ACS) รวมถึงงานวิจัยเชิงคลินิกจากวารสารศัลยศาสตร์ระดับสากล ได้มีข้อแนะนำเชิงเตือนภัยไว้ว่า “โปรแกรมการทำดีท็อกซ์หรือการสวนล้างลำไส้” ที่แม้จะดีต่อคนทั่วไปในสภาวะปกติ อาจกลายเป็นข้อจำกัดร้ายแรง และก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น อาจทำให้ลำไส้ทะลุ หรือขาดเลือดเฉียบพลัน หากนำมาใช้กับผู้ป่วยที่มีภาวะลำไส้อุดตันหรือบิดขดอยู่ จึงจำเป็นต้องชะลอการทำกิจกรรมเหล่านั้นไว้ก่อน เพื่อให้สภาพทางเดินอาหารได้รับการดูแลรักษาเฉพาะจุดจากแพทย์ จนกลับมาสมบูรณ์แข็งแรงดีเสียก่อน ซึ่งเมื่อกระบวนการรักษาทางการแพทย์เสร็จสิ้นลง และโครงสร้างภายในกลับเข้าสู่ภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว การจะเลือกสรรโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพลำไส้ในขั้นตอนต่อไป ในสถานพยาบาลหรือบ้านพักคนวัยเกษียณที่ได้มาตรฐาน ก็จะกลายเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย และส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้สูงอายุในระยะยาวได้อย่างแท้จริงครับ

จะเห็นว่ากลุ่มผู้สูงวัยอย่างพวกเรา ที่อายุเหลือน้อยแล้ว ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพของมนุษย์ ถ้าหากเรามีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยเกิดขึ้น ไม่ควรจะเพียงแค่หาซื้อยามาทานเอง หรือละเลยต่อการดูแลรักษา เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเสมอ และต้องตระหนักเสมอว่า สาเหตุเล็กๆน้อยๆ เช่น การถ่ายไม่ออกหรือผายลมไม่ได้ ก็อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือเดี๋ยวก็หายเอง เพราะนั่นอาจจะเป็นความเสี่ยง ที่สามารถส่งให้เราไปไหว้พระบนสวรรค์ก่อนจะถึงเวลาอันสมควรได้เสมอครับ